วันพุธ, กันยายน 19, 2018
Home > On Globalization > รองเท้าส้นสูง ปัญหาใหม่ในการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงในที่ทำงาน

รองเท้าส้นสูง ปัญหาใหม่ในการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงในที่ทำงาน

 
Column: Women in Wonderland
 
เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้เขียนได้พูดถึงร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Starbucks ที่มีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลก และสาขาที่มีปัญหาตั้งอยู่ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดย Starbucks ได้ติดป้ายประกาศว่าจะไม่ขายกาแฟให้กับลูกค้าผู้หญิงและให้ลูกค้าผู้หญิงส่งคนขับรถผู้ชายเข้ามาซื้อแทน เเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นในปัจจุบัน เพราะทุกวันนี้สังคมให้สิทธิผู้หญิงกับผู้ชายแทบจะเท่าเทียมกัน 
 
เรื่องที่จะพูดถึงในบทความนี้ก็เช่นกัน ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องการแต่งตัวไปทำงานของผู้หญิงในทุกวันนี้จะยังถูกกำหนดไว้ด้วยกฎระเบียบแบบเก่าๆ ที่มีการแบ่งแยกอย่างชัดเจนว่าผู้หญิงและผู้ชายควรจะแต่งกายอย่างไรในการทำงาน
 
เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมได้มีผู้หญิงชาวอังกฤษ อายุ 27 ปี ชื่อ Nicola Thorp ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวของ BBC ว่า ในวันแรกที่เธอไปทำงานที่บริษัทให้คำปรึกษาด้านบัญชีใจกลางกรุงลอนดอนนั้น เธอถูกไล่ให้กลับบ้านและจะไม่จ่ายเงินค่าแรงในวันนั้น (ประเทศอังกฤษกำหนดว่า สำหรับพนักงานประจำ ในหนึ่งอาทิตย์จะต้องทำงานให้ครบกี่ชั่วโมง และถ้าทำงานไม่ครบชั่วโมงตามที่กำหนดไว้ รายได้ของอาทิตย์นั้นจะถูกหักให้เหลือเท่ากับจำนวนชั่วโมงที่ทำงานจริง) เพียงเพราะเธอใส่รองเท้าส้นแบนหรือรองเท้าไม่มีส้นไปทำงาน หรือไม่เธอก็ต้องออกไปซื้อรองเท้าส้นสูง 2–4 นิ้ว แล้วกลับมาทำงาน หลังจากได้ยินข้อความนี้จากหัวหน้า เธอก็ปฏิเสธทันที เพราะเธอไม่ต้องการที่จะใส่รองเท้าส้นสูงทำงาน หน้าที่ของเธอคือพนักงานต้อนรับของบริษัท ซึ่งจะต้องยืนถึง 9 ชั่วโมงในการทำงานและจะต้องพาลูกค้าเดินไปยังห้องประชุม 
 
การทำงานที่จะต้องยืนและเดินตลอด 9 ชั่วโมง และถ้าต้องใส่รองเท้าส้นสูงตลอดเวลาที่ต้องทำงาน ก็จะส่งผลต่อสุขภาพของเธอในอนาคต Nicola จึงเกิดคำถามว่า มันเป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่ที่บริษัทในประเทศอังกฤษบังคับให้พนักงานแต่งกายและใส่รองเท้าส้นสูงในเวลาทำงาน
 
หลังจากเกิดปัญหานี้ขึ้น Nicola ได้ เขียนคำร้องถึงรัฐบาลอังกฤษว่า “ผู้หญิงควรจะมีโอกาสในการเลือกใส่รองเท้าไม่มีส้นไปทำงานได้” ในคำร้องครั้งนี้มีผู้หญิงจำนวนมากที่เห็นด้วยและมีคนลงชื่อสนับสนุนความคิดนี้มากกว่าสองหมื่นคนแล้ว และหากมีคนลงชื่อครบหนึ่งแสนคน รัฐบาลอังกฤษจะต้องออกมาให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
 
กฎหมายของประเทศอังกฤษเกี่ยวกับการแต่งกายของพนักงานในที่ทำงานนั้น กำหนดให้นายจ้างสามารถไล่ลูกจ้างออกได้ ถ้าหากพวกเขาแต่งกายไม่เหมาะสม แต่ก่อนที่จะไล่ลูกจ้างออก บริษัทจะต้องให้เวลาที่เหมาะสมแก่ลูกจ้างในการหาเสื้อผ้าและรองเท้าที่เหมาะสมกับการทำงาน 
 
บริษัทเกือบทุกแห่งในประเทศอังกฤษยังคงมีการแบ่งแยกกฎระเบียบอย่างชัดเจนว่า ผู้ชายและผู้หญิงควรแต่งตัวอย่างไรในการมาทำงาน ซึ่งเรื่องนี้กฎหมายในประเทศอังกฤษอนุญาตให้บริษัททำได้ ตราบใดที่ข้อกำหนดในเรื่องการแต่งกายนั้นอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสมในการทำงานนั้นๆ กฎหมายที่มีใช้อยู่ในตอนนี้เป็นกฎหมายที่มีการประกาศใช้มานานมากแล้ว ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่มองว่ากฎหมายเหล่านี้ค่อนข้างล้าสมัยและมีการเหยียดเพศอยู่ 
 
Frances O’ Grady เลขานุการของสหภาพแรงงานประเทศอังกฤษได้พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า กฎเรื่องการแต่งกายของบริษัทเพื่อให้เหมาะสมกับงานนั้น เป็นกฎที่รับได้ แต่กฎเหล่านี้ไม่ควรจะรวมไปถึงการใส่รองเท้าส้นสูงด้วย รองเท้าส้นสูงนั้นลูกจ้างผู้หญิงควรจะมีโอกาสได้เลือกว่าจะใส่ทำงานหรือไม่ บริษัทไม่ควรระบุไว้เป็นข้อกำหนดว่าการแต่งกายที่เหมาะสมกับการทำงานนั้นจะต้องใส่รองเท้าส้นสูงในการทำงาน
 
หลังจากเรื่องนี้เป็นข่าวขึ้นมาในประเทศอังกฤษ มีหลายองค์กรให้ความเห็นในเรื่องนี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ลูกจ้างที่เป็นหญิงควรจะมีโอกาสเลือกว่าจะใส่รองเท้าส้นสูง ส้นเตี้ย หรือไม่มีส้นเลยในการทำงาน 
 
ยกตัวอย่างเช่น Lawrence Davis ผู้อำนวยการของบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายได้แสดงความคิดเห็นว่า การที่ลูกจ้างผู้หญิงถูกบังคับให้ต้องใส่รองเท้าส้นสูงในการทำงานนั้น พวกเธอสามารถที่จะฟ้องบริษัทกลับได้หรือไม่ เพราะการที่บริษัทกำหนดให้ลูกจ้างผู้หญิงต้องใส่รองเท้าส้นสูงในการทำงานนั้นเป็นเพราะนายจ้างเหล่านี้คิดว่า การที่ผู้หญิงใส่รองเท้าส้นสูงจะทำให้พวกเธอดูเซ็กซี่มากขึ้น และการที่ผู้หญิงเหล่านี้ต้องทำตัวให้ดูเซ็กซี่นั้นก็ไม่ได้เป็นข้อกำหนดไว้ในรายละเอียดของงานที่ต้องทำ ดังนั้นพวกเธอจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใส่ส้นสูง
 
นอกจากนี้ Tony Redmond ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) หรือผู้ที่ทำการศึกษาเรื่องการเคลื่อนไหวของร่างกาย และการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของมหาวิทยาลัย Leeds ได้อธิบายเรื่องการใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานานๆ ว่า การใส่รองเท้าส้นสูงนั้นถือเป็นหายนะเลยก็ว่าได้ เพราะข้อต่อที่ข้อเท้าจะถูกทำลายลงทีละนิดทุกครั้งที่ใส่รองเท้าส้นสูง และการใส่รองเท้าส้นสูงยังอาจจะเป็นสาเหตุของการเป็นโรคข้อต่ออักเสบหรือโรคไขข้อในเวลาต่อมา 
 
Tony ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่าผู้หญิงที่สวมใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ จะส่งผลให้ข้อต่อบริเวณหัวเข่าเสื่อมเร็วกว่า และมีโอกาสเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าคนอื่นๆ และในกรณีที่แย่กว่านั้นอาจจะทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อนได้
 
ไม่ใช่เพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวกลศาสตร์เท่านั้นที่ออกมาเตือนเรื่องการใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน แต่คณะแพทย์สำหรับเท้า (College of  Podiatrist) ก็ได้ออกมาเตือนเรื่องการใส่ส้นสูงเป็นเวลานาน คณะแพทย์ได้เตือนไปถึงนายจ้างว่า การที่บริษัทกำหนดให้ลูกจ้างผู้หญิงต้องใส่รองเท้าส้นสูงทำงานเป็นเวลานานนั้น อาจจะทำให้ลูกจ้างเหล่านี้เกิดปัญหาสุขภาพที่ข้อเท้า หัวเข่า และมีอาการเท้าบวม ปวดหลัง และเกิดอาการตึงบริเวณขาได้ ซึ่งจากการศึกษาจพบว่าอาการเหล่านี้จะเริ่มปรากฏให้เห็นหลังจากที่สวมรองเท้าส้นสูงติดต่อกันประมาณ 1 ชั่วโมง 6 นาที 48 วินาที
 
Emma Supple ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเท้าได้กล่าวถึงปัญหานี้ว่า มีผู้หญิงเป็นจำนวนมากที่มีปัญหาเรื่องข้อเท้า เพราะพวกเธอจะต้องใส่รองเท้าส้นสูงทำงานเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อหนึ่งวัน และมีงานในหลายๆ อาชีพที่มีข้อบังคับว่า ลูกจ้างของบริษัทจะต้องสวมรองเท้าส้นสูงทำงานตลอดเวลา อย่างเช่นอาชีพแอร์โฮสเตส เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้ทำให้มีผู้หญิงจำนวนมากมีปัญหาในเรื่องข้อเท้าและไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพราะเมื่อแพทย์สั่งห้ามไม่ให้ใส่รองเท้าส้นสูง พวกเธอก็จะไม่สามารถทำได้ และยังคงต้องใส่รองเท้าส้นสูงทำงานเหมือนเดิม
 
เรื่องการใส่รองเท้าส้นสูงในการทำงานนั้น จริงๆ มีการหยิบยกขึ้นมาพูดหลายครั้งในหลายประเทศ และยังมีการแชร์รูปภาพของผู้หญิงที่ทำงานในส่วนให้บริการลูกค้าที่ถูกบังคับให้สวมรองเท้าส้นสูงตลอดเวลาการทำงานนั้นเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง 
 
อย่างเมื่อปีที่แล้ว สายการบินอิสราเอลได้ประกาศเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับการใส่รองเท้าส้นสูงโดยสายการบินเพียงกำหนดให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องทุกคนจะต้องใส่รองเท้าส้นสูงเพื่อต้อนรับผู้โดยสารขึ้นมาบนเครื่อง และเมื่อผู้โดยสารทุกคนนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว สายการบินอนุญาตให้พนักงานทุกคนสามารถใส่รองเท้าไม่มีส้นได้
 
การแต่งตัวให้เหมาะสมกับงานนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกองค์กร เพราะทุกครั้งที่มีคนเข้ามาติดต่อธุระ การให้บริการและการแต่งกายของพนักงานถือเป็นหน้าตาของบริษัทเช่นกัน แต่ผู้บริหารของทุกองค์กรก็ควรจะพิจารณาด้วยว่า การแต่งกายที่เหมาะสมกับการทำงานนั้น ไม่ควรรวมไปถึงการใส่รองเท้าส้นสูง เพราะการใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานานๆ ในการทำงานอาจจะทำให้ผู้สวมใส่เกิดความรู้สึกเมื่อย และเดินแปลกๆ ไป ซึ่งจะทำให้เสียบุคลิกภาพและอาจเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของบริษัทได้ ดังนั้นหากผู้บริหารสามารถพิจารณาถึงการแต่งกายที่เหมาะสมกับงานควบคู่ไปกับความรู้สึกสบายตัวในการเคลื่อนไหวในการทำงานก็จะเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง
 
ในขณะเดียวกันรัฐบาลและองค์กรต่างๆ ของภาครัฐที่ดูแลเรื่องสิทธิของแรงงานก็ควรจะพิจารณาถึงเรื่องการบังคับใส่รองเท้าส้นสูงในการทำงานด้วย เพราะทุกวันนี้มีรองเท้าหลากหลายรูปแบบที่ดูสุภาพ เรียบร้อย และเหมาะแก่การทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องใส่รองเท้าส้นสูง 
 
ดังนั้นจึงควรมีการแก้ไขกฎระเบียบบางข้อที่ให้อำนาจกับนายจ้างในการกำหนดการแต่งกายของลูกจ้างไม่ให้รวมไปถึงการบังคับใส่รองเท้าส้นสูง เพราะกฎระเบียบสำหรับผู้ชายก็ไม่ได้มีการบังคับในเรื่องการสวมใส่รองเท้ามาทำงาน เรื่องนี้จึงควรที่จะมีกฎระเบียบอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ว่าแต่งกายให้เหมาะสมกับการทำงานทั้งผู้ชายและผู้หญิง เพื่อไม่ให้ลูกจ้างผู้หญิงรู้สึกว่ากำลังถูกเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน เพราะมีกฎข้อห้ามสำหรับผู้หญิงมากเกินไป
 
ผู้หญิงควรจะมีโอกาสในการเลือกว่าจะใส่รองเท้าส้นสูงไปทำงานหรือไม่ การใส่รองเท้าส้นสูงไม่ควรเป็นข้อบังคับในเรื่องของการแต่งกายไปทำงาน