วิชัย ทองแตง บริหารความเสี่ยงด้วยวิสัยทัศน์

“CTH ในนิยามของผมก็คือ เคเบิลทีวีบ้านนอก ที่พร้อมจะเดินหน้าเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง”

ชื่อของ วิชัย ทองแตง กลับมาสู่สปอตไลต์ของสังคมธุรกิจการเมืองอีกครั้ง หลังจากที่ CTH (Cable Thai Holding) คว้าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก พร้อมๆ กับการประกาศแผนธุรกิจที่สั่นคลอนสถานภาพของผู้ประกอบการรายเดิมอย่างหนักหน่วงและกว้างขวาง

ก้าวย่างของวิชัย ทองแตง อาจได้รับการกล่าวถึงควบคู่กับข้อเท็จจริงที่ว่า วิชัย ทองแตง เคยเป็นอดีตทนายความที่นำพาทักษิณ ชินวัตร รอดพ้นจากข้อกล่าวหาในกรณีซุกหุ้น ก่อนที่วิชัย ทองแตง จะผันตัวเองเป็นนักลงทุนที่เข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลศิครินทร์ โรงพยาบาลเปาโล และการเข้าซื้อหุ้นโรงพยาบาลพญาไท ซึ่งการซื้อหุ้นและกิจการโรงพยาบาลในครั้งนั้น เป็นภาพที่สอดรับกับนโยบายว่าด้วย 30 บาทรักษาทุกโรค และการหนุนให้ไทยเป็น Medical Hub ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของวิชัย ทองแตง ผูกพันอยู่ในฐานะตัวแทนของกลุ่มทุนการเมืองเรื่อยมา
 
“ผมไม่ปฏิเสธว่าผมรู้จักผู้คนมากมาย แต่การทำธุรกิจจะมีเพียงเครือข่ายสายสัมพันธ์หรือ connection อย่างเดียวไม่ได้หรอก ปัจจัยสำคัญที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ วิสัยทัศน์ ที่ต้องประเมินให้ได้ว่าธุรกิจใดมีศักยภาพ และธุรกิจใดที่มีความเสี่ยง ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้มาด้วยกาลเวลา ได้มาจากการสั่งสมประสบการณ์และความรู้จากการทำงาน”
 
ตลอดเวลาที่วิชัย ทองแตง โลดแล่นอยู่ในสังคมธุรกิจ เขาได้รับการกล่าวขานถึงในฐานะพ่อมดตลาดหุ้น อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยยอมรับสมญานามนี้เท่าใดนัก แต่เขาไม่ปฏิเสธว่าทุกการลงทุนของเขา เกิดขึ้นจากการวิเคราะห์ความเสี่ยง ยิ่งมีความเสี่ยงต่ำเท่าใด ย่อมหมายถึงความน่าลงทุนและผลตอบแทนที่จะดีมาก ซึ่งอาจจะขัดแย้งกับผู้ลงทุนรายอื่นๆ
 
วิชัย ทองแตง ฉายภาพความเป็นไปของการลงทุนในกิจการโรงพยาบาลว่า ไม่ว่าประเมินจากมิติใด ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ และสามารถพัฒนาให้เป็นยุทธศาสตร์ของชาติได้ไม่ยาก แต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีใครสนใจอย่างจริงจังมากนัก ซึ่งเมื่อเขา turn around ธุรกิจโรงพยาบาลหลายแห่งที่ได้ซื้อมา ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าจึงกลายเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของสังคม ก่อนที่เขาจะสวอปหุ้นกับกลุ่มกรุงเทพดุสิตเวชการ และทำให้เขาเป็นหนึ่งในคณะผู้บริหารของเครือโรงพยาบาลชั้นนำที่มีเครือข่ายกว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในปัจจุบัน
 
ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่ามิติมุมมองที่ดำเนินออกมาเป็นรูปธรรมการลงทุนของวิชัย ทองแตง ดูจะเป็นประหนึ่งภาพสะท้อนในเชิงยุทธศาสตร์และนโยบายของกลุ่มทุนการเมืองขนาดใหญ่ ที่กำลังดำเนินอยู่เป็นคู่ขนานในนามของอภิมหาโปรเจ็กต์ที่อาจผุดพรายขึ้นในห้วงเวลานับจากนี้
 
ท่วงทำนองเนิบช้า แต่แฝงความลุ่มลึกของวิชัย ทองแตง เป็นสิ่งที่ผู้ได้มีโอกาสพบเห็นย่อมสัมผัสได้ไม่ยาก วิชัย ทองแตง ไม่มีภาพของผู้บริหารที่อวดรู้ และคุยเขื่องคำโต เขาย้ำบ่อยครั้งระหว่างการสนทนาว่าเขามาจากครอบครัวชาวนา และเป็น “บ้านนอก” ที่ยินดีเสมอเมื่อได้ยินใครเรียกเขาว่า “บ้านนอก” เพราะถ้อยความคำนี้ไม่ได้มีความหมายในเชิงลบสำหรับเขา ซึ่งมีพื้นเพเดิมมาจากอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี แต่อย่างใด
 
การรุกเข้ามาพัฒนาธุรกิจเคเบิลทีวีท้องถิ่น หรือเคเบิลทีวีภูธร เป็นหนึ่งในข้อยืนยันทั้งในมิติของทัศนะ และวิสัยทัศน์ทางธุรกิจของวิชัย ทองแตง ได้เป็นอย่างดี เขามองเห็นอนาคตของเคเบิลทีวีท้องถิ่นแตกต่างไปจากผู้คนอื่นๆ เพราะการเข้าไปโอบอุ้มเคเบิล ไทย โฮลดิ้ง พร้อมกับการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 300 ล้านบาทเป็น 1,000 ล้านบาท ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว หากยังเกิดขึ้นควบคู่กับการดึงกลุ่มวัชรพลจากไทยรัฐ มาร่วมลงทุนด้วย ซึ่งนับเป็นก้าวย่างที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
 
ข้อเท็จจริงที่อยู่เบื้องหน้าเขาก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในธุรกิจเคเบิลทีวี อยู่ที่จำนวนฐานสมาชิกที่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ที่ประเมินในเบื้องต้นว่ามีอยู่มากถึง 3.5 ล้านครัวเรือน ในขณะที่ผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นเหล่านี้ยังขาดอำนาจในการต่อรอง และขาดทิศทางที่จะดำเนินไปร่วมกัน ท่ามกลางการแข่งขันที่กำลังถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วงขึ้นทุกขณะ
 
“CTH ในนิยามของผมก็คือ เคเบิลทีวีบ้านนอก ที่พร้อมจะเดินหน้าเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง ผมขอให้นิยามสั้นๆ แค่นี้” วิชัย ทองแตง ย้ำกับ ผู้จัดการ 360  ํ อย่างอารมณ์ดี แต่แฝงนัยความหมายครอบคลุมบริบททั้งทางธุรกิจ การเมือง และสังคมไปในคราวเดียวกัน
 
การเข้าไปปรับทิศทางและวางรากฐานทางธุรกิจใน CTH ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้วิชัยจำเป็นต้องเดินสายทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นอยู่เป็นระยะ ซึ่งสำหรับวิชัยแล้ว เขาตระหนักดีว่าการบริหารความเปลี่ยนแปลง (manage change) เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และมีมิติที่ซับซ้อน
 
การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกหรือ English Premier League (EPL) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศไทย รวมถึงเพื่อนบ้านทั้ง สปป.ลาว และกัมพูชา ได้เปิดพื้นที่และโอกาสทางธุรกิจให้กับ CTH อย่างกว้างขวาง ในด้านหนึ่งอาจทำให้ก้าวย่างของ CTH มีอนาคตที่สดใส
 
เพราะนี่คือจังหวะก้าวของการเข้าสู่ตลาดแบบก้าวกระโดด ที่พร้อมจะต่อยอดเป็นกลไกสร้างรายได้ให้ CTH ก้าวไปสู่เป้าหมายที่ลึกล้ำกว่านั้นได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่ในความเป็นจริงอีกด้านหนึ่ง ลิขสิทธิ์ EPL เป็นเพียง content และจิ๊กซอว์สำหรับระยะเบื้องต้นทางธุรกิจของ CTH เท่านั้น
 
“ก่อนหน้านี้ อาจไม่มีใครรู้จัก CTH แต่หลังจากที่ CTH ได้รับลิขสิทธิ์ EPL ตอนนี้ไปติดต่อใครที่ไหน ก็ง่ายขึ้น เพราะ CTH มีโปรไฟล์ และอยู่ในสปอตไลต์แล้ว”
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากประเมินจากข้อเท็จจริงที่ว่า วิชัย ทองแตง ไม่ได้วางเป้าหมายในการพัฒนา CTH ให้หยุดอยู่เพียงในฐานะที่เป็นบริษัทผู้ประกอบการด้านบันเทิงและสันทนาการ หากแต่เขามองไปไกลและกำหนดเป้าหมายของ CTH ไว้มากกว่านั้น โดยเขามุ่งหมายที่จะผลักดันให้ CTH ก้าวไปสู่การเป็นบรรษัทที่ให้บริการด้านการสื่อสาร ที่มี contents หลากหลายไว้ตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากกว่า
 
“หากถามผมว่า ในอนาคตเมื่อ CTH ดำเนินการตามแผนธุรกิจและสามารถพัฒนาธุรกิจให้เข้าหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งผมวางเป้าหมายไว้ประมาณ 3 ปี  CTH ควรจะอยู่ในกลุ่มไหน ผมก็ต้องตอบตามความคิดของผมว่า น่าจะอยู่ในกลุ่มสื่อสาร นี่เป็นความคิดของผมนะ เพราะในอนาคตธุรกิจของ CTH ไปไกลกว่าบันเทิงและสันทนาการแน่นอน”
 
การสานสัมพันธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งกับ ทีโอที ซึ่งมีโครงข่ายไฟเบอร์ออพติก ครอบคลุมทั่วประเทศอยู่แล้ว รวมถึงการร่วมมือกับบริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้  CTH สามารถร่นระยะเวลาในการขยายโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกเพื่อรองรับกับการขยายตัวทางธุรกิจของ CTH ได้มากถึง 3 เท่า และทำให้เป้าหมายในการขยายฐานสมาชิกไปสู่ระดับ 7-10 ล้านครัวเรือน ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินความเป็นจริง
 
และในอนาคตเราอาจได้เห็นโครงข่ายการสื่อสารภาคพื้นดินที่ทรงประสิทธิภาพ ผ่านการดำเนินงานของกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจกลุ่มนี้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในขอบเขตประเทศไทย แต่อาจข้ามพ้นพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งทางฝั่งตะวันออก-ตะวันตก และเหนือ-ใต้ ซึ่งหมายรวมถึงประเทศในเขตภาคพื้นแผ่นดินใหญ่ของ AEC อีกด้วย
 
กระบวนทัศน์ทางความคิดที่น่าสนใจติดตามของวิชัย ทองแตง หลังจากการลงทุนทางยุทธศาสตร์ผ่าน CTH ครั้งนี้ ก็คือ การเปิดเผยความสนใจที่จะลงทุนในกิจการด้านโลจิสติกส์ และพลังงานทดแทน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นกระบวนทัศน์ที่พร้อมจะต่อยอดและถักทอมิติว่าด้วยโครงข่ายที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
 
เป็นโครงข่ายที่เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ และทักษะในการประเมินศักยภาพและประเด็นทางยุทธศาสตร์ ที่แหลมคมและอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างทางธุรกิจ สังคม ได้ไม่น้อยเช่นกัน

 



 

 

 

 

 


 

Category: 
About the Author
Somsak Damrongsoontornchai's picture

Somsak Damrongsoontornchai