วันอาทิตย์, มีนาคม 26, 2017
Home > Cover Story > สหพัฒน์เปิดเกมรุก ดัน “ค้าปลีก” ยกแผง

สหพัฒน์เปิดเกมรุก ดัน “ค้าปลีก” ยกแผง

มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เมื่อ 3 ธุรกิจยักษ์ใหญ่ บริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ และบริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ประกาศจับมือกันจัดตั้งบริษัท ช้อป โกลบอล (ประเทศไทย) เพื่อเปิดตัวสถานี SHOP CH. (ช้อป ชาแนล)  ซึ่งจะเป็นสถานีขายสินค้าผ่านช่องทางทีวีดาวเทียมตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะมีการแถลงรายละเอียดที่มาที่ไป รูปแบบความมร่วมมือและกลยุทธ์การรุกตลาดค้าปลีกครั้งสำคัญในวันที่ 5 มีนาคมนี้

เพราะถ้าเอ่ยชื่อ “ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่นกรุ๊ป” ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจนำเข้าส่งออกและการลงทุนทั่วโลก คร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจ 5 กลุ่มใหญ่ คือ อุตสาหกรรมโลหะ, การขนส่งและระบบงานก่อสร้าง, หน่วยธุรกิจด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานและเครื่องจักร, เคมี ทรัพยากรธรณีและพลังงาน และสินค้าอุปโภคบริโภคและการบริการ นอกจากนี้ ยังดำเนินธุรกิจในการกระจายการลงทุน เพื่อพัฒนาศักยภาพในธุรกิจด้านต่าง ๆ และในวงการทีวีถือเป็นบริษัทผู้ผลิตรายการทีวีชอปปิ้งอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น

ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่นกรุ๊ป เองขยายธุรกิจเข้ามาในไทยผ่านบริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น ไทยแลนด์ จำกัด (เอสซีทีแอล) ตั้งแต่ปี 2503 มีเครือข่ายกว้างขวางทั้งในไทยและต่างประเทศ ขณะที่สหพัฒน์พยายามปรับโครงสร้างธุรกิจ เพื่อรุกธุรกิจค้าปลีกอย่างจริงจังตลอดสองสามปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการร่วมกับ “ลอว์สันเจแปนอิงค์” ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อจากญี่ปุ่น  ตั้งบริษัท สหลอว์สัน และวางแผนปรับโฉมร้านสะดวกซื้อ 108 Shop ประมาณ 265 สาขาทั่วประเทศ จากทั้งหมด600 สาขา ซึ่งคัดเลือกจากทำเลที่ตั้ง ขนาด และจำนวนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ต่อวัน  ใช้ชื่อใหม่ว่า “ลอว์สัน108” หรือ “Lawson 108”
           

ทั้งนี้ “ลอว์สัน 108” จะใช้สีฟ้าแบบญี่ปุ่นทั้งหมดและคัดเลือกสินค้าจากซัปพลายเออร์ที่หลากหลาย ไม่ใช่เฉพาะสินค้าในเครือสหพัฒน์ บวกกับสินค้าส่วนหนึ่งจากญี่ปุ่น และขยายฐานจับกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบน จากเดิมที่ “108ช็อป” เน้นกลุ่มชาวบ้านในชุมชนทั่วไป

สำหรับ “ลอว์สัน” เป็นเครือข่ายร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่น ถือว่าใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น รองจาก “เซเว่น อีเลฟเว่น”  เดิมเป็นเครือข่ายร้านสะดวกซื้อจากรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ก่อตั้งโดยนาย เจ. เจ. ลอว์สัน ในปี ค.ศ. 1939  จนกระทั่งขายกิจการและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “แดรี มาร์ท” ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 แต่ในประเทศญี่ปุ่น ลอว์สันเป็นกิจการร่วมทุนระหว่างลอว์สัน อิงค์ กับไดเอะอิ เครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตจากเมืองโคเบะ ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1975

ปัจจุบันลอว์สัน เจแปน อิงค์ ถือหุ้นทั้งหมดโดยไดเอะอิ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ดำเนินกิจการร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น ต้าเหลียน เซี่ยงไฮ้ และฉงชิ่ง ในประเทศจีน จาการ์ตา ในประเทศอินโดนีเซีย ฮาวายในสหรัฐอเมริกา และประเทศล่าสุด คือ ไทย

ไม่ใช่แค่การจับมือกับซูมิโตโม่และลอว์สัน เจแปน อิงค์ แต่เครือสหพัฒน์ยังเดินหน้าขยายร้าน “ซูฮูระ” ค้าปลีกดรักสโตร์ที่ร่วมทุนกับญี่ปุ่นเมื่อปี 2555 ล่าสุดเปิดแล้ว 5 สาขาที่เกตเวย์ เอกมัย  ซีคอนสแควร์ บางแค  สุขุมวิท 39ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และศรีราชา
 

ตามแผน บริษัท ซูฮูระ(ประเทศไทย) เดินหน้าขยายอีก 20-30 สาขา งบลงทุนรวมกว่า  300 ล้านบาท โดยขณะนี้ยังเน้นขยายในกรุงเทพฯ กระจายไปยังศูนย์การค้าและเขตชุมชน พื้นที่เฉลี่ย 200-300 ตารางเมตรต่อสาขา ก่อนขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเครือสหพัฒน์มีนิคมอุตสาหกรรมอยู่ในพื้นที่
           

รูปแบบของ “ร้านซูรูฮะ” มีจุดขายใกล้เคียงกับร้านบู๊ทส์และวัตสัน เน้นกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม โดยแบ่งสัดส่วนเป็นกลุ่มยา 30% เครื่องสำอาง 30% สินค้าอุปโภค 30% และสินค้าบริโภค 10% แต่สหพัฒน์พยายามสร้างความแตกต่างจากร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงามทั่วไป คือความหลากหลายของสินค้าที่มีกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคภายในบ้านใกล้เคียงกับซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ไม่มีของสดจำหน่าย และเพิ่มสินค้าสไตล์ญี่ปุ่น ทั้งที่ผลิตในประเทศไทยและนำเข้าจากญี่ปุ่น

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้บริษัท บู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและเจ้าของเครือข่ายร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ต้องลุกขึ้นมาปรับภาพลักษณ์ใหม่ในรอบ 15 ปี
จะว่าไปแล้ว โดยตัวบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) มีเครือข่ายการจัดจำหน่ายครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ กระจายสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีมากกว่า 30,000 รายการจากศูนย์กระจายสินค้าใหญ่ที่ชลบุรีไปยังช่องทางการขายกว่า 72,570 ช่องทางทั่วประเทศ แบ่งเป็นร้านค้าปลีกค้าส่งแบบดั้งเดิมหรือโชวห่วย 65,650 ร้านค้า และกลุ่มโมเดิร์นเทรด ซูเปอร์สโตร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และช่องทางพิเศษอีก 6,920 ร้านค้า

แต่ในฐานะผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ มีบริษัทในเครือ 200 กว่าบริษัท ผลิตสินค้าหลากหลายประเภทมากกว่า 1,000 แบรนด์ ได้แก่ กลุ่มเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สำหรับห้องน้ำ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอที กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับเท้า  กลุ่มเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับครัวเรือน และกลุ่มเครื่องหนัง

การผลักดันธุรกิจค้าปลีก ทั้งร้านลอว์สัน108, 108ช็อป, ซูฮูระ และการขยายช่องทางทีวีชอปปิ้ง จึงถือเป็นเกมรุกครั้งใหม่ การสร้างช่องทางขายของตัวเอง เปลี่ยนจากการเป็น “ผู้ฝากขาย” เป็น “เจ้าของหน้าร้าน” สามารถตัดต้นทุนการวางสินค้า ค่าธรรมเนียมต่างๆ มูลค่ามหาศาลและยังหมายถึงการขยายฐานรายได้เข้าสู่ธุรกิจปลายน้ำที่มีสัดส่วนกำไรมากกว่าเดิมหลายเท่า

 

 

กลุ่มธุรกิจในเครือสหพัฒน์

จำนวนบริษัทในเครือ

โลจิสติกส์และการจัดจำหน่ายสินค้า

9

เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สำหรับห้องน้ำ

15

เครื่องใช้ไฟฟ้าและไอที

4

อาหารและเครื่องดื่ม

11

ผลิตภัณฑ์สำหรับเท้า (FOOTWEAR)

47

เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย

14

ผลิตภัณฑ์สำหรับครัวเรือน

5

เครื่องหนัง

7

บริการ (SERVICES)

22

สิ่งทอ (TEXTILES)

11

อื่นๆ (MISCELLANEOUS ITEMS)

4