วันอังคาร, ตุลาคม 22, 2019
Home > Cover Story > ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย ดิ้นโค้งสุดท้ายปี 62

ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย ดิ้นโค้งสุดท้ายปี 62

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องรีบเร่งเครื่องขนานใหญ่ เพื่อผลักดันเม็ดเงินรายได้จากการท่องเที่ยวช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดปี 2562 โดยเฉพาะล่าสุด เมื่อคณะกรรมการร่วมเอกชน (กกร.) ประกาศปรับลดประมาณการตัวเลขจีดีพีปี 2562 เหลือ 2.7-3% จากเป้าหมายเดิม 2.9-3.3% และปรับลดอัตราการขยายตัวของการส่งออกเหลือ 0% ถึงติดลบ 2% จากเดิม 1% ถึงติดลบ 1% เพราะเศรษฐกิจยังอ่อนแรงมากจากสารพัดปัญหามากมาย

กกร. ระบุด้วยว่า แม้ภาครัฐพยายามออกมาตรการกระตุ้นหลายด้าน ทั้งมาตรการชิม ช้อป ใช้ ที่คาดว่ามีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 20,000-30,000 ล้านบาท ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 0.1-0.2% มาตรการประกันรายได้สินค้าเกษตร และมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่คาดว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจ 20,000-25,000 ล้านบาท แต่ชดเชยผลกระทบจากปัจจัยลบภายนอกได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

ขณะที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยปี 2562 จากเดิมเคยคาดไว้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40.06 ล้านคน สร้างรายได้ 2.13 ล้านล้านบาท เหลือ 39.73 ล้านคน สร้างรายได้ 1.95 ล้านล้านบาท คิดเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปกว่า 3.3 แสนคน รายได้ลดลง 1.8 แสนล้านบาท

แม้ตัวเลขดังกล่าวเป็นอัตราเติบโตมากกว่าปีก่อน แต่ไม่ดีตามเป้าหมาย เนื่องจากสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยมีปัจจัยรุมเร้ามากมาย รวมถึงการประท้วงเดินขบวนในฮ่องกงยิ่งส่งผลต่อความกังวลในเศรษฐกิจและการเงินทั่วโลก ล่าสุดมีเครื่องชี้ในตลาดการเงินสหรัฐฯ สะท้อนว่าอาจเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอย่างน้อยอีก 1 ปี

นอกจากนี้ กรณีบริษัททัวร์ยักษ์ใหญ่ โทมัส คุก ล้มละลาย ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวยุโรปที่ซื้อแพ็กเกจมาไทย อาจไม่เดินทางมาในไตรมาส 4 ซึ่งตรงกับฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น)

หลายเหตุผลทำให้รัฐบาลต้องกลับมากระตุ้น “ไทยเที่ยวไทย” ซึ่งเห็นผลชัดเจนจากมาตรการแจกเงิน 1,000 บาท “ชิม ช้อป ใช้” ที่มีคนไทยสนใจลงทะเบียนทะลุเป้าทุกวันและมีความต้องการเกินเป้าหมาย 10 ล้านคน แม้ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย เช่น เม็ดเงินสูญเปล่า ไม่สามารถกระจายไปยังเศรษฐกิจฐานราก เข้ากระเป๋ากิจการ “เจ้าสัว”

แต่กระทรวงการคลังยืนยันเห็นผลลัพธ์ตรงตามแผน ดูจากข้อมูลการใช้จ่าย 5 วันแรก มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 7 แสนราย มีการใช้จ่ายรวม 628 ล้านบาท แยกสัดส่วนเป็นการใช้จ่ายที่ “ร้านช้อป” ในกลุ่มโอทอป ร้านวิสาหกิจชุมชน ร้านธงฟ้าประชารัฐกว่า 50% หรือประมาณ 330 ล้านบาท “ร้านชิม” คือ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม มียอดใช้จ่ายประมาณ 98 ล้านบาท “ร้านใช้” เช่น โรงแรม โฮมสเตย์ ประมาณ 10 ล้านบาท และร้านค้าทั่วไป มียอดใช้จ่ายประมาณ 183 ล้านบาท ขณะที่มีการใช้จ่ายในร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขาประมาณ 142 ล้านบาท หรือเพียง 22% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการมีมากกว่า 70,000 ร้านค้า แบ่งเป็นร้านประเภทชิมกว่า 30,000 ร้านค้าประเภทช้อปกว่า 30,000 ร้านค้า และประเภทใช้กว่า 3,000 ร้านค้า ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่มี App ถุงเงินเดิมอยู่แล้วกว่า 50,000 ร้านค้า ซึ่ง ธ.กรุงไทยอัปเดต App ถุงเงินเวอร์ชั่นใหม่ให้อัตโนมัติ และร้านค้าประชารัฐที่ติดตั้งเครื่อง EDC อีกกว่า 30,000 ร้านค้า มีร้านค้าที่เข้ามาตรการฯ ทั่วประเทศ กว่า 150,000 ร้านค้า

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดินหน้าก๊อก 2 มีมติเห็นชอบจัดสรรงบประมาณ 116 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายใต้โครงการถึงเวลาทัวร์ให้ทั่วไทยเสริมมาตรการ ชิม ช้อป ใช้ อีก 2 มาตรการ

มาตรการแรก “ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย” วงเงินส่งเสริมโครงการ 63.5 ล้านบาท โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะร่วมกับผู้ประกอบการ เช่น โรงแรม ที่พักสายการบิน สปา และแหล่งบันเทิง จัดโปรโมชั่น ขายสินค้าท่องเที่ยวในราคา 100 บาท จำนวน 40,000 รายการ ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งประชาชนสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมแพ็กเกจทาง Official ไลน์ ของ ททท. เพื่อรับสิทธิ์ในลิงก์ สู่หน้าการซื้อแพ็กเกจ สามารถซื้อได้ 1 คนต่อ 1 รายการ

กลุ่มเป้าหมายเน้นคนกลุ่มเจนวายและเจนเอ็กซ์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อปานกลาง โดยจะทำโปรโมชั่นในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ และใช้ในวันธรรมดา เช่น วันที่ 11 เดือน 11, วันที่ 12 เดือน 12 เปิดขายแพ็กเกจท่องเที่ยว

มาตรการที่ 2 วันธรรมดาราคาช็อกโลก วงเงิน 52.5 ล้านบาท จะนำสินค้ากลุ่มหรูหรา (Luxury) ได้แก่ โรงแรม ที่พัก บริษัทนำเที่ยวสายการบิน แบรนด์สินค้าชั้นนำ ศูนย์การค้า สปา โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านจิวเวลรี สวนสนุก และบริการด้านการท่องเที่ยว ลดราคา 70% โดย ททท. ร่วมกับเอกชน นำสินค้าต่างๆ มาจัดรายการ ส่งเสริมการขายในราคาสุดพิเศษในวันธรรมดา ผ่านการจัดทำ Mini site เว็บไซต์ Mobile Platform และกลไกด้านการตลาดผ่านระบบออนไลน์

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ จะนำรายละเอียดแพ็กเกจสินค้าและบริการเสนอ ครม. เศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิในวันพิเศษของ 2 เดือนที่เหลือแบ่งเป็นเดือนละ 2 ครั้ง ครั้งละ 10,000 ราย เบื้องต้นมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 10,000 ราย

ส่วนปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐานที่เกิดขึ้นถือว่า โชคดีที่คาดว่าเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินภายใต้สถานการณ์ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในกรอบระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 28 กันยายน-วันที่ 12 ตุลาคม 2562 น่าจะเกิดค่าเสียโอกาสจากประเด็นด้านสุขภาพ คิดเป็นมูลค่า 700-800 ล้านบาท ภายใต้สมมุติฐานที่พิจารณาจากค่าสถิติดัชนีคุณภาพอากาศของ AQICN.ORG ที่บ่งชี้ว่าคุณภาพอากาศในเดือนตุลาคมยังไม่ถึงขั้นรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานอาจกลับมาอีกครั้งในช่วงเดือนธันวาคมต่อเนื่องถึงช่วงต้นปี

ด้านผลต่อภาคการท่องเที่ยว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า “ไม่มาก” โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วงนี้ส่วนใหญ่วางแผนล่วงหน้า อาจปรับกิจกรรมการท่องเที่ยวระหว่างวัน นอกเสียจากภาพปัญหายกระดับความรุนแรงและต่อเนื่องยาวนาน

ทั้งหมดถือเป็นช่วง 2 เดือนสุดท้ายในจังหวะการเมืองที่รัฐบาลต้องรีบสร้างผลงานพลิกฟื้นความเชื่อมั่นแบบเร่งด่วน เพื่อสู้ศึกในสภา ทั้งศึกพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ในวันที่ 17-18 ตุลาคมนี้ และศึกอภิปรายไม่วางใจ ซึ่งพรรคฝ่ายค้านยืนยันเตรียมชำแหละ พล.อ.ประยุทธ์และคณะรัฐมนตรี ทันทีที่เปิดประชุมสภารอบใหม่ด้วย

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *