วันศุกร์, ตุลาคม 20, 2017
Home > On Globalization > ฟรองซัวส์ โอลลองด์ ส่งเสียง

ฟรองซัวส์ โอลลองด์ ส่งเสียง

Column: From Paris

ฟรองซัวส์ โอลลองด์ (François Hollande) เป็นประธานาธิบดีที่ชาวฝรั่งเศสชื่นชอบน้อยที่สุด เริ่มจากการที่ประกาศตัวเป็นประธานาธิบดี “ธรรมดาๆ” เพื่อให้ต่างจากนิโกลาส์ ซาร์โกซี (Nicolas Sarkozy) ที่ติดความหรูหรา คบหาแต่นักธุรกิจชั้นนำ จนสื่อฝรั่งเศสอดติงไม่ได้ว่า เว่อร์–bling bling ประกอบกับเปิดชีวิตส่วนตัวออกสื่อ นับตั้งแต่การพยายามหว่านล้อมเซซีเลีย ซาร์โกซี (Cécilia Sarkozy) ให้หวนคืนเมื่อเขาประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2007 มิไยสาวเจ้าจะพบรักใหม่แล้วก็ตาม เป็นความพยายามที่ต้องการแสดงต่อสาธารณชนว่ามีครอบครัวที่เป็นสุข แต่แล้วก็ไปไม่รอด เมื่อเซซีเลียขอหย่าเพื่อไปเริ่มชีวิตใหม่ เพียง 2 เดือนให้หลัง นิโกลาส์ ซาร์โกซีก็แต่งงานใหม่กับคาร์ลา บรูนี (Carla bruni) นางแบบนักร้อง

ประธานาธิบดีธรรมดาๆ นี่เป็นสิ่งที่ยากยิ่งสำหรับฟรองซัวส์ โอลลองด์ ซึ่งเลิกรากับเซโกแลน รัวยาล (Ségolène Royal) นักการเมืองผู้ร่วมอุดมการณ์และเป็นรัฐมนตรีหลายสมัย ทั้งๆ ที่มีลูกด้วยกัน 4 คน เพื่อใช้ชีวิตร่วมกับวาเลรี ทรีเอร์ไวเลอร์ (Valérie Trierweiler) นักหนังสือพิมพ์

วาเลรี ทรีเอร์ไวเลอร์ไม่ธรรมดา แม้จะไม่ได้แต่งงานอย่างเป็นทางการกับฟรองซัวส์ โอลลองด์ แต่วางตัวเป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของฝรั่งเศส นับแต่วันที่ฟรองซัวส์ โอลลองด์เข้ารับตำแหน่ง ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ภรรยาประธานาธิบดีจะร่วมในพิธีรับตำแหน่ง แต่ไม่มีหน้าที่ไปจับมือทักทายกับบุคคลสำคัญที่ได้รับเชิญมาร่วมพิธี ทว่าวาเลรี ทรีเอร์ไวเลอร์ก็ทำ แถมยังให้สัมภาษณ์ว่าทำตามพิธีการ อีกทั้งยังจุ้นจ้านในการทำงานของประธานาธิบดี กีดกันเพื่อนของฟรองซัวส์ โอลลองด์ที่เธอไม่ชอบหน้า รวมไปถึงลูกๆ ของเขาด้วย มิตรแท้ของฟรองซัวส์ โอลลองด์เตือนว่าจะพังเพราะวาเลรี ทรีเอร์ไวเลอร์นี่แหละ

ดังนั้นเมื่อได้จังหวะ ฟรองซัวส์ โอลลองด์จึงประกาศเลิกกับเธอหลังจากที่สื่อได้รายงานถึงความสัมพันธ์ครั้งใหม่ระหว่างท่านประธานาธิบดีกับจูลี กาเยต์ (Julie Gayet) นักแสดงและนักสร้างภาพยนตร์ รักใหม่ของท่านประธานาธิบดีไม่โฉ่งฉ่าง ฝ่ายหญิงไม่ประกาศตัวว่าเป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 ยังคงแสดงและสร้างภาพยนตร์ต่อไป ไม่ได้ย้ายเข้าพำนักในทำเนียบเอลีเซ (Elysée) เพียงแต่ไปค้างเพียงครั้งคราว จูลี กาเยต์ไม่เคยออกงานคู่กับฟรองซัวส์ โอลลองด์ ชาวฝรั่งเศสจับตามองว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะยั่งยืนหรือไม่เมื่อฟรองซัวส์ โอลลองด์หมดวาระ และพบว่าทั้งสองยังครองคู่กันอยู่อย่างมีความสุข

เมื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2017 ใกล้เข้ามา ความนิยมในตัวฟรองซัวส์ โอลลองด์ลดลงอย่างต่อเนื่อง ถึงกระนั้นเขาก็หวังที่ลงเลือกตั้งสมัยที่ 2 มิไยที่ผู้ใกล้ชิดจะไม่เห็นด้วย เขารอจนปลายปี 2016 จึงประกาศไม่ลงเลือกตั้งสมัยที่ 2

เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ถือเป็น “เด็กสร้าง” ของฟรองซัวส์ โอลลองด์ เขาร่วมในทีมหาเสียงของฟรองซัวส์ โอลลองด์ เพื่อเป็นตัวแทนพรรคสังคมนิยมในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2012 รวมทั้งอยู่ในทีมหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีด้วย เมื่อฟรองซัวส์ โอลลองด์ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เขาแต่งตั้งเอ็มมานูเอล มาครงเป็นรองเลขาธิการทำเนียบเอลีเซ มีหน้าที่ให้คำปรึกษาประธานาธิบดี เมื่อฟรองซัวส์ โอลลองด์ไม่ยอมแต่งตั้งเอ็มมานูเอล มาครงเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีกำกับงบประมาณ ฝ่ายหลังจึงลาออก แต่แล้วเมื่อมีการปรับคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เอ็มมานูเอล มาครงกลับมารับตำแหน่งรัฐมนตรีเศรษฐกิจ

ความสัมพันธ์ระหว่างฟรองซัวส์ โอลลองด์และเอ็มมานูเอล มาครงค่อนข้างซับซ้อน ต่างฝ่ายต่างชื่นชมกัน แต่ก็มีช่องว่างอยู่ดี เอ็มมานูเอล มาครงเคยบ่นกับผู้ใกล้ชิดว่า ฟรองซัวส์ โอลลองด์เป็นคนที่ทำงานด้วยยากมาก น่าเหนื่อยหน่ายจริงๆ

ฝ่ายฟรองซัวส์ โอลลองด์เป็นกังวลว่าเอ็มมานูเอล มาครงเป็นคนที่ควบคุมไม่ได้ เขาเปรยกับผู้ใกล้ชิดว่า อิสรเสรีได้ แต่ต้องมีขอบเขต อีกทั้งมองว่าเอ็มมานูเอล มาครงจะเป็นหมากสำคัญสำหรับการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2017 หากเขาลงสมัครสมัยที่ 2 โดยที่ไม่คิดว่าเป้าหมายของเอ็มมานูเอล มาครงคือทำเนียบเอลีเซเช่นกัน และเมื่อเอ็มมานูเอล มาครงแสดงออกประปรายว่าต้องการลงเลือกตั้งประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ โอลลองด์ออกมาปรามผ่านสื่อหลายครั้ง ถึงกระนั้นก็ไม่คิดว่าเอ็มมานูเอล มาครงจะเอาจริง ด้วยเชื่อว่าผู้สมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยไม่สังกัดพรรคจะไม่ประสบความสำเร็จ ตัวอย่างมีให้เห็นในอดีต หากเอ็มมานูเอล มาครงมีความมุ่งมั่น สร้างกลุ่มการเมืองอันมีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองเลย

ฟรองซัวส์ โอลลองด์เชื่อมั่นว่าเอ็มมานูเอล มาครงเป็นเด็กในสังกัด ดังนั้นเมื่อฝ่ายหลังประกาศลงเลือกตั้งประธานาธิบดี เขาจึงรู้สึกเหมือนถูกทรยศ แต่เมื่อการเลือกตั้งใกล้เข้ามา เขาก็ประกาศสนับสนุน “เด็กสร้าง” ของตน

ชาวฝรั่งเศสที่ไม่ชื่นชอบเอ็มมานูเอล มาครง รวมถึงสื่อทั้งมวล มองเอ็มมานูเอล มาครงเป็น “เด็ก” ของฟรองซัวส์ โอลลองด์ การลงคะแนนให้เอ็มมานูเอลเสมือนการสืบต่อนโยบายของฟรองซัวส์ โอลลองด์ที่ถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เป็นข้อสังเกตที่ทำให้เอ็มมานูเอล มาครงอึดอัด พยายามสลัดภาพลักษณ์นั้น ฟรองซัวส์ โอลลองด์แสดงกิริยาสนิทสนมกับเอ็มมานูเอล มาครงเมื่อเขาเชิญฝ่ายหลังมาร่วมพิธีในวันทหารผ่านศึกที่ประตูชัย–Arc de triomphe และในวันส่งผ่านตำแหน่ง ด้วยการตบหลังไหล่ของเอ็มมานูเอล มาครง เสมือนภูมิใจที่ “ลูกรัก” ไปไกลขนาดนี้

ฟรองซัวส์ โอลลองด์ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ TV5 Monde ว่าตอนที่ประกาศไม่ลงเลือกตั้งสมัยที่ 2 เขาไม่ได้ประกาศว่าจะถอนตัวจากการเมือง หลังจากส่งมอบตำแหน่งให้เอ็มมานูเอล มาครง ฟรองซัวส์ โอลลองด์เดินทางไปที่ทำการพรรคสังคมนิยม และได้รับการต้อนรับจากมิตรสหายจำนวนหนึ่ง เป็นการกลับไปเยือนบ้านเก่า

ฟรองซัวส์ โอลลองด์เก็บตัวอยู่หลายเดือน จนปลายเดือนสิงหาคมได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่า (รัฐ) ไม่ควรขอให้ชาวฝรั่งเศสเสียสละในสิ่งที่ไร้ประโยชน์ เป็นถ้อยคำที่เตือนเป็นนัยๆ ถึงเอ็มมานูเอล มาครงเกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายแรงงานที่รัฐบาลกำลังศึกษาอยู่ เป็นครั้งแรกที่เขาพูดเกี่ยวกับการเมือง หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น ทั้งอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราการว่างงาน อันเป็นผลพวงของนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของเขา

การออกมาพูดของฟรองซัวส์ โอลลองด์ครั้งนี้มีนัยถึงพรรคสังคมนิยมด้วย พรรคที่เขามีส่วนสำคัญในการทำให้ล่มสลาย พรรคสังคมนิยมพ่ายแพ้อย่างหมดรูปในการเลือกตั้งประธานาธิบดีและการเลือกตั้งนิติบัญญัติ สมาชิกพรรคแตกแยกเป็นหลายหมู่หลายเหล่า พรรคสังคมนิยมจะมีการประชุมใหญ่เพื่อกำหนดทิศทางและอนาคตของพรรค สมาชิกพรรคที่ใกล้ชิดกับฟรองซัวส์ โอลลองด์ยังมีบทบาทอยู่

ฟรองซัวส์ โอลลองด์ ยังไม่ยอมแพ้ เขามุ่งหวนคืนพรรคสังคมเนิยมพื่อสร้างความสมัครสมานและความเป็นปึกแผ่นในกาลต่อไป