วันอาทิตย์, มิถุนายน 25, 2017
Home > Green > Green Enterprise > ยุคสินค้าช่วยโลก

ยุคสินค้าช่วยโลก

ดูปองท์ บริษัทที่ดำเนินธุรกิจให้บริการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีพื้นฐานจากวิทยาศาสตร์ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2345 (ค.ศ.1802) เน้นการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนดีขึ้น ทำธุรกิจในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก ภายใต้ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น ธุรกิจเคมี อาหารและการเกษตร การก่อสร้าง การสื่อสาร และการขนส่ง

ในระยะปัจจุบันเทรนด์การตลาดของดูปองท์เน้นไปในทิศทางเดียวกับองค์กร ส่วนใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับการคิดสินค้าที่มีประโยชน์ต่อผู้คนในด้านต่างๆ ที่นำไป สู่การลดการพึ่งพิงการใช้เชื้อเพลิงประเภทฟอสซิล และนำเสนอนวัตกรรมรักษ์โลกให้มากขึ้น เพราะตอบโจทย์ทั้งธุรกิจที่ต้อง การสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและกระแสการอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นไม่เว้น แม้แต่ตลาดไทย

ในยุคที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีการขยายตัวมากขึ้นเพราะได้รับการยอมรับว่าเป็นรูปแบบของพลังงานที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุด ทำให้ความต้องการ อุปกรณ์อย่างแผงเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ สูงขึ้นตามไปด้วย ดูปองท์ก็มีบริษัทในเครือ ชื่อ ดูปองท์ อพอลโล เริ่มเข้าไปผลิต PV หรือแผงโซลาร์โฟโต้โวลทาอิคแบบฟิล์มบางซิลิกอนในจีนทั้งที่ฮ่องกงและเซินเจิ้น เพื่อตอบสนองตลาดนี้ทันทีตั้งแต่ปี 2551

การเข้ามาตั้งฐานผลิตในจีนของดูปองท์ มีเป้าหมายที่จะส่งสินค้าเข้ามาทำ ตลาดในไทยโดยตรง เพราะศึกษานโยบาย ด้านการผลิตพลังงานไฟฟ้าของไทยแล้วพบว่าไทยมีแผนพัฒนาพลังงานทางเลือกในช่วงปี 2555-2564 ให้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยมีการปรับเป้าหมายผลิตและใช้พลังงานทดแทนรวมจาก 20% เป็น 25% ซึ่งปัจจุบันการผลิตส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้พลังงานจากน้ำมันและก๊าซเป็นหลัก

“เรามองว่านี่คือโอกาสของดูปองท์ในตลาดไทย ซึ่งเราจะใช้เป็นฐานบุกตลาด อาเซียนด้วยต่อไป เชื่อว่าภายในปี 2558 ราคาไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์จะใกล้เคียงกับราคาจากไฟฟ้าที่ได้จากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งจะมีผลให้นักลงทุนตัดสินใจเข้ามาลงทุน และขยายโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น สถิติทุกวันนี้ทั่วโลกก็มีการใช้ PV มากถึง 40% ของประชากรเกือบ 7 พันล้านคนแล้ว” นายสัตวแพทย์สมชาย เลาห์วีระพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูปองท์ ประเทศไทย จำกัด ให้ข้อมูล

ขณะเดียวกันก็ให้ข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพของแสงอาทิตย์ในไทยว่า มีความ เข้มของแสงอาทิตย์เฉลี่ย 18.2 เมกะจูลต่อ ตารางเมตรต่อวัน เป็นระดับที่ถือว่ามีศักยภาพมากพอที่จะนำมาใช้ลดการพึ่งพา พลังงานประเภทฟอสซิลได้ดี จึงเหมาะที่จะนำมาใช้ผลิตไฟแทนฟอสซิลเพื่อช่วยลดปัญหาโลกร้อนโดยตรง

ผลจากโฟกัสที่ตลาดไทยนับแต่มีโรงงานผลิตในจีน ล่าสุดดูปองท์ได้ลูกค้าจากกลุ่มผู้พัฒนาพลังงานทดแทนในไทย 2 โครงการ ในการติดตั้ง PV ให้กับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัท สมาร์ท กรีน เอ็นเนอร์จี จำกัด ที่จังหวัดชัยภูมิ และบริษัท อินฟินิท กรีน จำกัด ที่จังหวัดสระบุรี รวมกำลังการผลิต 22.75 เมกะวัตต์

ชัค ซู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดูปองท์ อพอลโล ที่เดินทางมาร่วมในงานทำสัญญากับโครงการในไทยที่ศูนย์นวัตกรรมดูปองท์ในเมืองไทย กล่าวถึงจุดเด่น PV ของบริษัทที่ผลิตในประเทศจีนว่า เป็นแผงที่ออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของไทย เพื่อให้ตอบ สนองกับแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าให้มากขึ้นและคงที่ ซึ่งได้รับการพิสูจน์มาแล้ว จากโครงการโรงไฟฟ้าขนาด 8.7 เมกะวัตต์ ที่บริษัทเคยติดตั้งให้กับบริษัท แอล โซลาร์ 1 จำกัด

“แอล โซลาร์ 1 ที่จังหวัดปราจีนบุรี เป็นโครงการระดับเมกะวัตต์โครงการแรกที่ดูปองท์ อพอลโล ร่วมมือกับพันธมิตรใน ประเทศกับกลุ่มล็อกซเล่ย์ เพื่อสร้างประวัติ ศาสตร์ของความสำเร็จร่วมกันในการพัฒนา พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ผลการ ดำเนินงานพบว่าโรงไฟฟ้าแห่งนี้แสดงอัตรา การผลิตไฟฟ้า (Performance Ratio) ที่มีประสิทธิภาพและคงที่นับตั้งแต่เริ่มจ่าย กระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 ทำให้เรามั่นใจว่าผลของการลงทุนระยะยาวของเรามาจากระบบพีวีที่ไว้วาง ใจได้”

ชัค ซูกล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับตลาด กรีนเอ็นเนอยีในไทยถือว่าเพิ่งเริ่มต้นอย่างจริงจัง และบริษัทมีเป้าหมายว่าจะร่วมกับพันธมิตรในไทยเพื่อรองรับความต้องการ ด้านพลังงานทดแทนนี้ให้มากขึ้น เพราะเชื่อ ว่านี่คือแนวทางที่สามารถตอบสนองความต้องการด้านพลังงานที่ยั่งยืนได้ทางหนึ่ง และผลที่เห็นสัมผัสได้ทันทีคือการสร้างประโยชน์จากแสงอาทิตย์ที่เป็นพลังงานสะอาดได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ช่วยลดการพึ่งพาของโลกในการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่เป็น ต้นเหตุของมลพิษได้ทันทีเช่นกัน