วันพุธ, ตุลาคม 18, 2017
Home > On Globalization > สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง

สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง

Column: From Paris

เบื้องหลังบุรุษมีสตรีเสมอ เป็นสตรีที่คอยให้กำลังใจ บางครั้งให้คำปรึกษา ฝ่ายชายจะเชื่อหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เป็นคำที่หมายถึงภรรยาผู้นำการเมือง ซึ่งอาจเป็นประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรี แรกทีเดียวจะหมายถึงภรรยาประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา เป็นภรรยาที่ออกงานคู่ เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ผู้ที่ทำให้ตำแหน่งนี้โดดเด่นคงหนีไม่พ้นแจ็คเกอลีน เคนเนดี้ (Jacqueline Kennedy) ภรรยาของประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี้ (John F. Kennedy) ซึ่งได้รับเลือกตั้งขณะอายุเพียงสี่สิบเศษ แจ็คเกอลีน เคนเนดี้เป็นสาวสมัยใหม่ มีรสนิยมวิไลในการแต่งตัว กลายเป็นผู้นำแฟชั่น ทุกย่างก้าวของเธอเป็นที่จับตามอง ยามไปเยือนต่างประเทศ ผู้คนจะสนใจตัวแจ็คเกอลีน เคนเนดี้มากกว่าท่านประธานาธิบดี เมื่อครั้งไปเยือนฝรั่งเศส ประธานาธิบดีชาร์ลส์ เดอ โกล (Charles de Gaulle) เอ่ยปากชมว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุด

ยุคสมัยเปลี่ยนไป สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งมีการศึกษาเท่าเทียมผู้เป็นสามี ที่เคยแต่เป็นช้างเท้าหลัง ไม่มีบทบาทสำคัญ ก็เริ่มมีภาระรับผิดชอบ ได้รับมอบหมายให้ศึกษาปัญหาสังคม ดังในกรณีของฮิลลารี คลินตัน (Hillary Clinton) จนถึงยุคมิเชล โอบามา (Michelle Obama) ที่เป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่ได้คะแนนนิยมมาก

แม้รัฐธรรมนูญอเมริกันจะไม่ได้กำหนดสถานะของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง แต่ก็มีกฎหมายกำหนดงบประมาณสำหรับภรรยาประธานาธิบดี ต่างจากในฝรั่งเศสที่ไม่มีกฎหมายรองรับบทบาทของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เพียงแต่พิธีการทูตกำหนดให้ภรรยาประธานาธิบดีออกงานคู่กับสามียามไปเยือนต่างประเทศหรือรับรองแขกเมือง

สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของฝรั่งเศสไม่มีบทบาทแต่อย่างใด สื่อเรียกภรรยาประธานาธิบดีชาร์ลส์ เดอ โกล (Charles de Gaulle) ว่า Tante Yvonne–คุณป้าอีวอน มาถึงสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ปงปิดู (Georges Pompidou) โคล้ด ปงปิดู (Claude Pompidou) เป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่มองเห็นความสำคัญในการแต่งกายด้วยเสื้อของห้องเสื้อหรูของฝรั่งเศส ด้วยถือว่าตนเป็นเสมือนทูตวัฒนธรรมของฝรั่งเศส จอร์จส์และโคล้ด ปงปิดูเป็นคู่สามีภรรยาที่ชื่นชอบศิลปะและวัฒนธรรม ประธานาธิบดีวาเลรี จิสการด์ เดสแตง (Val?ry Giscard d’Estaing) ได้รับเลือกตั้งเมื่ออายุสี่สิบปีเศษ เคยผลักดันให้ภรรยาคือ อานเนโมน (Anne-Aymone) ให้ขึ้นมาอยู่เคียงข้าง ครั้งหนึ่งให้เธอกล่าวอวยพรปีใหม่แก่ชาวฝรั่งเศส ซึ่งก็ดูประดักประเดิด ส่วนดาเนียล มิตแตรองด์ (Danielle Mitterrand) ภรรยาประธานาธิบดีฟรองซัวส์ มิตแตรองด์ (Fran?ois Mitterrand) ตั้งมูลนิธิการกุศล นานๆ ครั้งก็พยศ แสดงออกทางการเมืองที่ตรงข้ามกับสามี แบร์นาแดต ชีรัก (Bernadette Chirac) เป็นภรรยาประธานาธิบดีเพียงคนเดียวที่ได้รับเลือกตั้งท้องถิ่น

คำว่าสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเริ่มใช้โดยสื่อ ตามแบบอย่างอเมริกัน แต่เพิ่งจะในปี 2010 ที่เว็บไซต์ของทำเนียบเอลีเซ (Elys?e) ใช้คำว่าสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ในยุคของประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี (Nicolas Sarkozy) สื่อติดตามชีวิตส่วนตัวของประธานาธิบดี ด้วยว่าก่อนการเลือกตั้ง เซซีเลีย ซาร์โกซี (C?cilia Sarkozy) ได้หนีไปสหรัฐอเมริกาเพราะพบรักกับหนุ่มคนใหม่ นิโกลาส์ ซาร์โกซีตามตื๊อขอให้เธอกลับมา นั่นเป็นช่วงก่อนที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2007 หลังเลือกตั้ง แม้จะพยายามสร้างภาพความสมัครสมานในครอบครัว แต่ก็สุดจะยื้อ นิโกลาส์ และเซซีเลีย ซาร์โกซีจึงหย่ากันในที่สุด เพียงสองเดือนให้หลัง ท่านประธานาธิบดีก็แต่งงานใหม่กับคาร์ลา บรูนี (Carla Bruni) เธอเป็นนางแบบและนักร้อง ขณะเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งก็ออกอัลบั้มและแสดงคอนเสิร์ต นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการที่สื่อฝรั่งเศสจับตามองชีวิตส่วนตัวของประธานาธิบดี

ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลลองด์ (Fran?ois Hollande) ไม่เคยแต่งงานแม้จะใช้ชีวิตคู่กับเพื่อนนักการเมืองด้วยกันอย่างเซโกแลน รัวยาล (S?gol?ne Royal) จนมีลูกด้วยกัน 4 คน แต่ก็เดินออกจากครอบครัวไปใช้ชีวิตร่วมกับวาเลรี ทรีเอร์ไวเลอร์ (Val?rie Trierweiler) นักหนังสือพิมพ์ของนิตยสาร ปารีส์ มัทช์ (Paris Match) สาวมาดมั่นทำตัวเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งอย่างเต็มที่ตั้งแต่วันที่ฟรองซัวส์ โอลลองด์เข้ารับตำแหน่ง โดยเดินไปทักทายบุคคลสำคัญที่ได้รับเชิญมาร่วมพิธีรับตำแหน่ง อันเป็นสิ่งที่ไม่มีภรรยาประธานาธิบดีคนไหนทำ ไม่ว่าก่อนหรือหลัง วาเลรี ทรีเอร์ไวลเอร์มีคณะทำงานที่รัฐเป็นผู้จ่ายเงินเดือน เฉกเช่นเดียวกับคาร์ลา บรูนี ซาร์โกซี แต่แล้วความซุกซนของประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลลองด์ที่แอบมีสัมพันธ์กับจูลี กาเยต์ (Julie Gayet) ทำให้ตัดสัมพันธ์กับวาเลรี ทรีเอร์ไวเลอร์ สร้างความเจ็บแค้นให้ฝ่ายหญิง ที่เอาคืนด้วยการเขียนหนังสือแฉ ในขณะที่จูลี กาเยต์ไม่ขอเปิดตัว และยังคงทำงานต่อไปในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์และนักแสดง ฝรั่งเศสจึงขาดสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งไประยะหนึ่ง

เมื่อเอ็มมานูเอล มาครงได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจในปี 2014 ภรรยาคือบริจิต มาครง (Brigitte Macron) ลาออกจากงานสอนหนังสือเพื่อเป็น “กองหนุน” ให้สามี เธออยู่เคียงข้าง ให้คำแนะนำ ดูแลนัดหมาย คราใดที่ไม่เห็นเธอ เอ็มมานูเอล มาครงจะถามหาว่าบริจิตอยู่ไหน

บริจิต มาครงอายุมากกว่าสามี 24 ปี เธอร่วมตระเวนหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี เป็นโค้ชแนะนำการใช้ถ้อยคำ การออกเสียง ให้คำปรึกษา เธอใช้ความรู้ความสามารถในฐานะครูสอนภาษาและการละครเก่า ยามที่เอ็มมานูเอล มาครงออกหาเสียงพบปะประชาชน บริจิต มาครงรับฟังปัญหาที่ชาวบ้านมาบอกกล่าว เธอเป็นคนที่เปิดกว้าง อบอุ่น คนเข้าถึงง่าย และกลายเป็นจุดแข็งของเอ็มมานูเอล มาครง ในการสัมภาษณ์หลายครั้งหรือแม้แต่การกล่าวสุนทรพจน์กับประชาชน เอ็มมานูเอล มาครงพูดเสมอว่า บริจิตจะต้องมีบทบาทในฐานะสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง มีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น ทว่าจะไม่ได้รับเงินเดือนจากรัฐ เพียงแต่จะมีคณะทำงานจำนวนหนึ่งที่รัฐเป็นผู้จ่าย

เมื่อชีวิตคู่มีปัญหา นิโกลาส์ ซาร์โกซีพยายามเอาใจเซซีเลีย ซาร์โกซี ด้วยการทำบัตรเครดิตให้ โดยหักค่าใช้จ่ายกับบัญชีของทำเนียบเอลีเซ ครั้งหนึ่งเธอไปรับประทานอาหารกับเพื่อนโดยใช้บัตรเครดิตใบนี้ สื่อฝรั่งเศสกัดไม่ปล่อย กลายเป็นเรื่องฉาว จนเซซีเลียต้องคืนบัตรไป

อายุที่ต่างกัน 24 ปีทำให้ผู้คนมองคู่เอ็มมานูเอลและบริจิต มาครงด้วยความกังขาในระยะแรก ทว่าทั้งคู่ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเป็นปมด้อย แถมยังรับว่าคู่ของตนไม่ปกติ แต่แล้วชาวฝรั่งเศสค่อยๆ ยอมรับ มองเห็นความมั่นคงในรักของเอ็มมานูเอล มาครง มองเห็นความกล้าหาญของบริจิต ที่ยอมทิ้งครอบครัวมาแต่งงานกับหนุ่มอายุคราวลูก ชาวฝรั่งเศสเห็นชีวิตคู่ที่เต็มไปด้วยความสุข ลูกหลานของบริจิตยอมรับในตัวเอ็มมานูเอล มาครง และเขาก็ยอมรับครอบครัวของบริจิตเป็นครอบครัวของตน จึงเห็นแต่ความสุขเปี่ยมล้น ลูกชายหญิงของบริจิตลงมาช่วย “พ่อเลี้ยง” หาเสียง เห็นความสมัครสมาน น่าชื่นชม

สื่อเริ่มมองว่าบริจิต มาครงสามารถมีบทบาทสำคัญในฐานะสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง วัยวุฒิ และความอบอุ่น เอื้ออาทรที่เธอแสดงออกทำให้เธอเป็นที่คาดหวัง คาดกันว่าเธอจะอุทิศตนให้กับปัญหาผู้ไม่สมประกอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นออทิสติก

หลายคนมองว่าบริจิต มาครงจะเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งในแบบของมิเชล โอบามา (Michelle Obama)

ทุกครั้งที่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนคู่กับเอ็มมานูเอล มาครง ผู้คนพากันเรียกชื่อบริจิต แสดงถึงความชื่นชมที่ผู้คนมีต่อเธอ