วันพุธ, พฤศจิกายน 20, 2019
Home > New&Trend > สกสว.จับมือกระทรวงพาณิชย์ ดันงานวิจัยข้าม‘หุบเหวมรณะ’

สกสว.จับมือกระทรวงพาณิชย์ ดันงานวิจัยข้าม‘หุบเหวมรณะ’

สกสว.พร้อมจับมือ สนค. กระทรวงพาณิชย์ เป็นสะพานเชื่อมงานวิจัยก้าวข้ามหุบเหวมรณะไปสู่การใช้ประโยชน์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศและสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก โดยภาครัฐจะต้องช่วยออกแบบงานวิจัยตั้งแต่ต้นทาง

โครงการกิจกรรมการเชื่อมโยงงานวิจัยภาคนโยบาย ฝ่ายบริหาร ภายใต้ภารกิจส่งเสริมการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ (สนค.) จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการเชื่อมโยงการวิจัยและนโยบายสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อส่งผ่านงานวิจัยไปสู่ฝ่ายนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม ณ ห้องประชุม สกสว. โดยนำเสนองานวิจัยที่มีศักยภาพโดดเด่นและสามารถนำไปประยุกติ์ใช้ในเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงการนำไปใช้โดยภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ อีกทั้งนำความรู้ไปพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการและผู้ผลิตเพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการ สนค. กล่าวถึงเศรษฐกิจไทย-เศรษฐกิจโลกภายใต้พลวัตว่าการค้าและเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ประเทศกำลังพัฒนามีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะทางฝั่งเอเชียที่อยู่ท่ามกลางศักยภาพทางเศรษฐกิจและสงครามการค้าโลก เราต้องยืดหยัดได้ด้วยตัวเอง ปัจจุบัน สนค.ได้ตกผลึกมาระยะหนึ่งแล้วว่าแนวโน้มหลักในอนาคตจะประกอบด้วย

(1) การเปลี่ยนขั้วทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

(2) แนวโน้มนวัตกรรม ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย ได้แก่ ABCDE (AI, Blockchain, Cloud, Data, E-business) รวมถึง IoT และ E-commerce

(3) โครงสร้างสังคมเมืองโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ สังคมสูงวัย และการเปลี่ยนแปลงสังคมเมือง ซึ่งจะเห็นได้ว่าทักษะที่มีอยู่ยังไม่สัมพันธ์กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

(4) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ ภัยแล้ง การควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลเพราะส่งผลต่อฝนฟ้าอากาศและผลผลิตทางการเกษตร

“งานวิจัยจะต้องใช้งานง่าย เข้าใจง่าย จับต้องได้ ขณะเดียวกันภาครัฐจะต้องช่วยออกแบบงานวิจัยเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ได้จริง เทคโนโลยีสมัยใหม่มีผลกระทบกับการค้าทุกด้าน นโยบายภาครัฐต้องปรับเปลี่ยนจากการอุดหนุนมาเป็นการเสริมสร้างศักยภาพให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถแข่งขันได้ นอกจากนี้ยังมีประเด็นความปลอดภัยอาหาร ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและไม่ใช้แรงงานทาส” ผู้อำนวยการ สนค.ระบุ

ขณะที่ รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองของชาติ กล่าวระหว่างการนำเสนอภาพรวมแนวทางการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายของกระทรวงพาณิชย์โดยงานวิจัย ว่างานวิจัยเชิงนโยบายนำมาใช้ประโยชน์ได้ 2 ประเภท คือ เอกสารข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย นำเสนอข้อมูลสู่การใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย ซึ่งขณะนี้กำลังหารือเรื่องการจัดทำชุดความรู้เพื่อให้คณะกรรมาธิการต่าง ๆ กำหนดเป็นนโยบายที่ถูกต้อง โดยจะต้องมีทางเลือกในการออกนโยบาย ชี้ผลดีและผลเสียให้ผู้กำหนดนโยบายได้เห็น ขณะที่งานวิจัยที่มีศักยภาพแต่ขายไม่ออก หากผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายช่วยผลักดันก็จะทำให้ขายได้

“งานวิจัยที่ขายได้มักจะทำมาอย่างต่อเนื่องจากงานวิจัยพื้นฐาน แต่สิ่งที่ยากคือ เมื่อมีต้นแบบแล้วจะต้องลงทุนวิจัยเพื่อให้ก้าวข้ามหุบเหวมรณะซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะต้องเป็นสะพานเชื่อมงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สิ่งสำคัญคือต้นทางจะต้องตั้งโจทย์และเลือกประเด็นวิจัยโดยผู้ใช้ประโยชน์ ส่วนปลายทางต้องมีการผลักดันผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ถ้าต้นทางไม่ชัดปลายทางก็จะเป๋ไปหมด ดังนั้นจึงต้องวิเคราะห์ให้ชัดว่า “ใคร” คือผู้เกี่ยวข้อง ใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์โดยตรงและโดยอ้อม ผู้ปฏิบัติใช้กระบวนการให้ทุกคนมีส่วนร่วม และใช้ข้อมูลความรู้ในพื้นที่และสภาพแวดล้อมภายนอกให้เป็นประโยชน์”

ด้าน ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สกสว.มีนวัตกรรมจากงานวิจัยในระดับต่าง ๆ จำนวนมากและพร้อมจะออกสู่ตลาด แต่พบว่ายังมีอุปสรรคไม่น้อย จึงอยากจะทำความร่วมมือและทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อผลักดันงานวิจัยให้ใช้ประโยชน์ได้จริง โดยงานวิจัยพื้นฐานที่มีศักยภาพสามารถขยายผลต่อยอดกับภาคเอกชนผ่านทุนวิจัยของฝ่ายอุตสาหกรรมและขึ้นบัญชีนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนสู่การใช้งานจริงในอนาคต

ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกสว.

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการ สนค.

รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองของชาติ

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *