ศุภชัย เจียรวนนท์ ทุก “วิกฤติ” มี “โอกาส”

 คำว่า “วิกฤติ” ในภาษาจีนประกอบด้วยคำสองคำคือ “เปลี่ยนแปลง” และ “โอกาส”


ภายหลังการประมูลใบอนุญาต 3G เสร็จสิ้น ดูเหมือนว่าโอเปอเรเตอร์ยักษ์ใหญ่ทั้ง 3 รายต่างก็โล่งอกและพอใจไปตามกัน แต่รายที่ดูจะคึกคักกว่าใคร เห็นจะเป็นศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
 
ศุภชัยเชื่อมั่นว่า ระบบ 3G จะเป็นโอกาสแห่งการเริ่มต้นที่สูสีกับผู้เล่นรายอื่น แต่ลึกไปกว่านั้น เชื่อว่า เขายคงมีความมั่นใจอยู่ไม่น้อยว่า นี่เป็นโอกาสที่ทรูจะก้าวจากตำแหน่ง “เบอร์ 3” ขึ้นแท่น “ผู้นำ” ได้ไม่ยาก เพราะข้อจำกัดเรื่องเครือข่ายที่เคยเป็นจุดอ่อนของทรูได้ถูกแทนที่ด้วยเครือข่าย 3G ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความเร็วสูงที่จะช่วยเติมเต็มยุทธศาสตร์ Convergence ที่สร้างสมมานานเกือบ 10 ปี ให้กลายเป็นภาพที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
 
“จากเดิมที่ธุรกิจบรอดแบนด์กับเคเบิลทีวีของเราทำได้ดี แต่ต้องไปช่วยอุ้มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 'คอนเวอร์เจนซ์' ก็ทำงานได้ไม่เต็มที่ แต่ถ้าทั้ง 3 ธุรกิจทำได้ดีหมด ต่อไปไม่ว่าจะอยู่บนเทคโนโลยีไหนก็เติมเต็มไลฟ์สไตล์ได้” ศุภชัยเชื่อว่า เครือข่าย 3G จะพาทรูไปสู่ยุคใหม่
 
แต่กว่าจะมาถึงวันที่ความฝันของศุภชัยเริ่มก่อเค้าความจริงเช่นวันนี้ ตลอด 20 ปีในธุรกิจนี้ ศุภชัยต้องนำพาทรูก้าวผ่านวิกฤติมาหลายครั้งหลายคราว โดยเขาเคยบอกว่า วิกฤติเรื่องหนี้สินนับเป็นวิกฤติที่หนักที่สุดของเขาและบริษัท จนนำไปสู่การปรับโครงสร้างหนี้ในปี 2540-41
 
ณ เวลานั้น ขณะที่คนรอบข้างมองว่าทรู “ล้มละลาย” ศุภชัยบอกตัวเองและคนรอบข้างว่า เมื่อติดลบอยู่แล้ว ก็คงไม่มีอะไรจะเสียไปกว่านี้ แต่ถ้าเดินต่อไปน่าจะมีแต่ได้ และวิกฤติครั้งนั้นนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ศุภชัยหันกลับมาทบทวนธุรกิจและปรับยุทธศาสตร์ของบริษัทเสียใหม่
 
“คำว่า 'วิกฤติ' ในภาษาจีนประกอบด้วยคำสองคำคือ 'เปลี่ยนแปลง' และ 'โอกาส' หมายความว่าในทุกความเปลี่ยนแปลงมีโอกาสอยู่เสมอ อยู่ที่เราจะเลือกมองมุมไหน” ศุภชัยพูดถึงหลักคิดในยามวิกฤติของเขา
 
เมื่อ 20 ปีก่อนทรูเริ่มต้นจากธุรกิจโทรศัพท์พื้นฐาน ใช้เวลาลงทุนด้านโครงสร้างร่วม 10 ปี แต่เมื่อแล้วเสร็จ ศุภชัยกลับพบว่า โทรศัพท์พื้นฐานคงไม่โตขึ้นอีกแล้ว เนื่องจากเทคโนโลยีมือถือกำลังจะเข้ามาแทนที่
 
ในที่สุด ศุภชัยตัดสินใจกระโดดเข้าสู่ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพราะเห็นแนวโน้มว่า “ธุรกิจของอนาคต” มีอยู่ 2 อย่าง คือ ธุรกิจบรอดแบนด์ และมือถือ โดยเขายังถือโอกาสนี้ปรับยุทธศาสตร์ของธุรกิจทีวีบอกรับสมาชิกที่มีอยู่แล้ว เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับทั้งกลุ่มอย่างเต็มที่
คลุกคลีกับธุรกิจใหม่สักระยะ ศุภชัยเห็นว่า สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ จริงๆ แล้ว ไม่ใช่โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ทีวี หรือเทคโนโลยี แต่เป็นการเติมเต็มการใช้ชีวิตและเข้าถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการ ได้แก่ content, community, commerce และ communication โดยสิ่งที่จะเป็นตัวเชื่อมต่อทุกอย่างให้ไปด้วยกันคือ Internet Platform
 
ความคิดดังกล่าวกลายเป็นที่มาของยุทธศาสตร์ “คอนเวอร์เจนซ์” ที่ถูกประกาศใช้ครั้งแรกในปี 2547 และตลอดเกือบ 10 ปี ยุทธศาสตร์นี้ถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในการผสานสินค้าและบริการด้านการสื่อสารแบบครบวงจรเข้ากับคอนเทนต์ของกลุ่มทรู จนเกิดสินค้าและบริการที่หลากหลายและเกื้อกูลกัน ทรูจึงสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้มากขึ้น ซึ่งนี่เป็นจุดแข็งและเอกลักษณ์โดดเด่นที่ทรูมีเหนือกว่าคู่แข่ง แต่ข้อจำกัดคือ การพัฒนาสินค้าและบริการจะมีความสร้างสรรค์ ความหลากหลาย และมีประสิทธิภาพในการสร้างความพึงพอใจให้ผู้บริโภคเพิ่มขึ้น เมื่ออยู่บนเทคโนโลยีสื่อสารความเร็วสูง
 
“ตั้งแต่สมัยที่ยังใช้โมเด็ม มาถึงยุค 2G และ 3G พวกเราล้วนแต่บริโภค Bandwidth (ความจุข้อมูลในแง่ของดาต้า) ก็เพื่อเข้าถึงดาต้าที่เราต้องการ นี่จึงเป็นสิ่งที่ผมเชื่อมั่นว่า เรามาถึงยุคของ Convergence แล้วด้วย 3G”

คำกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นหลังจากที่ศุภชัยต้องฝันสลาย เมื่อการประมูล 3G เมื่อปี 2552 ถูกยกเลิกไป ขณะที่ทรูกำลังเผชิญวิกฤติเรื่องอายุสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จะหมดลงในปี 2556 ก่อนรายอื่น

ทรูหาทางออกด้วยการซื้อกิจการ “ฮัทชิสัน” ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบรนด์ฮัทช์ ซึ่งช่วยต่ออายุสัมปทานให้ทรูไปอีก 14 ปีกว่า พร้อมกับเปิดโอกาสสำคัญที่ทำให้ทรูกลายเป็นโอเปอเรเตอร์รายแรกที่ทดลองให้บริการ 3G ด้วยแบรนด์ “ทรูมูฟเอช (true move H)” ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว

ไม่ว่าการประมูล 3G ที่เพิ่งผ่านมา สุดท้ายแล้วจะถูกล้มเลิกไปหรือไม่ก็ตาม แต่จากโฆษณาของทรูที่ใช้ซูเปอร์สตาร์สุดฮอตถึงสองคน คือ ณ เดชน์ และญาญ่า มาชักชวนให้ใช้บริการ 3G ของทรู สะท้อนให้เห็นว่า ณ วันนี้ ทรูพร้อมแล้วที่จะก้าวข้ามยุค 2G เพื่อเข้าสู่ยุคใหม่ของทรู

“ความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ถ้าเราไม่สามารถปรับตัวให้ทัน เราก็จะไม่อาจแข่งขันได้ ถ้าเปรียบกับในระบบธรรมชาติ สัตว์ที่ปรับตัวไม่ทันในที่สุดก็คงต้องสูญพันธุ์ไป” ศุภชัยเคยกล่าวไว้บนเวทีเสวนา “ผู้นำ นำการเปลี่ยนแปลง”

ผู้บริหารสูงสุดแห่งทรูยังย้ำว่า แม้ว่าความเปลี่ยนแปลงจะทำให้ปวดหัว แต่การเปลี่ยนแปลงก็มักจะนำมาซึ่งโอกาสเสมอ และนั่นคือสิ่งที่ตัวเขาและกลุ่มทรูได้เรียนรู้มาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา 

“ความฉลาดไม่ใช่ตัวพิสูจน์ความอยู่รอด จริงๆ แล้วมันคือความสามารถในการปรับตัว” ศุภชัยกล่าว

Category: 
About the Author
Manager 360's picture

Manager 360

“ข้อมูลข่าวสารคือแหล่งที่มาและปัจจัยแห่งพลังอำนาจของความรู้และความคิดสร้างสรรค์” เตรียมพบกับก้าวย่างสู่บริบทใหม่ของ นิตยสารผู้จัดการ360° บนหนทางแห่งโลกข่าวสารข้อมูลที่ไม่มีวันสิ้นสุดและไร้ขีดจำกัดโอกาสและความท้าทายในชีวิตและธุรกิจ เกิดมีขึ้นอยู่ตลอดเวลาให้ ผู้จัดการ 360° บริหารจัดการข้อมูลข่าวสารให้คุณ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า Manager 360° on iPad พร้อมให้คุณ Download แล้วใน App Store ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน www.gotomanager.com