วันพุธ, เมษายน 26, 2017
Home > Life > วิถีธรรมชาติบรรเทาเนื้องอกมดลูกชนิดไม่อันตราย

วิถีธรรมชาติบรรเทาเนื้องอกมดลูกชนิดไม่อันตราย

เนื้องอกมดลูกชนิดไม่อันตรายเป็นอาการที่กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อในและรอบมดลูกเจริญเติบโตผิดปกติ แต่ไม่ใช่มะเร็ง ก้อนเนื้องอกมีขนาดแตกต่างกันตั้งแต่ขนาดเท่าเมล็ดถั่วไปจนถึงขนาดเท่าทารกอายุแปดเดือน น้ำหนักตัวเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดเนื้องอกชนิดนี้ เนื่องจากในผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวเกิน ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนมากเกินไปนั่นเอง
 
Dr.Marilyn Glenville ผู้เขียนหนังสือ The Natural Health Bible for Women กล่าวว่า
 
“การมีเลือดประจำเดือนไหลในปริมาณมากทำให้เลือดจับตัวเป็นก้อนได้ และการเสียเลือดมากเกินไปอาจนำไปสู่อาการโลหิตจาง เนื้องอกมดลูกชนิดไม่อันตรายอาจมีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ และทำให้เกิดอาการเจ็บปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ทำให้ปัสสาวะบ่อย หรือเกิดอาการท้องผูก ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดเนื้องอก ผู้เป็นเนื้องอกชนิดนี้มักมีอาการปวดหน่วงหรือปวดเหมือนถูกกดทับ”
 
โดยทั่วไปการรักษาเนื้องอกมดลูกชนิดไม่อันตรายคือการให้ฮอร์โมนและการผ่าตัดมดลูก แต่โชคดีที่มีอายุรเวทวิถีธรรมชาติเป็นทางเลือกด้วย

การรักษาด้วยอาหาร
 
Eliza Blackwood นักธรรมชาติบำบัดแห่ง CBD Natural Health กล่าวว่า “เนื้องอกมดลูกชนิดไม่อันตรายต้องพึ่งพาฮอร์โมนเอสโตรเจน เราจึงต้องควบคุมฮอร์โมนเอสโตรเจนและภาวะอักเสบให้ได้ ด้วยการบริโภคอาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจนสูง เพราะมีสรรพคุณในการสร้างภาวะฮอร์โมนสมดุล เช่น ถั่วเหลือง พืชฝักตระกูลถั่ว และถั่วต่าง ๆ อาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจนช่วยหยุดยั้งการไหลเวียนของฮอร์โมนเอสโตรเจนส่วนเกิน เป็นการป้องกันไม่ให้เอสโตรเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงให้ก้อนเนื้องอกเจริญเติบโต นอกจากนี้ ยังต้องบริโภคอาหารที่มีไขมันดี เช่น ปลาไขมันสูง น้ำมันมะกอก ถั่วเปลือกแข็ง และเมล็ดพืชต่าง ๆ
 
ผักมีคุณสมบัติช่วยลดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน จึงแนะนำให้บริโภคผักที่มีแคโรทีนอยด์สูง เช่น แครอต และผักใบเขียว รวมทั้งอาหารที่มีวิตามินบีสูง เช่น ธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสี เพื่อควบคุมฮอร์โมนเอสโตรเจน
 
ผลไม้ ผัก และธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสีให้เส้นใย ซึ่งช่วยลดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนด้วยการทำให้แน่ใจว่า อวัยวะภายในช่องท้องทำงานเป็นปกติ
 
ส่วนกรดไขมันโอเมก้า – 3 ที่พบในปลาที่มีไขมันสูง เมล็ดแฟลกซ์ และถั่ววอลนัท ช่วยลดอาการเกร็งจากการที่มดลูกเป็นตะคริวซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ ส่วนอาหารแปรรูปที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ ไขมันอิ่มตัว กาแฟ น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ ล้วนเป็นสาเหตุของการอักเสบ ทำให้อาการรุนแรงยิ่งขึ้น

อายุรเวททางเลือก
 
– โยคะ พิลาทีส และไทชิ ทำให้เลือดไหลเวียนไปยังอุ้งเชิงกรานได้มากขึ้น ช่วยบรรเทาอาการปวดได้
 
– การนวดด้วยสุคนธบำบัดหรืออโรมาเธอราพีเป็นประจำ โดยใช้น้ำมันสกัดจากขิงและมาจอรัม (พืชประเภทเดียวกับมินต์) ลดอาการตะคริว และช่วยให้ระดับฮอร์โมนอยู่ในภาวะสมดุล Marty Ryan จาก Love Your Gut Seminars เพิ่มเติมว่า “การนวดบริเวณท้องช่วยลดอาการไม่สบายตัว ทำให้ผนังหน้าท้องและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานผ่อนคลาย ทำให้เลือดและน้ำเหลืองไหลไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ของอุ้งเชิงกรานดีขึ้น และช่วยทำให้โครงสร้างที่โอบอุ้มมดลูกเอาไว้อยู่ในที่ในทาง ซึ่งช่วยลดอาการปวดด้วย”
 
การแพทย์แผนจีนถือว่า เนื้องอกมดลูกชนิดไม่อันตรายมีสาเหตุจากการที่เลือดจับตัวเป็นก้อนทั้งในและรอบมดลูก การฝังเข็มจึงช่วยทำให้ลมปราณและเลือดในบริเวณนั้นไหลเวียนได้ดีขึ้น

Kitty Papp ครูฝึกการบริหารร่างกายด้วยวิธี Aviva Method กล่าวว่า เธออยากให้ผู้หญิงเรียนรู้วิธีบริหารร่างกายด้วยวิธีนี้ให้มากขึ้นก่อนเลือกวิธีรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนหรือผ่าตัด “วิธีนี้ไม่เพียงช่วยลดอาการปวด แต่ยังเยียวยาสาเหตุซ่อนเร้น ซึ่งรวมทั้งอาการที่เลือดบริเวณอุ้งเชิงกรานคั่งไหลเวียนไม่สะดวก ภาวะฮอร์โมนเสียสมดุล ช่วยควบคุมการสร้างฮอร์โมน เมื่อฟื้นฟูจนร่างกายเกิดสมดุลแล้ว เนื้องอกมดลูกชนิดไม่อันตรายนี้จะฝ่อและมีขนาดเล็กลง ส่วนการเคลื่อนไหวช่วยบรรเทาอาการปวดอย่างรุนแรงในช่องท้องและการมีเลือดประจำเดือนออกมากได้เป็นอย่างดี” (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.avivamethod.com.au)

 

Column : well-being

ที่มา: Nature & Health