วันพฤหัส, กันยายน 21, 2017
Home > Life > อาการผิดปกติในเวลาเดียวกันของทุกวันบ่งบอกอะไร

อาการผิดปกติในเวลาเดียวกันของทุกวันบ่งบอกอะไร

 
Column: Well – Being
 
คุณเคยมีอาการอย่างนี้บ้างไหม
 
ปวดศีรษะหรือเจ็บตามข้อในเวลาเดียวกันของทุกวัน
 
ให้เอาใจใส่และสังเกตเมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น เพราะอาจช่วยให้คุณรู้สาเหตุได้ มีอาการผิดปกติทางร่างกายมากมายที่มักสัมพันธ์กับการทำกิจกรรมบางอย่าง หรือสัมพันธ์กับช่วงเวลาหนึ่งช่วงเวลาใดของวัน สิ่งเหล่านี้สามารถใช้เป็นเบาะแสที่จำเป็นสำหรับการไขปริศนาปัญหาสุขภาพของคุณ คุณคุ้นเคยกับอาการต่อไปนี้ที่นิตยสาร GoodHealth นำเสนอหรือไม่
 
ไอหลังรับประทานอาหาร
อาจมีสาเหตุจากอาการกรดไหลย้อน ศาสตราจารย์อัลวิน อิงก์ แห่ง Sydney Adventist Hospital Clinical College อธิบายว่า ขณะที่คนจำนวนมากคุ้นเคยกับอาการแสบร้อนกลางอกที่มีสาเหตุจากกรดไหลย้อน กลับมีบางคนเท่านั้นที่มีอาการไอ “จริงๆ แล้วกรดไหลย้อนเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักสามประการที่ก่อให้เกิดอาการไอเรื้อรัง”
 
อาการไอเกิดขึ้นเมื่อน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมายังหลอดอาหาร หรือเข้าไปในปอดโดยตรง ซึ่งทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเส้นประสาท การวินิจฉัยว่า อาการไอของคุณสัมพันธ์กับโรคกรดไหลย้อนหรือไม่นั้น ทำได้ไม่ง่ายนัก และอาจสับสนกับโรคหืดหอบด้วย ถ้าไม่แน่ใจแพทย์อาจสั่งจ่ายยาลดกรดให้ เพื่อดูว่าอาการไอจะหายไปหรือไม่
 
ไอกลางดึก
อาจเป็นสัญญาณของโรคหืดหอบ ดร.บาสเตียน เซเดล แห่งคณะกรรมการโรคหืดหอบแห่งชาติ ประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า “ร้อยละ 60 ของผู้ป่วยที่วินิจฉัยว่าเป็นโรคหืดหอบ มักไอเวลากลางคืน”
 
สาเหตุเพราะเมื่อถึงเวลากลางคืน ร่างกายเผชิญกับความแปรปรวนที่เกิดขึ้นกับฮอร์โมน เซลล์ที่มีอาการอักเสบ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระบบทางเดินหายใจ จึงกระตุ้นให้ไอ อาการที่เกี่ยวข้องกับโรคหืดหอบยังรวมถึงการหายใจมีเสียงวี้ด และมีเสมหะในลำคอ ถ้าคุณต้องทุกข์ทรมานจากอาการเหล่านี้ ให้พบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคหืดหอบ
 
ปวดศีรษะเวลาเช้า
อาจเป็นสัญญาณว่าคุณหลับไม่สนิท ดร.ซีน ทอลเฮิร์ส แห่งสถาบันโรคนอนกรนออสเตรเลีย อธิบายว่า “ถ้าคุณตื่นนอนตอนเช้าแล้วปวดศีรษะเป็นประจำ แต่อาการปวดหายไปภายใน 30–40 นาที อาจเป็นสัญญาณว่าขณะนอนหลับ ร่างกายมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สะสมอยู่มาก ซึ่งมีสาเหตุจากภาวะหยุดหายใจเป็นช่วงสั้นๆ หลายครั้งขณะหลับ จึงต้องตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด”
 
ส่วนอาการปวดศีรษะเล็กน้อยแต่ไม่หายง่าย อาจเป็นสัญญาณว่าคุณมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่ไม่รุนแรง หรือมีปัญหาการนอนอย่างอื่น เพราะอาการปวดศีรษะไม่มากถือเป็นสัญญาณปกติของการถูกรบกวนขณะนอนหลับ ดร.ทอลเฮิร์ส สรุปว่า “แม้การที่คู่สมรสนอนกรนก็สามารถกระตุ้นให้คุณเกิดอาการปวดศีรษะลักษณะนี้ได้ ถ้าไม่สามารถหาสาเหตุได้ด้วยตนเอง ให้ปรึกษาแพทย์”
 
ปวดศีรษะช่วงสุดสัปดาห์
ถ้าปวดศีรษะช่วงกลางคืนหลังเลิกงานแล้ว มักเป็นสัญญาณจากภาวะตาล้า ให้พบจักษุแพทย์ แต่ถ้าปวดศีรษะช่วงวันหยุดที่ไม่ใช่วันทำงานล่ะ อาจมีสาเหตุจากคุณไม่ได้ดื่มกาแฟที่มีสารกาเฟอีน
 
ซาแมนธา เกมเมลล์ นักกำหนดอาหารผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่เป็นสาเหตุของอาการเจ็บปวด อธิบายว่า “กาเฟอีนทำให้หลอดเลือดในสมองตีบ เมื่อคุณไม่ดื่มกาแฟ ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวสู่ภาวะปกติ ทำให้มีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองมากขึ้นอย่างฉับพลัน จึงเกิดอาการปวดศีรษะขึ้น”
 
“ถ้าคุณดื่มกาแฟเพียงวันละแก้ว ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าช่วงวันทำงาน คุณดื่มวันละ 3 แก้วหรือมากกว่า และหยุดดื่มช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ นี่แหละคือสาเหตุของการปวดศีรษะ”
 
หากคุณลดปริมาณการดื่มกาแฟช่วงวันทำงานเหลือวันละ 1 – 2 แก้ว จะช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากการหยุดดื่มกาแฟช่วงวันสุดสัปดาห์ได้
 
คันผิวหนังเวลากลางคืน
“จริงๆ แล้วกลางคืนเป็นช่วงเวลาปกติของการเกิดอาการคันผิวหนัง” ดร.อดัม เชอริแดน โฆษกวิทยาลัยแพทย์ผิวหนังแห่งออสเตรเลีย กล่าว “เพราะคุณมีสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจน้อยลง บวกกับบนเตียงมีความอุ่น และคุณอาจเพิ่งอาบน้ำหรือดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งสามารถกระตุ้นอาการทางผิวหนังมากขึ้น”
 
ปกติแล้วอาการดังกล่าวไม่น่ากังวล แต่อาการคันผิวหนังบางอย่างก็จำเป็นต้องตรวจวินิจฉัย “อาการคันที่ฝ่ามือหรือส้นเท้าในตอนกลางคืน อาจเป็นสัญญาณของโรคเกี่ยวกับตับ และอาการคันเกิดขึ้นเมื่อมีเกลือน้ำดีสะสมอยู่ที่ผิวหนัง นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุจากภาวะเม็ดเลือดแดงข้น ซึ่งเป็นความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดแดง ที่นำไปสู่ภาวะเลือดไหลเวียนได้ช้า จึงก่อให้เกิดอาการคันบริเวณปลายเท้า ขา และมือ”
 
คันผิวหนังตอนเช้า
อาจเป็นเพราะถูกแมลงกัด เรามักถูกยุงหรือเรือดกัดเวลากลางคืน ซึ่งในออสเตรเลียถือเป็นเรื่องปกติมากขึ้นทุกที ศาสตราจารย์สตีเฟน ด็อกเก็ตต์ แห่งแผนกกีฏวิทยา โรงพยาบาลเวสต์มีด อธิบายว่า “ถ้าคุณเคยแพ้เรือดมาก่อน คุณจะเริ่มคันภายในไม่กี่วินาทีที่ถูกเรือดกัด ขณะที่คนอื่นๆ อาจใช้เวลาอีกสองสามวันจึงปรากฏอาการ”
 
แม้เป็นการยากที่จะระบุให้แน่ชัดว่าแมลงอะไรกัดคุณ แต่มีจุดสังเกตคือ รอยเรือดกัดมักปรากฏเป็นแนวตามแขน ขา หรือไหล่ ถ้าคุณเห็นรอยกัดที่เป็นลักษณะเฉพาะนี้ ให้เรียกหน่วยควบคุมแมลงมาจัดการให้ การทำอย่างผิดวิธีอาจทำให้มันแพร่พันธุ์หนักข้อกว่าเดิม! 
 
ปัสสาวะบ่อยเวลากลางคืน
การตื่นขึ้นปัสสาวะคืนละครั้งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคุณตื่นคืนละสองครั้งเป็นกิจวัตร และปัสสาวะบ่อยมากขึ้นในช่วงกลางวัน นี่อาจเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานประเภทที่ 2
 
เรเน รอลล์ นักวิชาการโรคเบาหวานแห่งสถาบันโรคเบาหวานวิกตอเรีย กล่าวว่า “โรคเบาหวานประเภทที่ 2 ทำให้มีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูง ร่างกายพยายามทำให้สมดุลด้วยการขับของเหลวออกจากเนื้อเยื่อโดยรอบ เพื่อให้ระดับน้ำตาลเจือจางลง และเมื่อเนื้อเยื่อเริ่มอยู่ในภาวะขาดน้ำมากขึ้น ร่างกายจะส่งสัญญาณให้คุณดื่มน้ำมากขึ้น ทำให้กระเพาะปัสสาวะต้องทำงานหนักในการเก็บกักน้ำส่วนเกินเอาไว้ คุณจึงต้องเข้าห้องน้ำบ่อยครั้งขึ้น”
 
อาการอื่น ๆ ของโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้แก่ กระหายน้ำบ่อยขึ้น อ่อนเพลีย ติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะซ้ำซาก และเห็นภาพพร่ามัว ถ้าแพทย์สงสัยว่าคุณอาจเป็นโรคเบาหวาน เขาอาจแนะนำให้คุณตรวจเลือด เพื่อดูระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด
 
เสียวฟันเป็นลำดับแรก
ถ้ารู้สึกเสียวฟันขณะแปรงฟัน อาจเป็นสัญญาณว่า ฟันไวต่อน้ำเย็นที่คุณกลั้วปากเวลาแปรงฟัน และน้ำเย็นแทรกตัวลงไปถึงเส้นประสาทฟัน อย่างไรก็ตาม ถ้าระหว่างแปรงฟันแล้วมีอาการปวดขากรรไกรร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณว่าคุณนอนกัดฟันในเวลากลางคืน
 
ดร.อลิซ หยาง แห่งสถาบันทันตกรรมมิดเดิลโบโร กล่าวว่า “เรามีโอกาสกัดหรือบดฟันทั้งเวลากลางวันและกลางคืน แต่ระหว่างนอนหลับ การควบคุมทำได้ยากกว่า และนี่อาจทำให้ปวดหรือเจ็บระบมขากรรไกรในวันรุ่งขึ้น ทันตแพทย์สามารถวินิจฉัยลักษณะเฉพาะของอาการที่เกิดจากการกัดฟันได้ ให้ปรึกษาทันตแพทย์ในกรณีที่คุณไม่แน่ใจ 
 
ปวดตามข้อตอนเช้า
เมื่อตื่นนอนตอนเช้าแล้วมีอาการเจ็บและแข็งตึงตามข้อ ถือเป็นอาการปกติของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ซึ่งมีสาเหตุจากระบบภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง ศาสตราจารย์ปีเตอร์ ยูสเซฟ แห่งสถาบันโรคข้อออสเตรเลีย กล่าวว่า “อาการดังกล่าวจะดีขึ้นเมื่อได้ทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว ตรงข้ามกับอาการปวดจากโรคข้อเสื่อม หลังทำกิจกรรมแล้วจะยิ่งปวดมากขึ้น และอาการรุนแรงขึ้นในตอนเย็นหรือค่ำ เพราะข้อต้องทำงานหนักมาแล้วตลอดทั้งวัน การพักจะช่วยให้อาการปวดจากข้อเสื่อมทุเลาลง”