วันอังคาร, ธันวาคม 12, 2017
Home > Life > ออกกำลังกายอย่างไม่ตั้งใจกันไหม

ออกกำลังกายอย่างไม่ตั้งใจกันไหม

Column: Well – Being

คุณเป็นคนหนึ่งใช่ไหมที่คิดหาข้ออ้างให้ตัวเองเสมอเวลาคิดถึงความปวดเมื่อย แล้วขี้เกียจออกไปเดินชอปปิ้งเสียเฉยๆ

ขอให้คิดเสียใหม่ แล้วนับเอากิจกรรมนี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการออกกำลังกายอย่างไม่ตั้งใจของคุณ

การนับรวมเอากิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวทางกายภาพเข้าไปอยู่ในกิจวัตรประจำวันของคุณด้วยนั้น ไม่ทำให้คุณต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแม้แต่น้อย ยกเว้นการสร้างโอกาสให้ร่างกายได้ใช้พลังงาน ซึ่งแม้มันอาจไม่เหมือนการออกกำลังกายอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่เมื่อนำกิจกรรมเหล่านี้มารวมเข้ากับการออกกำลังกายตามปกติของคุณ ผลที่ได้จะช่วยให้คุณรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ

นิตยสาร GoodHealth จึงนำตัวเลขการเผาผลาญพลังงานที่คำนวณได้จากการออกกำลังกายอย่างไม่ตั้งใจมานำเสนอได้อย่างน่าสนใจ โดยอยู่บนพื้นฐานของกิจกรรมที่คุณทำเป็นเวลานาน 30 นาที สำหรับคนที่มีน้ำหนักตัว 70 กิโลกรัมดังนี้

จูงหมาเดิน = 395 กิโลจูลส์
การจูงหมาออกเดินเล่นในลักษณะที่บางครั้งมันอาจหยุดเดินและใช้จมูกดมกลิ่นไปตามประสา ซึ่งให้ความรู้สึกของการผ่อนคลายมากกว่าการออกกำลังกาย โดยเน้นการเดินให้ได้ 30 นาทีนั้น ทำให้ตัวเลขค่าดัชนีมวลกายของคุณดีขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้คุณมีชีวิตทางสังคมที่ดีขึ้น ถ้าคุณกับเจ้าหมาน้อยคู่ใจชอบเร่งฝีเท้าขึ้นถึงระดับวิ่งจ๊อกกิ้งได้จะยิ่งดีทีเดียว โดยตัวเลขเผาผลาญพลังงานจะขยับพุ่งขึ้นเป็น 933 กิโลจูลส์

เดินทางโดยรถสาธารณะ = 263 กิโลจูลส์
ถ้าคุณยอมจอดรถไว้ที่บ้าน แล้วหันมาเดินทางด้วยรถสาธารณะแทน เท่ากับเป็นการออกกำลังกายอย่างไม่ตั้งใจในชีวิตประจำวันเป็นเวลานานโดยเฉลี่ยถึง 35 นาทีเลยทีเดียว ขณะที่การขับรถเผาผลาญพลังงานได้เพียง 8–10 กิโลจูลส์ การต้องวิ่งขึ้นรถเมล์หรือรถไฟเพื่อเดินทางไปทำงานนั้น ทำให้คุณมีแนวโน้มจะมีค่าดัชนีมวลกายลดลง การยืนโหนรถเมล์เพียงอย่างเดียว ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ 263 กิโลจูลส์ และการวิจัยระบุว่า ผู้เดินทางไป–กลับที่ทำงานทุกวันสามารถเผาผลาญพลังงานได้มากถึง 1,360 กิโลจูลส์

เดินชอปปิ้ง = 544 กิโลจูลส์
การออกกำลังกายอย่างไม่ตั้งใจไม่ได้หมายความว่า คุณต้องกันเวลาออกมาต่างหาก การเข็นรถเดินไปมาเพื่อเลือกซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต ถือเป็นวิธีที่ง่ายดายในการนำเอากิจกรรมการเดินเข้ามาสวมให้เข้ากับวิถีชีวิตของคุณได้อย่างเหมาะเจาะ นอกจากนี้ การต้องยืนต่อแถวรอพนักงานคิดเงิน ยังช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานให้คุณได้อีก 195 กิโลจูลส์เลยทีเดียว

ปั่นจักรยานไปทำงาน = 1,247 กิโลจูลส์
การปั่นจักรยานไปทำงานแทนการขับรถ สามารถทำให้คุณลดน้ำหนักตัวได้ 4.4 กิโลกรัม ช่วยลดอัตราร้อยละของไขมันและค่าดัชนีมวลกายของคุณ การปั่นจักรยานนานครึ่งชั่วโมงด้วยความเร็ว 22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ 1,247 กิโลจูลส์ แต่ถ้าคุณปั่นจักรยานไม่ได้ การเดินก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีของคุณ

เล่นกับเด็กๆ = 240 กิโลจูลส์
อย่าได้ดูเบาว่าการเล่นกับเด็กไม่สำคัญต่อสุขภาพและความแข็งแรงของคุณ

การคอยวิ่งไล่ตามลูกๆ ถือเป็นกิจกรรมทางกายภาพที่ดีและช่วยเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น 60 กิโลจูลส์ หลังจากทำกิจกรรมนี้เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง เช่น ไกวชิงช้า โหนบาร์ เป็นต้น

เต้นรำ = 933 กิโลจูลส์
งานปาร์ตี้และงานฉลองต่างๆ เป็นโอกาสให้คุณได้ออกกำลังกายอย่างไม่ตั้งใจมากขึ้น

การเต้นรำกับเพลงจังหวะเร็วๆ และเต้นทวิสต์อย่างเมามัน กลับกลายเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมให้คุณได้ออกกำลังกายหลังอาหาร แม้คุณชอบเต้นรำจังหวะช้าเนิบนาบก็ยังช่วยให้คุณเผาผลาญถึง 468 กิโลจูลส์ได้

เดินขึ้นลงบันได = 1,138 กิโลจูลส์
วันไหนที่คุณเบื่อการไปโรงยิมเพื่อออกกำลังกายล่ะก็ อย่ากังวลไปเลย

เพียงแค่การเดินขึ้นลงบันไดสัก 2-3 รอบ จะช่วยให้คุณได้เหงื่อทันทีเหมือนกัน การเดินขึ้นบันไดเผาผลาญพลังงานได้เร็วกว่าการเดินถึง 3 เท่า และการเดินขึ้นลงบันได 2 รอบทุกวัน ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ 2.7 กิโลกรัมใน 1 ปี

ถ้าคุณทำงานหรือพักอาศัยอยู่ชั้นบนสุด ให้เริ่มด้วยการอาศัยลิฟต์ขึ้นไปถึงความสูงระดับหนึ่ง แล้วเดินขึ้นบันไดต่อสำหรับระดับความสูงที่เหลือ

ทำสวน = 699 กิโลจูลส์
การออกแรงทำงานในสวนของคุณเพิ่มอีกสักหน่อย ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลหรือไขมันในเลือด และความดันโลหิตของคุณได้ รวมทั้งเสริมความรู้สึกของการมีความเป็นอยู่ที่ดีได้

การถอนหญ้ากำจัดวัชพืช การปลูกต้นไม้ และกวาดใบไม้ ล้วนช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากพอๆ กัน แต่ถ้าทำงานหนักขึ้น เช่น ใช้เสียมขุดดิน ช่วยเผาผลาญ 778 กิโลจูลส์ การตัดหญ้าด้วยมือเผาผลาญได้ถึง 858 กิโลจูลส์

ทำความสะอาดบ้าน = 527 กิโลจูลส์
คุณรับภาระจ้างคนมาทำความสะอาดบ้านไม่ไหวใช่ไหม

แต่การได้เผาผลาญพลังงานจากการดูดฝุ่น หรือถูพื้น ล้วนเป็นแรงจูงใจให้คุณอยากทำงานพวกนี้ด้วยตัวเอง แม้แต่งานที่ออกแรงน้อยกว่า เช่น ทำเตียง ล้างจาน รีดผ้า และกวาดบ้าน ก็ยังเผาผลาญพลังงานได้ 351 กิโลจูลส์

ล้างรถ = 699 กิโลจูลส์
หากคุณลงแรงล้างรถด้วยตัวเอง ทั้งฉีดน้ำล้างรถ เช็ดและขัดเงาให้รถแวววับด้วยมือ จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการเล่นวอลเลย์บอลในระยะเวลาเท่ากัน ซึ่งหากรวมกิจกรรมการบำรุงรักษารถเข้าไปด้วย จะทำให้คุณเผาผลาญพลังงานได้เพิ่มขึ้นราว 180 กิโลจูลส์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *