วันศุกร์, พฤศจิกายน 15, 2019
Home > PR News > เทรนด์ล้ำขวดPET…บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มแห่งยุค

เทรนด์ล้ำขวดPET…บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มแห่งยุค

“เทรนด์ใหม่” กับ “คนรุ่นใหม่” ถือเป็นของคู่กัน ไม่เฉพาะแต่สินค้าประเภทแฟชั่น ไอทีหรือแกดเจ็ตสุดล้ำเท่านั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าทุกวันนี้คนรุ่นใหม่ทั่วโลกยังใส่ใจและให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มด้วย นอกจากจะต้องมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและโดนใจแล้ว ยังต้องสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์และสะท้อนบุคลิกลักษณะของผู้บริโภคให้สังคมได้เห็นอย่างเต็มที่ ทำให้วันนี้…บรรจุภัณฑ์กลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญของผู้ผลิตเครื่องดื่ม

ปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำระดับโลก นอกจากจะต้องคิดค้นและพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้มีรสชาติและคุณภาพให้เป็นที่ถูกใจ พร้อมนำเสนอนวัตกรรมเครื่องดื่มที่มีความหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ไม่เคยหยุดนิ่งแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของบรรจุภัณฑ์ด้วย นั่นเป็นเพราะบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่ใช้บรรจุเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังช่วยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค รวมทั้งสร้างเอกลักษณ์และมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้า ที่สำคัญบรรจุภัณฑ์ที่ดียังต้องสามารถตอบสนองพฤติกรรมการบริโภคได้อีกด้วย

นายจา-กรูท โคเตชา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า เป๊ปซี่โคอิงค์ หนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการศึกษาติดตามและวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของบรรจุภัณฑ์ ซึ่งทวีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจเครื่องดื่มในยุคปัจจุบัน “กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มของบริษัทฯ ได้ทำการวิจัยและค้นคว้าเทรนด์การบริโภคเครื่องดื่มจากบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆ พบว่าแนวโน้มตลาดโลก ทั้งในทวีปอเมริกา ยุโรป แอฟริกา ออสเตรเลีย และเอเชีย ซึ่งรวมถึงประเทศไทย มีการเติบโตที่ชัดเจนของเครื่องดื่มน้ำอัดลมในบรรจุภัณฑ์ประเภทไม่ต้องคืนขวด (Non-returnable) ซึ่งสำหรับในประเทศไทยนั้น จากตลาดน้ำอัดลมโดยรวม บรรจุภัณฑ์ประเภท Non-returnable มีสัดส่วนถึงร้อยละ 63.2 และกว่าร้อยละ 80 ของบรรจุภัณฑ์ประเภทดังกล่าว คือ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นขวดพลาสติกหรือที่เรียกว่า ขวด PET ในขณะที่ขวดแก้ว ซึ่งถือเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ต้องคืนขวด (Returnable) นั้น มีสัดส่วนตลาดลดลงเรื่อยๆ โดยเมื่อพิจารณาข้อมูลย้อนหลังในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า สัดส่วนตลาดของขวดแก้วลดลงจากร้อยละ 62 ในปี 2549 เหลือเพียงร้อยละ 36.8 ในปัจจุบัน (ข้อมูลจากบริษัทเอซีนีลเส็น ณ เดือนตุลาคม 2555)”

สะดวก สะอาด สะท้อนไลฟ์สไตล์…โดนใจผู้บริโภค
กระแสนิยมที่เพิ่มมากขึ้นของการบริโภคเครื่องดื่มในขวด PET นั้น เป็นผลมาจากประสิทธิภาพที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ทั้งยังสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหา “ความสะดวก” เนื่องจากขวด PET มีน้ำหนักเบาและมีฝาปิด สามารถเก็บและพกพาได้ง่ายหากดื่มไม่หมด ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในเรื่องของ “ความสะอาด” โดยไม่ต้องกังวลใจกับอันตรายที่อาจเกิดจากสนิมบริเวณปากขวด ดีไซน์ที่โดดเด่นทันสมัย สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ง่าย และยังช่วย “สะท้อนไลฟ์สไตล์” และภาพลักษณ์ที่ทันสมัยของผู้บริโภคได้อีกด้วย นอกจากนี้ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตขวด PET ในปัจจุบันยังสามารถลดการใช้เม็ดพลาสติก ตลอดจนช่วยลดปริมาณการใช้น้ำและพลังงานลงเมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดแก้ว ซึ่งถือได้ว่า “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” มากขึ้นด้วย

หลากหลายประโยชน์ ตอบโจทย์ทุกช่องทางขาย
อัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเครื่องดื่มน้ำอัดลมในขวด PET นั้น ยังส่งผลโดยตรงต่อผู้จำหน่ายสินค้าในทุกช่องทางด้วย เพราะไม่ว่าจะเป็นบริษัทผู้ค้าปลีกขนาดใหญ่ หรือผู้ค้ารายย่อย ทั้งร้านค้า ร้านขายของชำขนาดเล็ก และร้านอาหาร ต่างก็ตื่นตัวและจับตามองกระแสความนิยมของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด โดยผู้ประกอบการร้านค้าและร้านอาหารจำนวนมากได้หันมาจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลมในขวด PET แทนรูปแบบขวดแก้วโดยให้เหตุผลถึง “ข้อดี” อันหลากหลายของขวด PET ไม่ว่าจะเป็น การลดภาระค่าใช้จ่ายเนื่องจาก “ไม่ต้องเสียเงินค่ามัดจำขวด” เหมือนเช่นขวดแก้ว ทั้งยัง “ไม่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาขวดแตก” ที่มักสร้างความกังวลในเรื่องความปลอดภัยและค่าเสียหาย การช่วย “ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ” จากเดิมเมื่อขายน้ำอัดลมแล้วต้องเก็บขวดแก้วเปล่าไว้เพื่อรอส่งคืน แต่สำหรับขวด PET นั้นไม่ต้องคืนขวดและผู้ขายยัง “สามารถนำขวดที่ใช้แล้วไปขายเป็นสินค้ารีไซเคิลได้” ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้าอีกทางหนึ่ง ที่สำคัญ การจำหน่ายเครื่องดื่มในขวด PET ยังช่วย “ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับร้านค้า” ให้ดูมีความทันสมัยและช่วยตอกย้ำให้ผู้บริโภคมั่นใจในเรื่องความสะอาดด้วย

นายจา-กรูท กล่าวว่า “สำหรับช่องทางร้านค้าและร้านอาหารนั้น เราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเจ้าของร้านในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำอัดลมของเราในรูปแบบขวด PET ทั้งเป๊ปซี่ เป๊ปซี่แม๊กซ์ มิรินด้า และเซเว่นอัพ มีลูกค้าหลายรายที่เห็นถึงประโยชน์และความคุ้มค่าของขวด PET และได้เปลี่ยนจากการจำหน่ายน้ำอัดลมในรูปขวดแก้วมาเป็นขวด PET ตอนนี้มีร้านอาหารและสถานบันเทิงชื่อดังหลายร้านที่ไว้วางใจและเซ็นสัญญาแบบเอ็กคลูซีฟเพื่อจำหน่ายสินค้าของเรา อาทิ ร้านสลิม ฟังกี้วิลล่า ไวน์ไอเลิฟยู ช็อคโกแล็ตวิลล์ ใบไม้ร่าเริง แหลมเจริญ ตำแหล ตำตำแซ่บคาเฟ่ เป็นต้น”

นายศิษฐา คุณาลัย เจ้าของร้านอาหาร “ตําตําแซ่บคาเฟ่” และร้าน “เพลินพุง นู้ดเดิ้ลแอนด์มอร์” กล่าวถึงสาเหตุที่เปลี่ยนจากการขายน้ำอัดลมแบบขวดแก้วมาเป็นขวด PET ว่า “ขวด PET ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ให้กับร้านอาหารของผมเลยครับ ประเด็นที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือเรื่องของการเก็บสต๊อกสินค้า ซึ่งผมไม่ต้องกังวลกับเรื่องความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายที่จะเกิดจากขวดแตกอีกต่อไป ขวด PET ยังสามารถวางซ้อนได้หลายชั้นโดยไม่ต้องใช้ลังเหมือนขวดแก้ว ทำให้มีพื้นที่ในการเก็บของมากขึ้น ส่วนขวดที่ใช้แล้วผมยังสามารถนำไปขายได้ด้วย ในขณะที่ลูกค้าก็รู้สึกมั่นใจในเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยด้วย เพราะขวด PET นั้นผลิตออกใหม่ตลอดเวลา”

นวัตกรรมล้ำเทรนด์ เพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อโลก เพื่ออนาคต
นายจา-กรูท ยังได้ย้ำถึงทิศทางการลงทุนของบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ว่าเพื่อตอบสนองแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจนของเครื่องดื่มในบรรจุภัณฑ์ประเภท Non-returnable ในประเทศไทย บริษัทฯ จึงได้ใช้เงินลงทุนกว่า 5,200 ล้านบาทเพื่อสร้างโรงงานที่มีความทันสมัยและใช้เทคโนโลยีระดับสากล ในการผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมในบรรจุภัณฑ์ประเภทขวด PET และกระป๋อง โดยโรงงานแห่งนี้ถือเป็นโรงงานผลิตเครื่องดื่มในเครือเป๊ปซี่โคอิงค์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สำหรับบรรจุภัณฑ์ในขวด PET นั้น บริษัทฯ ได้ใช้นวัตกรรมในการออกแบบขวดและพรีฟอร์ม (เนื้อพลาสติกต้นแบบของขวดพลาสติก มีลักษณะการขึ้นรูปเป็นแท่งกลวง เพื่อเตรียมเข้าเครื่องเป่าออกเป็นทรงขวดในแม่พิมพ์) ให้เหมาะสมกันโดยสามารถลดปริมาณการใช้เม็ดพลาสติกลงกว่าร้อยละ 9 รวมทั้งใช้การเป่าขวดเพื่อขึ้นรูป ซึ่งสามารถลดปริมาณการใช้น้ำในการผลิตลงเมื่อเทียบกับขวดแก้ว ซึ่งทำให้การผลิตขวด PET เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเป๊ปซี่ในบรรจุภัณฑ์ขวด PET นั้นมีทั้งสิ้น 6 ขนาด โดยแต่ละขนาดนั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต่างกันในแต่ละช่องทางการขาย อาทิ ขนาด 345 มิลลิลิตร ซึ่งวางจำหน่ายเฉพาะในร้านอาหารทั่วไป เหมาะสำหรับการดื่มคนเดียว (single-served) ง่ายต่อการพกพาหรือนำกลับหากดื่มไม่หมด หรือขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาสำหรับการดื่มหลายคน (multi-served) เช่น ขนาด 1 ลิตรและ 1.45 ลิตร ที่เหมาะสำหรับการบริโภคภายในครอบครัว หรือดื่มร่วมกับเพื่อนในร้านอาหาร เป็นต้น

###

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: เวิรฟ
ซาบรีน่า อาฮูยา โทร. 0-2204-8242, 081-733-7355 และ ประสิทธิ์ กฤษฎาอริยชน (บ๊อบ) โทร. 02-204-8236, 081-586-2813