วันพฤหัส, กันยายน 21, 2017
Home > New&Trend > ลอตเต้ ทุ่มทุนหวังตั้งไทยเป็นฮับใน อาเซียน

ลอตเต้ ทุ่มทุนหวังตั้งไทยเป็นฮับใน อาเซียน

ไทยลอตเต้ ขยายการผลิต เปิดโรงงานใหม่เพิ่ม 1 แห่งด้วยงบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท รองรับการขยายตัวของตลาด เตรียมความพร้อมความเป็นฮับในการส่งออกผลิตภัณฑ์สู่ประเทศแถบอาเซียน และการเปิดตลาดเออีซี ในปี 2558 หลังบริษัทแม่เห็นศักยภาพในประเทศไทย

มร.โทชิฟูมิ โคจิม่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยลอตเต้ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หมากฝรั่ง ลูกอม ภายใต้ตราสินค้า “ลอตเต้” และขนมปังบิสกิต “ลอตเต้ โคอะลา มาร์ช” ระบุว่าบริษัทฯ
ได้เปิดโรงงานใหม่เพิ่มอีก 1 แห่ง บนพื้นที่ 60 ไร่ ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ชลบุรี ด้วยงบประมาณในการลงทุนกว่า1,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถเพิ่มกำลังการ ผลิตขึ้นประมาณ 2,400 ตันต่อปี
จากกำลังการผลิตเดิมประมาณ 3,000 ตันต่อปี

ปัจจุบัน บริษัท ไทยลอตเต้ จำกัด มีโรงงาน 2 แห่ง ได้แก่ โรงงานผลิตหมากฝรั่ง ภายใต้ตราสินค้า “ลอตเต้” ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมศรีราชา ชลบุรี และโรงงานผลิตขนมปังบิสกิต “ลอตเต้ โคอะลา มาร์ช” ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ชลบุรี ซึ่งการเปิดโรงงานใหมิ่เพิ่มขึ้น อีกหนึ่งแห่งนี้ นอกจากจะเพิ่มผลผลิตสู่ตลาดแล้ว ยังเป็นการรองรับการเป็นศูนย์กลางการผลิต เพื่อส่งออกผลิตภัณฑ์
ไปยังประเทศแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งรองรับการเพิ่มไลน์การผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะ
เกิดขึ้นในอนาคต เพื่อมุ่งสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558

“สาเหตุสำคัญที่ทางบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น หรือบริษัท ลอตเต้ จำกัด ตั้ง ประเทศไทย เป็นฐานการผลิตนั้น เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพในประเทศไทยที่มีความพร้อมทางด้านทรัพยากร กำลังคนเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้า การส่งออก ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่สามารถรองรับ ได้อย่างครบครัน อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 และด้วยจุดแข็งเหล่านี้ทำให้บริษัทฯ มั่นใจว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการส่งออกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เป็นอย่างดี และมีแผนจะกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศอื่นๆทั่วโลก” โทชิฟูมิ โคจิม่า กล่าว

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดในปีนี้ ล้อตเต้ มุ่งเน้นการตลาดแบบ 360 องศา ทั้งในรูปแบบอะโบฟ
เดอะไลน์ ,บีโลว์ เดอะไลน์ และช่องทางออนไลน์ รวมถึงการใช้ สื่อประเภทใหม่ๆ โดย จะใช้งบประมาณทางการตลาดในช่วงแรกประมาณ 90 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมของบริษัทในปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ที่.1,500 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 1,200 ล้านบาท