วันศุกร์, มกราคม 18, 2019
Home > Cover Story > เซเว่น 4.0 เร่งปักหมุดแลนด์มาร์ก

เซเว่น 4.0 เร่งปักหมุดแลนด์มาร์ก

เป้าหมายของยักษ์ใหญ่ “7-11” ไม่ใช่แค่การปูพรมสาขายึดพื้นที่ทุกจุดทั่วประเทศ ล่าสุดเดินหน้าสงครามรอบใหม่ผุดสาขาเต็มรูปแบบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เซเว่น 4.0” แห่งที่ 2 เจาะตลาดท่องเที่ยวเมืองพัทยา โดยประกาศเป็นแลนด์มาร์กจุดนัดพบของกลุ่มเป้าหมายชนิดที่คู่แข่งอย่าง “แฟมิลี่มาร์ท-ลอว์สัน” ต้องเร่งปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่

ขณะเดียวกัน หากวัดจำนวนสาขาของผู้เล่น 5 อันดับแรก

อันดับ 1 7-11 ล่าสุดมีสาขามากกว่า 10,300 แห่ง และตั้งเป้าหมายภายในปี 2563 จะเพิ่มสาขาให้ได้ถึง 13,000 สาขา รองลงมาเป็นโลตัส เอ็กซ์เพรส ประมาณ 1,500 สาขา แฟมิลี่มาร์ท กว่า 1,100 สาขา มินิบิ๊กซี 800 สาขา และลอว์สัน 120 สาขา

แน่นอนว่า บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อ “7-11” ในประเทศไทย สามารถปักหมุดสกัดคู่แข่งแทบทุกตารางเมตร เกมการตลาดที่ต้องลุยขั้นต่อไป คือ การสร้างกลยุทธ์ด้านการบริการรอบด้านและความแปลกใหม่ เพื่อตอบสนองลูกค้าทุกเซกเมนต์ โดนใจทุกเพศ ทุกวัย และทุกเวลาด้วย

สำหรับร้าน 7-11 4.0 สาขาล่าสุด “ธาราพัทยา” ต่อยอดจากแฟลกชิปสโตร์สาขาแรก สาธิต พีไอเอ็ม ด้านหน้าสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ย่านปากเกร็ด นนทบุรี ซึ่งซีพีออลล์ประเดิมเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 ฤกษ์ดีตามชื่อร้าน “7-11” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อวกาศ” เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่และนักศึกษา

ขณะที่สาขาธาราพัทยาได้รับการออกแบบในสไตล์ “เรือยอชต์” ให้เข้ากับทำเลและบรรยากาศสบายๆ ชายหาดพัทยา โดยเพิ่มพื้นที่ลานระเบียงและลานพลาซ่า ลานโล่งสถานที่ตั้งของ Big Fan พัดลมขนาดยักษ์ รองรับการจัดกิจกรรมต่างๆ

ส่วนด้านในของร้านเน้นองค์ประกอบหลักของโมเดล 4.0 เหมือนแฟลกชิปสโตร์สาขาแรก การผสมผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านประหยัดพลังงานเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น จัด Digital Energy Saving Monitor จอ LED ที่คอยแสดงผลการใช้พลังงานของอาคารแบบเรียลไทม์ตามเกณฑ์อาคารเขียวของสถาบันอาคารเขียวไทย

มีป้าย Digital Signage ที่ปรับเปลี่ยนแสดงโลโกหรือสัญลักษณ์ของร้านค้า

จอ LED ขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยี Mesh OLED อยู่หน้าร้าน ใช้แสดงโปรโมชัน มี Digital Wall และจอ 24 shopping Kiosk ที่มาเปลี่ยนประสบการณ์การสั่งซื้อสินค้าของ 24 shopping ในอดีตที่อาจต้องใช้เวลารอรับสินค้านาน 2-3 วัน ไม่สามารถรับได้ทันที โดยปรับสู่ online to offline ให้ลูกค้ากดเลือกซื้อสินค้าและนำ QR Code ไปชำระเงินและรับสินค้าได้ทันที

มี Smart Wave ไมโครเวฟให้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ด้วยตัวเอง โดยนำสินค้ามาสแกนบาร์โค้ดที่หน้าตู้ เพื่อให้เตาตั้งเวลาโดยอัตโนมัติ

มี Self Checkout ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องรอคิวชำระสินค้า เพียงนำสินค้ามาสแกนที่เครื่องและชำระค่าสินค้าผ่านบัตร Smart Purse หรือ True Money Wallet สามารถหิ้วสินค้ากลับบ้านไปได้เลย

มีพื้นที่ให้บริการเพิ่มเติมเป็นโซนนั่งพักผ่อน รับประทานอาหารและเครื่องดื่ม ในบรรยากาศเหมือนอยู่ในเรือยอชต์ตามการดีไซน์ด้านนอกร้าน

มีบริการจุดชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ด้านข้างของร้าน จุดจอดรถจักรยานอัจฉริยะ Ofo และบริการห้องน้ำให้ลูกค้าด้วย

ที่สำคัญ โมเดลร้าน “เซเว่น 4.0” ทุกสาขานับจากนี้จะมีไฮไลต์ที่ขาดไม่ได้ คือ เจ้าหุ่นยนต์ เซวี่บ็อท (Sevy Bot) ผู้ช่วยอัจฉริยะ สามารถจับการเคลื่อนไหวและสื่อสารกับลูกค้าได้ในระยะใกล้ เช่น ยกมือไหว้สวัสดี โบกมือทักทาย เคลื่อนที่ไปได้รอบร้าน 24 ชม. โดยไม่ใช้แบตเตอรี่ ซึ่งเกิดจากการพัฒนาความร่วมมือระหว่างซีพีออลล์กับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ภาควิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ จากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม)

Sevy Bot จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันตามสาขาและทำเล อย่างสาขาสาธิตพีไอเอ็ม มีชื่อว่า “น้องแมงมุม” ส่วนสาขาธาราพัทยา มีชื่อว่า ‘สินสมุทร’ รวมทั้งการดีไซน์ร้านให้มีเอกลักษณ์เฉพาะสาขานั้น อย่างสาขาธาราพัทยา ติดตั้ง Digital Aquarium หน้าจอ LED ขนาด 3 x 6 เมตร แสดงภาพบรรดาสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลอ่าวไทย ซึ่งวิดีโอตัวนี้เป็นความร่วมมือระหว่างซีพีออลล์กับมหาวิทยาลัยบูรพา ที่ลงไปถ่ายทำวิดีโอชิ้นนี้ถึงใต้ทะเล

วิเชียร จึงวิโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงาน Corporate Asset and Facilities Management บมจ.ซีพีออลล์ กล่าวว่า การเปิดร้านแฟลกชิปสโตร์ 4.0 เป็นการบอกว่า 7-11 กำลังปรับตัว เพราะถ้าไม่ปรับตัว 7-11 อาจจะอยู่ไม่รอดได้เช่นกัน ซึ่งจากทิศทางของร้านนี้ทำให้เห็นได้ชัดเจนขึ้นว่า 7-11 กำลังจะเดินไปในทิศทางไหน และยังสะท้อนให้เห็นด้วยว่า เทคโนโลยีที่นำมาใช้ แม้ไม่ทันสมัยไฮเทคขนาดร้านต้นแบบของ Amazon หรือ Alibaba แต่ซีพีออลล์เข้าใจความต้องการของลูกค้าและคู่ค้าชาวไทยอย่างดี

เมื่อเร็วๆ นี้ ซีพีออลล์ยังเริ่มโครงการทดลองติดตั้งตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติตู้แรกที่โรงพยาบาลคามิลเลียน ซึ่งจุดเริ่มต้นมาจากความต้องการของโรงพยาบาลที่ต้องการติดตั้งเพื่อจำหน่ายสินค้าประเภทขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มสำเร็จรูปและเครื่องดื่มร้อน โดยจำหน่ายสินค้าในราคาเดียวกับสินค้าในร้าน 7-11 เพื่ออำนวยความสะดวกให้บุคลากร เจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

มีรายงานว่า ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ 7-11 ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลธุรกิจใหม่ของซีพีออลล์ เพื่อทดลองหาช่องทางสร้างรายได้ใหม่และช่วยให้ 7-11 เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นในพื้นที่ที่สาขาอาจเข้าไปไม่ถึง ตอบรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกมากขึ้น เช่นเดียวกับตู้จำหน่ายอาหารพร้อมรับประทานที่บริษัทได้ทดลองให้บริการในพื้นที่หลายแห่ง เช่น ศูนย์กีฬา ม.ธรรมศาสตร์ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย นอกจากนี้ ใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการเปิดสาขามาก ทั้งเงินลงทุนในการก่อสร้าง การจัดเก็บสินค้า และค่าพนักงาน ซึ่งถือว่าเป็นการต่อยอดประสิทธิภาพทำกำไรด้วย

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังอยู่ในช่วงทดลอง ทั้งในแง่ตัวตู้และบริการ ซึ่งเป็นรูปแบบการสั่งซื้อสินค้าแบบ Touch Screen และวางแผนอัพเกรดการชำระค่าสินค้าจากการชำระด้วยเงินสดเป็นการชำระผ่านบัตรหรือระบบออนไลน์

ด้านคู่แข่ง “แฟมิลี่มาร์ท” ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ปรับแผนและกลยุทธ์ต่อเนื่อง โดยเร่งพัฒนาร้านแฟมิลี่มาร์ททั่วประเทศ 2 รูปแบบหลัก คือ Standard Store และ Premium Store ซึ่งจุดเด่นของแต่ละสาขาขึ้นอยู่กับทำเลและกลุ่มเป้าหมาย เช่น สาขาปากซอยสุขุมวิท 33 และสาขาเมเจอร์รังสิต มี Co-Working Space เรียกว่า One Space เพื่อเป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์สำหรับกลุ่มเพื่อน รองรับกลุ่มพนักงานออฟฟิศ นักเรียน/นักศึกษา ลูกค้าทั่วไป วัยทำงาน

สาขาชิดลม เน้นการเป็น Food Destination ชูกลุ่มสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน ทั้งเบเกอรี่ โอเด้ง กาแฟสด ข้าวกล่องปรุงสดใหม่ แซนด์วิช ขณะที่สาขาหัวหิน นเรศดำริห์ 2 เน้นลูกค้ากลุ่มนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยต้องการให้แฟมิลี่มาร์ทสาขานี้เป็นจุดแวะพักที่หัวหินและจุดเช็กอินของนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ชูจุดขายด้าน Convenience Service ทั้งบริการรับส่งพัสดุ Kerry Express บริการจ่ายบิล เติมเงินผ่าน Cen Pay ซึ่งเป็นบริการด้านการรับชำระบิลและเติมเงินครบวงจร ในกลุ่มเซ็นทรัลมากกว่า 200 รายการ โดยเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด

ดังนั้น เมื่อ 7-11 เปิดเกมรุกใหม่ คู่แข่งอย่าง “แฟมิลี่มาร์ท” ภายใต้อาณาจักร “เซ็นทรัล” ย่อมต้องเตรียมงัดไม้เด็ดใหม่ออกมาตอบโต้ เพื่อรักษาส่วนแบ่งและกลุ่มลูกค้าในมืออย่างเหนียวแน่นที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *