วันเสาร์, ตุลาคม 21, 2017
Home > Life > ลืม anti–ageing ซะ หันมา pro–ageing กัน

ลืม anti–ageing ซะ หันมา pro–ageing กัน

Column: Well – Being

การมีอายุมากขึ้นมักมาพร้อมกับการมีสุขภาพที่อ่อนแอลง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงในรูปร่างหน้าตาที่ถูกมองว่า ไม่น่าดู คำว่า “ศาสตร์ชะลอวัย” (anti–ageing) จึงเข้ามามีบทบาทในทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไปจนถึงพฤติกรรม ซึ่งล้วนไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเช่นกัน เพราะมันเป็นการชี้นำว่า การมีอายุที่มากขึ้นและผลที่เกิดจากภาวะนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องหลีกเลี่ยง

นิตยสาร GoodHealth จึงยืนยันว่า ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว !

เพราะการมีอายุที่มากขึ้น สามารถนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีขึ้นในบางด้านได้อย่างจริงจัง รวมทั้งผลการวิจัยใหม่ที่พิสูจน์แล้วว่า อายุไม่ใช่ตัวชี้วัดสุขภาพที่ดีที่สุดอีกต่อไป ดังนั้น การหันมาสนุกกับการใช้ชีวิตแนว pro–ageing สามารถทำให้คุณมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ในแต่ละปีที่ผ่านพ้นไปดังนี้

ผสมผสานกิจวัตรการออกกำลังกาย
การมีกิจกรรมทางกายภาพเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคุณ ผลการวิจัยพิสูจน์ถึงความเชื่อมโยงระหว่างการออกกำลังกายเป็นประจำกับการมีความจำที่ดีขึ้น เมื่อคุณสามารถทำให้ติดเป็นนิสัยในขณะที่มีอายุมากขึ้น คุณมีแนวโน้มจะเป็นคน “สุขภาพดีตอนแก่” เพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า แต่ถ้าต้องการให้ได้ผลดีที่สุด ให้เลือกออกกำลังกายที่แตกต่างกันสองสามอย่าง ซึ่งเป็นผลดีต่อเทโลเมียร์ (telomeres) ของคุณ

เทโลเมียร์เป็นส่วนที่หุ้มอยู่ตรงส่วนปลายสุดของโครโมโซม ทำหน้าที่ปกป้องโครโมโซม เทโลเมียร์มีอิทธิพลต่อการที่เซลล์ของคุณมีอายุมากขึ้นได้เพียงใดก็คือ ยิ่งเทโลเมียร์ของคุณยาวมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งเป็นผลดีมากขึ้นเท่านั้น และการออกกำลังกายอย่างหลากหลายประเภทเมื่ออายุเลยเลข 40 ไปแล้ว จะช่วยรักษาความยาวของเทโลเมียร์ได้ เช่น ถ้าคุณเข้ามีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างหนึ่ง คุณจะเสี่ยงต่อการมีเทโลเมียร์สั้นลดลงราวร้อยละ 3 และถ้าคุณออกกำลังกายสี่ประเภท ความเสี่ยงต่อการมีเทโลเมียร์สั้นจะลดลงราวร้อยละ 52

เพราะความยาวของเทโลเมียร์ที่ลดลงนั้นสัมพันธ์กับโรคหลายชนิด เช่น มะเร็งและเบาหวาน รวมทั้งการมีอายุขัยที่สั้นลง การออกกำลังกายทำให้เทโลเมียร์แข็งแรงขึ้นด้วยการเพิ่มระดับของสารประกอบที่ปกป้องเทโลเมียร์ไม่ให้หดสั้นลงก่อนวัยอันควร

กินอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน
การกินอาหารชนิดนี้ช่วยป้องกันการอักเสบที่เป็นตัวเร่งว่าเทโลเมียร์จะสั้นลงเร็วขึ้นเท่าไร อาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนสามารถลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจในระยะเวลา 10 ปีได้ครึ่งหนึ่ง อันเป็นผลมาจากการที่อาหารชนิดนี้ช่วยลดความดันโลหิตและระดับโคเลสเตอรอลนั่นเอง

อาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนส่งเสริมให้คุณกินอาหารบางกลุ่มมากขึ้น เช่น ผลไม้ ผัก และอาหารทะเล รวมทั้งอาหารที่เฉพาะเจาะจง เช่น อะโวคาโด แอปเปิล และข้าวโอ๊ต

วิธีการกินอย่างนี้เชื่อมโยงกับทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่การมีอายุมากขึ้นอย่างแข็งแรงขึ้นไปจนถึงการมีความเครียดน้อยลง มีอายุขัยยืนยาวขึ้น และลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคที่สัมพันธ์กับอายุ รวมทั้งโรคความจำเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็ง

การปรับอาหารของคุณให้เป็นสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนมากที่สุดทำได้โดย เน้นอาหารที่มาจากพืชเป็นหลัก เช่น ผลไม้ ผัก ธัญพืชเต็มเมล็ด พืชตระกูลถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง นอกจากนี้ ให้แทนที่เนยด้วยน้ำมันมะกอก กินปลาและไก่อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แต่จำกัดการกินเนื้อแดงให้เหลือเพียงเดือนละสองสามครั้ง และใช้สมุนไพรและเครื่องเทศเพื่อปรุงรสแทนการใช้เกลือ

เตือนตัวเองให้ตั้งเป้าหมายใหม่
การที่คุณตั้งเป้าหมาย และต้องทำให้บรรลุให้ได้ ทำให้ชีวิตคุณมีจุดมุ่งหมาย และความรู้สึกนั้นสามารถทำให้ชีวิตของคุณยืนยาวขึ้นอีกหลายปี อาจเป็นเพราะเมื่อคุณรู้สึกว่าชีวิตของคุณมีทิศทางที่ชัดเจน จิตใต้สำนึกของคุณจะกระตุ้นให้กิจกรรมประจำวันของคุณแข็งแกร่งขึ้น เพื่อให้คุณมีโอกาสดีที่สุดในการบรรลุเป้าหมายของคุณ และตั้งมั่นอยู่ในครรลองนั้น

เข้าร่วมการร้องเพลงประสานเสียง
การรวมกลุ่มกันเพื่อร้องเพลง ส่งผลกระทบด้านบวกของความเป็นอยู่เชิงจิตวิทยาของเราได้มากกว่าการร้องเพลงคนเดียว

และการมีความเป็นอยู่ที่ดีก็สัมพันธ์กับการมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น คนที่มีความรู้สึกดังกล่าวนี้มากที่สุด สามารถลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรราวร้อยละ 30

ติดต่อเพื่อนอยู่เสมอ
นักวิจัยชาวเยอรมันกล่าวว่า การรักษาชีวิตทางสังคมไว้ได้อย่างแข็งแกร่งในขณะที่คุณมีอายุมากขึ้น ช่วยด้านความรู้สึกของการมีความเป็นอยู่ที่ดีได้มาก รวมทั้งความรู้สึกพึงพอใจในชีวิตบั้นปลายด้วย แม้เมื่อคุณต้องเผชิญกับความท้าทายทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับอายุก็ตาม

“การดำเนินชีวิตโดยเกี่ยวข้องกับสังคม มักสัมพันธ์กับการกระตุ้นความจำและการมีกิจกรรมเชิงกายภาพ ซึ่งอาจช่วยปกป้องคุณจากปัจจัยด้านประสาทวิทยาและกายภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ภาวะความจำถดถอยลงก็ได้” เกิร์ต แวกเนอร์ ผู้เขียนร่วมด้านการศึกษาแห่งสถาบันเพื่อการวิจัยเชิงเศรษฐกิจเยอรมัน อธิบาย

“ผลการศึกษาชี้ว่า การปรับตัวเข้าหาสังคมสัมพันธ์กับการคงไว้ซึ่งความเป็นอยู่ที่ดีให้ได้นานเท่าที่จะทำได้ จนคุณก้าวเข้าสู่บั้นปลายของชีวิต”

จำกัดเวลาดูทีวีแค่วันละ 2 ชั่วโมง
ควบคู่กับการซื้ออาหารจานด่วนกินไม่เกินสัปดาห์ละครั้ง ฝึกนิสัยกินอาหารเช้า และเดินให้ได้วันละ 10,000 ก้าวเป็นประจำทุกวัน… เหล่านี้จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงจากภาวะน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า และนั่นคือสิ่งที่ทุกคนโหยหา

ผลการศึกษาชี้ว่า การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ระบุว่า สมองของคนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน มีอายุทางกายภาพแก่กว่าคนในวัยเดียวกันแต่น้ำหนักตัวปกติถึง 10 ปี

แสดงความรู้สึกขอบคุณ
คุณรู้สึกขอบคุณเรื่องอะไรนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นอยู่ที่การยอมรับและแสดงความรู้สึกนั้นออกมา หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดคือ การเขียนถึงอะไรก็ได้ที่คุณรู้สึกขอบคุณลงในสมุดโน้ตสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

ผลการศึกษาใหม่ได้ยืนยันถึงความเชื่อมโยงระหว่างการแสดงความรู้สึกขอบคุณกับการมีสุขภาพที่ดีขึ้น โดยแสดงให้เห็นว่า มันเป็นสาเหตุให้มีความพึงพอใจในชีวิตเพิ่มมากขึ้น ตลอดไปจนถึงทำให้อาการป่วยทางกายภาพลดน้อยลง

คำอธิบายหนึ่งคือ การแสดงความรู้สึกขอบคุณส่งเสริมความรู้สึกเกี่ยวกับ “ความหมายของชีวิต” ได้ดีขึ้น รวมทั้งการมีสุขภาพที่ดีขึ้นนั้น นักวิทยาศาสตร์แห่งสหราชอาณาจักรกล่าวว่า หมายถึงการมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นนั่นเอง

เลิกดื่มน้ำอัดลม
การดื่มน้ำอัดลมที่เต็มไปด้วยน้ำตาลสามารถบั่นทอนชีวิตคุณให้สั้นลง 4.5 ปี เลยทีเดียว เหตุผลคือ อาหารที่มีน้ำตาลสูงเข้าไปเร่งกระบวนการชราภาพ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์แห่งแคลิฟอร์เนียชี้ว่า คนที่ดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำจะมีเทโลเมียร์สั้นลง ซึ่งหมายถึงอายุขัยที่สั้นลงด้วย