วันจันทร์, พฤศจิกายน 19, 2018
Home > New&Trend > ลดพุง ลดโรค

ลดพุง ลดโรค

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส ร่วมกับพลังเครือข่าย
ณรงค์ผ่านแคมเปญ “ลดพุง ลดโรค” ปลุกกระแส การดูแลสุขภาพ พร้อมให้ความรู้ ด้านโภชนาการ
ผ่านกลยุทธ์ การสื่อสารครบวงจร หลังสำรวจสุขภาพคนไทย พบ 1 ใน 3 ประสบภาวะอ้วนลงพุง

ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ประธานคณะกรรมการกำกับทิศงานสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม
สสส. เปิดเผยว่า ล่าสุด สสส ได้ร่วมกับ เครือข่ายเสียงประชาชน (We Voice) จัดทำโครงการสำรวจ สุขภาพ และความรู้ เกี่ยวกับโภชนาการของคนไทย เพื่อสำรวจสุขภาพและความรู้ทางด้านโภชนาการ สำหรับใช้ เป็น แนวทางในการ กำหนดทิศทางการรณรงค์ พบว่า โรคอ้วนลงพุงเป็นมหันตภัยเงียบที่
กำลังทำร้ายสุขภาพคนไทยอย่างร้ายแรง ผลพวงของวิถีชีวิตแบบคนเมืองสมัยใหม่ที่มีพฤติกรรมการ
กินที่ทำร้ายสุขภาพ บริโภค อาหารหวาน มัน เพิ่มขึ้น กินผักและผลไม้น้อยลง และขาดการออก
กำลังกาย ส่งผลให้คนไทยอ้วน ติดอันดับที่ 5 ของแถบเอเชียแปซิฟิค และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 4 ล้านคนต่อปีโดยมีอัตราการเสียชีวิต สืบเนื่องจากโรคอ้วนลงพุงประมาณ 20,000 คนต่อปี
รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาโรคต่างๆ ที่สัมพันธ์กับโรคอ้วนลงพุงกว่าปีละ 100,000 ล้าน
บาท

ศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ ประธานคณะกรรมการเครือข่ายเสียงประชาชน แถลงผล
สำรวจภาวะ “คนไทยซ่อนอ้วน” สถานการณ์สุขภาพคนไทยกับภาวะอ้วนลงพุงว่า ” ครั้งนี้ได้ทำการ
สำรวจ คนไทยทั่วประเทศที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 1,002 คน จาก 5 พื้นที่คือ กรุงเทพและ
ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ผลสำรวจพบว่าคนไทยร้อยละ
56.1 ไม่พอใจกับ รูปร่างตน ในขณะที่ร้อยละ 43.9 อยากจะผอมลง และเมื่อสำรวจถึงความรู้พื้นฐาน
ด้านโภชนาการก็พบว่า คนส่วนใหญ่คิดว่าตนมีความรู้ ความเข้าใจในด้านโภชนาการโดยเฉพาะเรื่องทั่วไป เช่น การรับประทาน อาหารให้ครบ 5 หมู่, อ่านฉลากสินค้า ก่อนเลือกซื้อ และปริมาณที่เหมาะสมในการบริโภคน้ำตาลนอกมื้้อ อาหารไม่ควรเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน แต่ที่น่าสนใจ คือ มีเพียงร้อยละ 49.5 เท่านั้น ที่ทราบถึงปริมาณน้ำมัน นอกมื้ออาหารที่บริโภคได้คือประมาณ 1 ช้อนชา นั่นหมายความ
ว่ากว่าร้อยละ 50 ของผู้ที่สำรวจไม่ได้คำนึงหรือระวังในการบริโภคน้ำมัน

” ทีมสำรวจได้ทำการทดลอง 2 หัวข้อ เพื่อทดสอบ ความเข้าใจต่อพลังงานของอาหารที่ปรุง
ต่างกัน โดยใช้ไข่ สามแบบ เป็นตัวแทนในการทดสอบ (ไข่ต้ม/ปิ้ง ไข่ดาว และ ไข่เจียว) และ “เครื่อง
ดื่มน้ำตาล สูง 6 ชนิด” (ประกอบด้วย นมเปรี้ยว ชาเขียว ชานมไข่มุก น้ำอัดลม กาแฟสด และน้ำผลไม้สำเร็จรูป) เพื่อศึกษา ความตระหนักรู้ถึงปริมาณน้ำตาลที่แฝงมากับเครื่องดื่มต่างๆ พบว่า คนไทย
ร้อยละ 51.6 ยังไม่ทราบว่า ไข่เจียวให้พลังงานสูงสุดและมากกว่าไข่ต้มถึง 3.5 เท่า นั่นอาจหมายถึง
คนไทยกว่าครึ่ง ยังขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับปริมาณพลังงานของแต่ละวิธีการปรุง เมื่อ
เฉลยให้ทราบ ถึงพลังงานของไข่ แต่ละชนิด ร้อยละ 43 เลือกที่จะเพิ่มกิจกรรมทางกาย ในขณะที่
ร้อยละ 29 เลือก ที่จะลดปริมาณการบริโภคไข่ต่อวัน และร้อยละ 28 เลือกที่จะเปลี่ยนวิธีปรุงไข่

สำหรับการศึกษาเรื่องเครื่องดื่มน้ำตาลสูง (ปริมาณน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชา) พบว่า คนไทย
นิยมดื่มน้ำอัดลมมากที่สุดถึง ร้อยละ 52.5 รองลงมาคือ กาแฟสดได้รับความนิยมร้อยละ 45.2 แต่ใน
เชิงความถี่คนไทยนิยมบริโภค กาแฟสดสูงสุด โดยเฉพาะคน กทม. ที่ดื่มในปริมาณมากกว่าภาคอื่นๆ
เกือบเท่าตัว แต่ที่น่าสนใจคือ คนไทยร้อยละ 89.7 ยังไม่ทราบว่า “นมเปรี้ยว” ขนาด 400 มล.มีปริมาณน้ำตาลมากถึง 19 ช้อนชาต่อขวด และเมื่อทราบถึงปริมาณน้ำตาล ที่ผสมในเครื่องดื่มแต่ละประเภทแล้ว ผู้ถูกสำรวจส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 64 เลือกที่จะลดปริมาณการบริโภค เครื่องดื่มชนิดนั้น
ในขณะที่ร้อยละ 29 เลือกที่จะเพิ่มกิจกรรมทางกาย

รศ.นพ.ปัญญา ไข่มุก คณะกรรมการบริหารแผนสำนักรณรงค์สื่อสารสังคม สสส. ได้เสริม
ว่า ปัจจุบันคนไทยกำลังเผชิญปัญหา “อ้วนลงพุง” เพราะขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโภชนาการ ซึ่ง ถือเป็น ภัยร้ายที่ค่อยๆ คร่าชีวิตคนไทยในทุกนาที หากยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุ การ สร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) จึงได้รณรงค์ผ่านแคมเปญ “ลดพุง ลดโรค” เพื่อเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ด้านโภชนาการ พร้อมกระตุ้นให้คนไทยทั่วประเทศปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคโดย ลดการบริโภคของมัน ของทอด หันมาทาน อาหารนึ่งและต้มเพิ่มขึ้น เพื่อ
ลดการเกิดโรคอ้วนลงพุง ผ่าน สื่อโฆษณารายการโทรทัศน์ 3 รายการ (The Firm องค์กรซ่อนอ้วน,
ทราบแล้วเปลี่ยน และ Fat Fact ความจริงรอบพุง) และกิจกรรมที่เปิด โอกาสให้องค์กรต่างๆ เข้า
ร่วม “ลดพุง ลดโรค” โดยเชิญชวนให้ประชาชนสำรวจความเสี่ยงต่อภาวะอ้วนลงพุง ด้วยการวัด
รอบเอว โดยเส้น รอบพุงต้องไม่เกินส่วนสูงหารสอง ปรับพฤติกรรมการกิน ลดทอดลดมันเพิ่ม ผักผลไม้
และเพิ่มกิจกรรมทางกาย เช่น การเดิน เร็วหรือแกว่งแขน รวม 30 นาที ต่อวันอย่างน้อย 5 วันต่อ สัปดาห์

เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดลดพุงลดโร ซึ่งออกอากาศครั้งแรก ในวันที่ 1 มีนาคมนี้ทั่ว
ประเทศ เพื่อรณรงค์ให้คนไทยทราบถึงหลักในการประเมิน ภาวะอ้วนลงพุงเบื้องต้นว่า “ ขนาดรอบ
เอวต้องไม่เกินขนาด ของส่วนสูงหารสอง” ตลอดจนหลักในการบริโภค ที่เหมาะสมร่วมกับการเพิ่ม
กิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพที แข็งแรง

แคมเปญ “ลดพุง ลดโรค” ถือเป็นการรณรงค์ครั้งสำคัญรับปี 2556 ที่ สสส. ได้ร่วมกับเครือ
ข่าย หลากหลาย ภาคส่วน ผลักดันเพื่อให้คนไทยตระหนักถึงภัยร้ายของ “โรคอ้วนลงพุง” โดย
แคมเปญดังกล่าว จะดำเนินการ อย่างต่อเนื่องในปีนี้