วันอังคาร, ธันวาคม 12, 2017
Home > Cover Story > เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง จากนักมวยเงินแสน สู่นักธุรกิจเงินล้าน

เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง จากนักมวยเงินแสน สู่นักธุรกิจเงินล้าน

 
 
เมื่อครั้งยังโลดแล่นอยู่บนสังเวียนผ้าใบ ชัยชนะในการชกถือเป็นเป้าหมายสำคัญของเจริญทอง เกียรติบ้านช่อง ยอดนักมวยไทยที่เคยคว้าแชมป์มาแล้วหลายต่อหลายรุ่น แม้ปัจจุบันจะแขวนนวมและร้างราเวทีมวยที่เต็มไปด้วยการแข่งขันมานาน
 
หากแต่บนสังเวียนธุรกิจ เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง กลับมาลงนวมอีกครั้งในนาม เจริญ ชูมณี โดยมีเป้าหมายในการดำเนินกิจการต่างไปจากนักธุรกิจคนอื่นๆ ที่มุ่งเน้นไปที่กำไร ผลตอบแทนอันมหาศาล แต่เป็นความสุขใจที่ได้สืบทอดและมีส่วนในการเผยแพร่ศิลปะมวยไทยให้กับคนรุ่นใหม่ได้ศึกษา ในนาม “เจริญทอง มวยไทย ยิม”
 
เจริญทอง มวยไทย ยิม นับเป็นผลงานชิ้นโบแดงของเจริญ ชูมณี หรือ “ครูเป็ด” ในฐานะนักธุรกิจ ซึ่งเจริญทองผันตัวเองจากนักชกเงินแสนมาเป็นนักธุรกิจตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 แม้ว่าแรกเริ่มนั้น เจริญทอง มวยไทย ยิม จะดำเนินธุรกิจในลักษณะค่ายมวยที่ส่งนักชกรุ่นใหม่ลงสู่สังเวียนผ้าใบตามรอยของตน หากแต่ในภายหลังมีการปรับเปลี่ยนจากการเป็นค่ายมวยสู่รูปแบบของยิม ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจการออกกำลังกายในแบบมวยไทยได้เข้ามาสัมผัส
 
เมื่อมองในตลาดภาพรวมความต้องการของผู้บริโภค เทรนด์การดูแลสุขภาพเป็นกระแสที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้รูปแบบการออกกำลังกายมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้ง ฟิตเนส โยคะ พิลาทีส หรือ Body Combat  ซึ่งการฟุตเวิร์กบนสังเวียนธุรกิจของเจริญทอง นับว่าทำได้ไม่เลวเลย เมื่อตัดสินใจหยิบเอาเทรนด์นี้มาเป็นแนวการสร้างธุรกิจของตน นับว่าเป็นการออกหมัดที่เข้าเป้าและตรงจุด
 
แม้ในช่วงแรกที่เริ่มชก เจริญทองจะออกหมัดไม่ตรงนัก หากแต่การมีปณิธานในเรื่องที่ต้องการเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทย เป็นเข็มทิศสำคัญ ทำให้การออกหมัดครั้งนี้ตรงจุดมากขึ้น อีกทั้งเจริญทอง มวยไทย ยิม ยังเป็นสถานที่สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกาย โดยผลพลอยได้ของผู้เรียนคือสามารถใช้เป็นเครื่องป้องกันตัวในเวลาที่มีภัย นี่เองที่ทำให้เจริญทอง มวยไทย ยิม เป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้างขึ้น
 
“คุณทำงานมีเงินเยอะแยะ แต่ไม่ได้ใช้ ต้องเอาไว้เป็นค่ารักษา ค่าหมอมันคุ้มไหม ถ้ามาออกกำลังกายคุณได้สุขภาพแข็งแรง แล้วยังมีความสุขด้วยแบบไหนคุ้มกว่ากัน” เจริญทองให้ทัศนะกับ “ผู้จัดการ 360 ํ” ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งมุมมองในการทำธุรกิจของนักมวยเก่า
 
Business Model สำหรับนักธุรกิจคนอื่นๆ คงดำเนินไปในรูปแบบของการตลาด แต่คงไม่ใช่กับแชมป์มวยไทยเก่าอย่างเจริญทอง เมื่อยิมแห่งนี้ไม่ได้ดำเนินไปในเชิงธุรกิจเสียทีเดียว เพราะการจบพละและไม่มีหัวธุรกิจ หากเพียงแค่อยากจะให้คนนิยมและหันมาออกกำลังกายมากขึ้น โดยใช้หลักเพียงแค่ว่า “หากใครสนใจอยากจะเรียนมวย แนะนำว่าให้มาเรียนรู้จากครูมวย ผู้เรียนจะได้ความรู้อย่างแท้จริงกลับไป”
 
อย่างไรก็ตาม กลุ่มเป้าหมายของเจริญทอง มวยไทย ยิม ไม่ใช่นักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติ เมื่อเจริญทองให้ความสำคัญในประเด็นที่ว่า “มวยไทยเป็นศิลปะของไทย อยากให้คนไทยได้เรียนรู้และช่วยกันรักษา” และเหตุนี้เองที่ทำให้เจริญทองมองกลุ่มเป้าหมายหลักของยิม คือกลุ่มลูกค้าชาวไทย หรือคนในพื้นที่ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ปิดกั้นหากชาวต่างชาติต้องการที่จะเรียนรู้ศิลปะมวยไทย 
 
กลยุทธ์ที่เจริญทองใช้ในธุรกิจคือการใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดีย ทั้ง Facebook Instagram ซึ่งการโพสต์และแชร์ภาพศิลปิน นักแสดง ที่เข้ามาเรียนมวยไทยทำให้ฐานลูกค้าขยายตัวมากขึ้นจนเห็นได้ชัด เมื่อเจริญทอง มวยไทย ยิม มีลูกค้าเป็นผู้หญิง 80 เปอร์เซ็นต์ ผู้ชาย 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผู้ที่เข้ามาเรียนมีตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ถึง 63 ปี นับได้ว่าเจริญทองเป็นผู้เปิดประตูการเรียนรู้ศิลปะมวยไทยสู่คนทุกเพศทุกวัย
 
แน่นอนว่าทุกธุรกิจที่ดำเนินกิจการมาได้ระยะหนึ่งผลกำไรย่อมต้องถูกกล่าวถึง และเจริญทอง มวยไทย ยิมที่เปิดให้บริการมาแล้ว 11 ปี ดูจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีกำไร หากแต่เจริญทองเพียงกล่าวว่า “เรามีกำไรพออยู่ได้ เลี้ยงลูกน้อง เลี้ยงครอบครัวได้ก็พอแล้ว” 
 
อีกกลยุทธ์สำคัญที่เจริญทองเลือกใช้ คือการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่ดี ที่จะสามารถนำพาธุรกิจให้รุดหน้าไปได้มาก โดยการจับมือกับ Partner ที่ทำธุรกิจฟิตเนส และโยคะ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่อาจหลากหลาย นับเป็นการตอบโจทย์ได้ดี
 
หมากสำคัญที่เจริญทองเลือกเดินคือการเปิดสาขาใหม่บนทำเลทอง นับเป็นการเดินหมากที่ฉลาดมาก เพื่อรองรับการขยายตัวของฐานลูกค้าที่มากขึ้น ทั้งสาขารัชดา สาขาข้าวสาร สาขาสนามบินน้ำ สาขาสมุย และสาขาเขาหลัก จ.พังงา โดยเจริญทองเสริมว่า “เราขยายสาขาเพิ่มเพราะมีคนช่วยดูแล และเพื่อให้ลูกค้าเดินทางสะดวก ใครสะดวกที่ไหน ใกล้ที่ไหนเล่นที่นั่น” กระนั้นการขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 5 สาขา สามารถการันตีได้ดีถึงการได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้า 
 
นอกจากนั้นยังขยายเวลาการปิดออกไปถึง 21.00 นาฬิกา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่อยากมาเข้ายิมหลังเลิกงาน “ลูกค้าบางคนเครียดจากงานอยากมาออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลาย ดีกว่าไปหาที่ระบายด้วยการดื่ม ซึ่งแบบนั้นอาจจะส่งผลร้ายต่อร่างกายได้”
 
แม้ในสภาวะที่เศรษฐกิจทั้งไทยและทั่วโลกกำลังประสบภาวะซบเซา หากแต่ไม่ใช่กับเจริญทอง มวยไทย ยิม เมื่อสาขาสมุย สามารถสร้างรายได้ 2 ล้านกว่าบาทในระยะเวลาเพียง 2 เดือน นับเป็นธุรกิจที่เดินทางย้อนศรเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง 
 
ซึ่งหากดูจากรายได้ของสาขาสมุยเพียงสาขาเดียว สามารถการันตีได้ว่า กระแสความนิยมชมชอบในมวยไทยเพิ่มมากขึ้น และเทรนด์การดูแลสุขภาพก็ยังคงทำให้ธุรกิจเติบโตได้ดี เช่นนั้นหากจะกล่าวว่าเจริญทอง มวยไทย ยิมเป็นธุรกิจ SME แบรนด์ไทยที่เติบโตอย่างมั่นคงและติดลมบนก็คงจะไม่เกินไปนัก
 
กระนั้นบรรดาธุรกิจฟิตเนสก็จับเอากระแสความนิยมมวยไทยนี้ เข้าไปใส่ในโปรแกรมเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าเช่นกัน หากแต่ความแตกต่างคงจะอยู่ที่ลูกค้าฟิตเนสจะได้รับการฝึกมวยจากเทรนเนอร์ที่ปราศจากกลิ่นอายของมวยไทย แต่ลูกค้าที่ใช้บริการยิมมวย จะได้รับการถ่ายทอดท่าทางการออกอาวุธจากครูมวยที่เป็นอดีตนักมวยโดยตรง
 
การมีอดีตนักมวยเป็นครูฝึกให้กับลูกค้า นับเป็นจุดขายที่สำคัญของเจริญทอง มวยไทย ยิม นอกเหนือไปจากบรรยากาศความเป็นกันเอง เปิดเพลงในขณะเรียนมวย ที่จะไม่ทำให้ลูกค้ารายใหม่รู้สึกเกร็งจนไม่รู้สึกสนุก นี่อาจเป็นเหตุผลให้ยิมมวยไทยของเจริญทองแทบไม่มีความจำเป็นที่ต้องเสียงบประมาณในการทำการตลาดอย่างหนักหน่วงเหมือนธุรกิจอื่นๆ เมื่อลูกค้านิยมบอกต่อหลังจากได้รับการดูแลและเอาใจใส่เป็นอย่างดี
 
“ลูกค้าส่วนใหญ่จะซื้อคอร์สต่อเนื่อง แม้จะได้รับผลจากการเรียนมวยตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ลูกค้าผู้หญิงบางคนต้องการลดน้ำหนัก พอเล่นคอร์สหนึ่งได้ผลดี น้ำหนักลด หุ่นเฟิร์มขึ้น แต่ก็ไม่อยากเลิกเล่น แล้วยังแนะนำเพื่อนๆ น้อยมากที่ลูกค้าจะซื้อคอร์สเดียวแล้วเลิกเล่น” เจริญทองอธิบาย แน่นอนว่าในเรื่องราคาค่าเรียนนั้นสมเหตุสมผล ซึ่งถูกกว่าหากเปรียบเทียบกับยิมอื่นที่เป็นคู่แข่ง
 
แม้ธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพจะมีการแข่งขันที่สูง หากแต่ในมุมมองของเจริญทองกลับให้ทัศนะว่า “รู้สึกดีที่จะมียิมมวยเปิดเยอะขึ้น ถือเป็นการช่วยกันส่งเสริมมวยไทย และช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่กีฬามวย” อีกทั้งยังอยากให้ภาครัฐช่วยส่งเสริมและสนับสนุนกีฬามวย โดยให้บรรจุอยู่ในหลักสูตรการศึกษาด้วย
 
เจริญทองทิ้งท้ายว่า “เรื่องการทำธุรกิจมันอยู่ที่ใจ ไม่เต็มร้อย ก็อยู่ไม่ได้” คำกล่าวที่ว่า “ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ” ดูจะเหมาะสมกับเจริญทองที่มักแสดงน้ำใจต่อลูกค้า และสปอร์ตกับลูกน้อง ก็ดูจะไม่ผิดนัก
 
ต้องยอมรับว่าอดีตนักมวยไทยที่ได้แชมป์มามากมาย แต่หันมาจับธุรกิจเปิดยิมมวยได้ถึง 6 สาขา เป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จได้ดีทีเดียว ถือได้ว่าเจริญทองก้าวมาไกลและแซงหน้านักธุรกิจในแบบเดียวกันไปแล้ว และแม้ว่าบนสังเวียนธุรกิจ เจริญทอง อาจจะไม่ชนะน็อก แต่รับรองว่า คะแนนใจที่ได้รับจากลูกค้านั้นเกินร้อย