วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 19, 2017
Home > PR News > New Products > อินเทลเปิดตัวโปรเซสเซอร์ตระกูล อินเทล® คอร์™ เจนเนอเรชั่น 4

อินเทลเปิดตัวโปรเซสเซอร์ตระกูล อินเทล® คอร์™ เจนเนอเรชั่น 4

วันที่ 17 มิถุนายน 2556 – บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัวโปรเซสเซอร์ตระกูล อินเทล® คอร์™ เจนเนอเรชั่น 4 เพื่อฉีกรูปแบบการประมวลผลคอมพิวเตอร์จากเดิมโดยสิ้นเชิง ไปสู่รูปแบบใหม่ที่ให้ประสบการณ์การใช้งานด้วยประสิทธิภาพสูงสุด และตรงกับความต้องการเฉพาะของผู้ใช้งานแต่ละคน ความจุของแบตเตอรี่ที่อัดแน่นจนใช้ได้นานเป็นพิเศษ ระบบกราฟิกที่ทันสมัยที่สุด และรูปแบบการใช้งานของอุปกรณ์ใหม่ๆ อาทิ อุปกรณ์ทูอินวัน แท็บเล็ต อุปกรณ์ ออลอินวันแบบพกพาที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง ตลอดจนอุปกรณ์เชิงธุรกิจซึ่งมีคุณสมบัติด้านบริหารจัดการที่มาพร้อมเทคโนโลยี อินเทล® วีโปร™ เป็นต้น

อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ รุ่นใหม่มีประสิทธิภาพสูงอย่างเหลือเชื่อในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองต่อคำสั่ง ระบบรักษาความปลอดภัย และสมรรถะนะที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถสร้างหรือใช้ คอนเทนท์ต่างๆ ได้อย่างคล่องตัวสูงสุดเมื่อมีการใช้งานนอกสถานที่ เพราะโปรเซสเซอร์รุ่นนี้เป็นชิพ รุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเพื่ออัลตร้าบุ๊กโดยเฉพาะ นับตั้งแต่ยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีครั้งสำคัญ คือ อินเทล® เซนทรีโน® เป็นต้นมา การเปิดตัว อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ในครั้งนี้ เป็นการผสานรวมประสิทธิภาพสูงสุดของพีซีเข้ากับความคล่องตัวของแท็บเล็ต ซึ่งจะนำไปสู่การกระตุ้นให้อุปกรณ์รูปแบบใหม่อย่างทูอินวันเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย

ด้วยคุณสมบัติด้านการใช้พลังงานที่กินไฟต่ำเพียง 6 วัตต์ ทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบอุปกรณ์โดยใช้โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้ ให้ดีไซน์ของเครื่องบางและเบาขึ้น ร้อนน้อยลง เงียบลง และไม่ต้องใช้พัดลมในเครื่องอีกต่อไป นอกจากนี้ อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ รุ่นใหม่ ยังช่วยกระตุ้นให้มีการออกแบบอุปกรณ์แนวใหม่ๆ มากขึ้น เช่น พีซีออลอินวันที่ใช้งานแบตเตอรี่ได้นานขึ้น ซึ่งเป็นการนำเอารูปแบบการใช้งานที่คล่องตัวมาใช้กับอุปกรณ์ออลอินวันที่มีอัตราการเติบโตในตลาดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อินเทล คอร์โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 รุ่นใหม่ถือเป็นโปรเซสเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มีประสิทธิภาพของการใช้งานแบตเตอรี่
ดีขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์รุ่นก่อนหน้านี้

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ทำให้แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพสูงในระดับก้าวกระโดดซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดเท่าที่อินเทลเคยทำไว้ ระบบกราฟิกที่ดีขึ้นกว่าเดิมสองเท่า และเป็นซีพียูที่ได้รับการออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิมมากเพื่อรองรับรูปแบบการใช้งานใหม่ๆ ได้อย่างน่าสนใจสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย การเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้ตลาดอุปกรณ์รูปแบบใหม่อย่างทูอินวันได้รับความนิยมเร็วขึ้น เพราะอุปกรณ์ดังกล่าวจะรวมคุณสมบัติที่ โดดเด่นของทั้งโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตเข้าไว้ด้วยกัน ปีนี้จึงน่าจะเป็นปีที่ดีที่สุดที่ผู้บริโภคจะเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ทูอินวันแบบใหม่แทนแท็บเล็ตหรือพีซีรุ่นเก่า”

ปัจจุบัน คอมพิวเตอร์สำหรับนักธุรกิจและผู้บริโภคที่ใช้อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 เริ่มมีวางจำหน่ายแล้ว โดยผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ชั้นนำจะเริ่มจำหน่ายอัลตร้าบุ๊กทูอินวัน อุปกรณ์พกพา ออลอินวัน รวมทั้งแล็บท้อปและพีซีรูปแบบดั้งเดิมในเร็วๆ นี้ ส่วนคอมพิวเตอร์พกพาที่ใช้ในเชิงธุรกิจ ซึ่งมี อินเทล® คอร์™ วีโปร™ เจนเนอเรชั่น 4 จะเริ่มมีจำหน่ายภายในสิ้นปีนี้ ผู้สนใจสามารถดูราคาของอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ รุ่นใหม่ได้ที่ www.intc.com

กินไฟน้อย แต่ให้ประสิทธิภาพสูงและระบบกราฟิกที่โดดเด่นสะดุดตา
อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 เป็นรุ่นที่มีการพัฒนาประสิทธิภาพด้านแบตเตอรี่ที่สูงที่สุดของอินเทลเมื่อเทียบกันระหว่างรุ่นต่อรุ่น โดยหากเทียบกับเจนเนอเรชั่นก่อนหน้านี้ โปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุดจะทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ดีขึ้นร้อยละ 50 ในกรณีที่เครื่องกำลังทำงาน เช่น ขณะชมภาพยนตร์หรือท่องอินเตอร์เน็ต และดีขึ้นสองถึงสามเท่าเมื่ออยู่ในโหมดสแตนบาย สำหรับอุปกรณ์บางรุ่นที่จะเริ่มจำหน่ายในปีนี้ การชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้งจะทำให้แบตเตอรี่ใช้ได้นานกว่า 9 ชั่วโมงเมื่ออยู่ในโหมดทำงาน และใช้ได้นาน 10-13 วันเมื่ออยู่ในโหมดแสตนบาย โดยที่เครื่องจะยังคงมีการรับข้อมูลตลอดเวลาได้ตามปกติ

ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่อินเทลสามารถลดอัตราการใช้พลังงานในระดับซีพียูได้เกินกว่าระดับที่เคยตั้งไว้ ซึ่งเหลือเพียงแค่ 6 วัตต์เท่านั้น แต่ยังคงรักษาระบบการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การปรับปรุงดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่ซิสเต็มออนชิพ (SoC) และเทคโนโลยีระดับแพลตฟอร์มไปจนถึงเทคโนโลยีขั้นตอนการผลิตแบบ 22 นาโนเมตรที่ล้ำสมัยของอินเทล นอกจากนี้ อินเทลยังปรับปรุงด้านการใช้พลังงานทั้งในขณะที่เครื่องมีการทำงานและในขณะที่เครื่องหยุดพักการทำงาน ผ่านการพัฒนาโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของโปรเซสเซอร์ให้กินไฟต่ำเป็นพิเศษ ทำให้ซีพียูใช้พลังงานน้อยมากเมื่ออยู่ในโหมดหยุดพักการทำงานหากเทียบกับโปรเซสเซอร์รุ่นก่อนหน้านี้

อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 เป็นโปรเซสเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับตลาดระดับเมนสตรีมในปัจจุบัน และมีระบบกราฟิกที่ดีกว่าเดิมอีกด้วย เมื่อเทียบกับเครื่องในรุ่นใกล้เคียงกันที่ใช้มานานกว่า 4 ปี ผู้ใช้จะรู้สึกได้ทันทีว่าการทำงานของเครื่องเร็วกว่าเดิมถึงสองเท่า เครื่องกลับสู่โหมดพร้อมใช้งานได้เร็วกว่าเดิม 8 เท่า สามารถแก้ไขและแชร์วิดีโอระบบไฮเดฟฟินิชั่นได้เร็วขึ้นประมาณ 20 เท่า

นอกจากนี้ อินเทลยังพัฒนาระบบกราฟฟิกให้มีขีดความสามารถกว้างขึ้นในระดับเอสโอซีเพื่อรองรับการแสดงผลกราฟิกที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าเดิมโดยที่ตัวอุปกรณ์ยังคงมีดีไซน์ที่บางและเบา กราฟฟิก อินเทล® ไอริส™ (Intel® Iris™) จะมีอยู่ใน อินเทล คอร์ เจนเนอร์เรชั่น 4 บางรุ่น โดยเทคโนโลยีนี้จะทำให้ประสิทธิภาพของกราฟิกสามมิติเหนือกว่าเดิมสองเท่า เมื่อเทียบกับกราฟิก อินเทล ไฮเดฟฟินิชั่น รุ่นที่เร็วที่สุดในปัจจุบันของอุปกรณ์พกพา กราฟิก อินเทล ไอริส จะทำให้อุปกรณ์พกพามีระบบกราฟิกในตัวที่สมบูรณ์แบบโดยไม่จำเป็นต้องซื้อกราฟิกการ์ดเพิ่มอีกต่อไป

ฉีกรูปแบบการประมวลผลแบบเดิมๆ และใช้อัลตร้าบุ๊กพลังแรงจากอินเทล คอร์ ได้อย่างมั่นใจ อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ช่วยสร้างรูปแบบใหม่ๆ ในการโต้ตอบกันระหว่างผู้ใช้กับ ตัวอุปกรณ์มากขึ้นเพื่อให้การใช้งานโดยรวมดีขึ้นกว่าเดิม อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ถูกออกแบบใหม่หมดตั้งแต่ต้นเพื่อใช้กับอัลตร้าบุ๊กโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ อีกครั้งในวงการ อินเทล คอร์ รุ่นใหม่นี้เข้ามายกระดับศักยภาพของอัลตร้าบุ๊ก รวมทั้งทำให้วิสัยทัศน์ของอินเทลเมื่อสองปีก่อนกลายเป็นความจริง ด้วยการผสานรวมสิ่งที่ดีที่สุดต่างๆ ไว้ในดีไซน์สำหรับอุปกรณ์พกพาดีไซน์บางเฉียบเรียบหรูเพียงชิ้นเดียว ซึ่งได้แก่ ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด การตอบสนองที่รวดเร็ว อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยอดเยี่ยมและมีระบบรักษาความปลอดภัยในตัว

อัลตร้าบุ๊กรุ่นใหม่ๆ จะมีระบบหน้าจอสัมผัสและมีคุณสมบัติ อินเทล ไวร์เลส ดิสเพลย์ ในตัว เพื่อให้เครื่องมีรูปแบบการโต้ตอบกับตัวอุปกรณ์ได้ทั้งแบบระบบสัมผัสและโดยการเคลื่อนไหวร่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมทั้งยังมีโหมดความเร็วให้ใช้ในกรณีเล่นเกมที่ต้องการความล่าช้าต่ำบนจอขนาดใหญ่ นอกจากนี้ อัลตร้าบุ๊กยังมีระบบควบคุมและสั่งงานโดยใช้เสียงพูด เพื่อความคล่องตัวของผู้ใช้งานในการเลือกวิธีการที่เป็นธรรมชาติและง่ายที่สุดสำหรับการใช้งานในรูปแบบต่างๆ อัลตร้าบุ๊กจะเปลี่ยนจากโหมดการพักเครื่อง (deep sleep) มาสู่โหมดพร้อมใช้งานได้ภายใน 3 วินาที และในบางกรณีอาจเร็วกว่านั้น เพื่อให้เครื่อง “พร้อมใช้งานได้ทันที” ได้อย่างที่ต้องการ ในขณะที่อัลตร้าบุ๊กอยู่ในโหมดใช้พลังงานต่ำ เครื่องจะยังคงสามารถรับข้อมูลต่างๆ จากทั้งอีเมล์ สังคมออนไลน์ และการอัพเดทอื่นๆ อยู่ตลอดเวลา ผู้ใช้จึงไม่ต้องเสียเวลารอเครื่องอัพเดตข้อมูลต่างๆ เมื่อเครื่องกลับเข้าสู่โหมดพร้อมใช้งาน

นอกจากนี้ อัลตร้าบุ๊กยังมีระบบรักษาความปลอดภัยในตัว ซึ่งประกอบด้วยเทคโนโลยี Intel Identity Protection Technology (Intel IPT) และ Intel Anti-Theft Technology (Intel AT) เพื่อช่วยปกป้องระบบคอมพิวเตอร์ได้ดียิ่งขึ้น เว็บไซต์ต่างๆ ที่จับมือเป็นพันธมิตรกับ Intel IPT จะช่วยปกป้องข้อมูลการล็อกอิน เพื่อทำให้ข้อมูลที่ต้องการการระบุอัตตลักษณ์ของคุณปลอดภัยมากขึ้นด้วยระบบตรวจสอบที่ใส่ไว้ในระดับฮาร์ดแวร์ ในขณะที่ Intel AT จะช่วยปกป้องอัลตร้าบุ๊กด้วยการปิดระบบการทำงานของเครื่องโดยอัตโนมัติในกรณีที่เครื่องสูญหายหรือถูกขโมย ส่วนบริการ McAfee LifeSafe ที่เพิ่งเปิดตัวไปจะช่วยเพิ่มการปกป้องระดับสูงสุดจากการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีอยู่ใน อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ รุ่นใหม่ รวมทั้ง Intel IPT และ Intel AT ด้วย

พัฒนามาสำหรับองค์กร: เครื่องที่ใช้ในเชิงธุรกิจ เวิร์กสเตชั่น และระบบอัจฉริยะ
คุณสมบัติต่างๆ ที่มีอยู่ใน อินเทล คอร์ วีโปร โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 จะทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยรัดกุมและเข้มงวดยิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิผลของการใช้งานในเชิงธุรกิจให้มากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพนักงานไอทีและผู้ใช้ทั่วไปจะสามารถใช้งานในเชิงธุรกิจได้ดีที่สุด โดยในขณะนี้ อินเทล คอร์ วีโปร เริ่มมีจำหน่ายแล้วในอุปกรณ์บางรุ่นของพีซีเชิงธุรกิจ พีซีออลอินวัน อุปกรณ์ขนาดเล็ก และเวิร์กสเตชั่นแบบพกพา จากนั้นในช่วงปลายปีนี้ ผู้ผลิตต่างๆ จะเริ่มนำโปรเซสเซอร์รุ่นนี้ไปใช้ใน อัลตร้าบุ๊ก แท็บเล็ต และแล็บท้อปเชิงธุรกิจ เนื่องจากเหล่าผู้ผลิตเชื่อมั่นว่าอินเทล คอร์ วีโปร ให้ประสิทธิภาพด้านการรักษาความปลอดภัยที่สูงขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิผลเพิ่มขึ้น และรองรับรูปแบบการทำงานร่วมกัน เพื่อความมั่นใจของผู้ใช้ทั่วไปและผู้ใช้ที่เชี่ยวชาญด้านไอที

อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ยังเหมาะที่จะนำไปใช้กับระบบอัจฉริยะประสิทธิภาพสูงที่ต้องการระบบประมวลผลที่กินไฟต่ำ เพื่อรองรับระบบการทำงานของธุรกิจค้าปลีก อุตสาหกรรม เซิร์ฟเวอร์มีเดีย การแพทย์ และระบบกล้องวงจรปิดระบบดิจิตอล ในขณะที่ประสิทธิภาพด้านกราฟิกสามมิติและการใช้มีเดียมีสมรรถนะสูงขึ้นซึ่งจะช่วยรองรับการเล่นมีเดียไฮเดฟฟินิชั่นได้อย่างยอดเยี่ยม จึงเหมาะอย่างยิ่งกับระบบค้าปลีก และแอพพลิเคชั่นป้ายดิจิตอลที่ต้องการระบบแสดงผลประสิทธิภาพสูง ส่วนชุดคำสั่ง Intel AVX 2.0 รุ่นใหม่ รองรับการคำนวณความเร็วสูง เพื่อใช้สำหรับการรวบรวม และแปรผลคลื่นเสียงในเครื่องอัลตร้าซาวด์ได้อย่างรวดเร็ว (ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินเทล คอร์โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 สำหรับระบบอัจฉริยะได้ใน เอกสารสรุปข่าว)

มีการคาดการณ์ไว้ว่าภายในปี 2559 ระบบโทรทัศน์ ระบบวิดีโอตามความต้องการ และอินเทอร์เน็ตวิดีโอรวมกันจะคิดเป็นสัดส่วนสัญญาณข้อมูลของผู้บริโภคทั่วโลกร้อยละ 86(1) อัตราการเติบโตดังกล่าวต้องการนวัตกรรมใหม่จากเทคโนโลยีการประมวลผลเพื่อช่วยบริษัทผู้ให้บริการคอนเทนท์ส่งวิดีโอไปยังผู้บริโภคได้เร็วขึ้นและมีคุณภาพดีขึ้น ในขณะเดียวกันยังเป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ของตนเพื่อรองรับการให้บริการอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อหลายพันล้านเครื่องอีกด้วย พร้อมกันนี้ อินเทลยังมีการเปิดตัว อินเทล® ซีออน® โปรเซสเซอร์ E3-1200 v3 ที่มีระบบกราฟฟิกในตัว พร้อมฮาร์ดแวร์เร่งความเร็วสำหรับเทคโนโลยีเข้ารหัสและถอดรหัสมีเดีย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการมีเดียและวิดีโอส่งวิดีโอ ไปยังลูกค้าได้มากขึ้น 4.6 เท่า(2) รวมทั้งลดต้นทุนโดยรวมได้มากถึงร้อยละ 64(2) เมื่อเทียบกับเซิร์ฟเวอร์แบบเก่าที่มีระบบกราฟิกแยกต่างหากที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ไมโครอาร์คิเทคเจอร์แบบใหม่และเทคโนโลยีกระบวนการผลิตที่ทันสมัยช่วยทำให้อินเทล ซีออน โปรเซสเซอร์ ใช้พลังงานต่ำสุดที่ 13W TDP เพื่อรองรับการใช้งานในไมโครเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐานระบบสื่อสารโดยเฉพาะ นอกจากนั้น ยังมีการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบกราฟิกให้ดีขึ้นร้อยละ 38 และปรับปรุงการใช้พลังงานคุ้มค่ามากขึ้นร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์รุ่นก่อนหน้านี้ ซึ่งเท่ากับเป็นการเสนอโอกาสในการอัพเกรดเวิร์กสเตชั่น เซิร์ฟเวอร์ระดับเริ่มต้นใช้งาน และโซลูชั่นระบบจัดเก็บข้อมูลที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี (ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ อินเทล ซีออน โปรเซสเซอร์ E3-1200 v3 ดูได้ที่ เอกสารสรุปข่าว)

“ผู้สนใจสามารถชมวิดีโอที่มีวิศวกรสามคนของอินเทลซึ่งเป็นผู้นำทีมพัฒนาอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 รวมถึงรูปภาพประกอบอื่นๆ ได้ที่ www.intel.synapticdigital.com”
เกี่ยวกับอินเทล
อินเทล เป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมการประมวลผล รวมทั้งการออกแบบ และสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เป็นพื้นฐานการพัฒนาอุปกรณ์ประมวลผลระดับโลก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินเทล สามารถเข้าชมได้ที่newsroom.intel.com, www.intel.com/th, blogs.intel.com, ทวิตเตอร์ @Intelthailand และ เฟสบุ๊ค IntelThailand

อินเทล, อินเทล อะตอม, อินเทล คอร์, อินเทล ซีออน, เซนทริโน, วีโปร, อัลตร้าบุ๊ก, ไอริส และโลโก้อินเทล เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ อินเทล คอร์ปอเรชั่น หรือสำนักงานสาขาในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆขอสงวนสิทธิ์

*ชื่อและยี่ห้ออื่นอาจถูกอ้างอิงถึงโดยถือเป็นทรัพย์สินของชื่อยี่ห้อนั้นๆ

1 Source: Cisco Visual Networking Index Forecast and Methodology, 2011-2016
2 Results, which are provided for informational purposes only, were estimated as of March 2013 by Intel based on a comparison of performance (number of 1080p 30fps HD concurrent transcode per GPU) and related results utilizing Intel’s product data and data published by nVidia* Kepler*. Any difference in system hardware or software design or configuration may affect actual performance. Intel does not control or audit the design or implementation of third party data referenced in this document. Intel encourages all of its customers to visit the websites of the referenced third parties or other sources to confirm whether the referenced data is accurate and reflects performance of systems available for purchase.

Software and workloads used in performance tests may have been optimized for performance only on Intel microprocessors. Performance tests, such as SYSmark and MobileMark, are measured using specific computer systems, components, software, operations and functions. Any change to any of those factors may cause the results to vary. You should consult other information and performance tests to assist you in fully evaluating your contemplated purchases, including the performance of that product when combined with other products.

ติดต่อ:
ดรรชนีพร พฤกษ์วัฒนานนท์ อรวรรณ ชื่นวิรัชสกุล
บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท คาร์ล บายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์
โทรศัพท์: (66 2) 648-6022 โทรศัพท์: (66 2) 627-3501
e-Mail: Dudchaneeporn.pruckwattananon@intel.co e-Mail: ochuenwiratsakul@carlbyoir.com