วันพุธ, มิถุนายน 28, 2017
Home > Cover Story > ปักหมุดทั่วโลกแก้เกมภาษีนำเข้า

ปักหมุดทั่วโลกแก้เกมภาษีนำเข้า

การตั้งงบไล่ซื้อห้างค้าปลีกทั้งในและต่างประเทศปีละ 20,000 ล้านบาท โดยเฉพาะดีลประวัติศาสตร์ที่ซีอาร์ซีกลายเป็นกลุ่มทุนค้าปลีกไทยเจ้าแรกที่บุกไปไกลถึงยุโรปอย่าง “ลา รีนาเซนเต” ขณะนี้เปิดแล้ว 11 สาขาและล่าสุดตกลงซื้อตึกขนาดใหญ่พื้นที่ 17,000 ตารางเมตร ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี มูลค่า 8,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงเป็นห้างค้าปลีกและจะเปิดให้บริการภายใน 3 ปีข้างหน้า

การซื้อกิจการห้างสรรพสินค้า ลา รีนาเซนเต ในอิตาลีครั้งนั้น ซีอาร์ซีต้องการก้าวสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจห้างสรรพสินค้าระดับโลกและก้าวสู่ “โกลบอล คอมปะนี”  โดยขยายแบรนด์ห้างสรรพสินค้าในกลุ่มเซ็นทรัลรีเทล จากเดิม 3 แบรนด์ เป็น 4 แบรนด์ ประกอบด้วย เซ็นทรัล เซน โรบินสัน และ ลา รีนาเซนเต ครอบคลุมการทำตลาดทุกระดับ โดยวางให้ “เซ็นทรัล” เป็นแบรนด์ ท็อปออฟเอเชีย ส่วน “ลา รีนาเซนเต” เป็นแบรนด์ท็อปออฟเวิลด์ รองรับการขยายสาขาทั้งประเทศไทยและทั่วโลกในจีนเอง ซีอาร์ซีใช้เวลาในการขยายตลาดค่อนข้างนานเพราะไม่ใช่ตลาดที่ง่าย คู่แข่งจำนวนมาก โดยเฉพาะห้างท้องถิ่น ซึ่งในจีนมีห้างเซ็นทรัลเปิดให้บริการที่เมืองหางโจว เมืองเฉิงตู และห้างเซ็นทรัลและเซน ที่เมืองเสิ่นหยาง ล่าสุดเซ็นสัญญากับผู้บริหารโครงการศูนย์การค้ามิกซ์ซีเปิดห้างเซ็นทรัลเพิ่มอีก 1 สาขาในเมืองเฉิงตูและอยู่ระหว่างการเจรจาอีก 2 โครงการ ส่วนในอินโดนีเซียจะเปิดห้างเซ็นทรัลในศูนย์การค้าแกรนด์ อินโดนีเซีย ช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ ที่กรุงจาการ์ตา

ในขณะที่ทศลุยซื้อกิจการและร่วมทุนเปิดห้างในต่างประเทศ ซึ่งดูเหมือนจะสวนทางกับการเรียกร้องให้รัฐบาลปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย เพื่อดึงนักช้อปไทยกลับมาจับจ่ายในห้างของไทย โดยเฉพาะ ทศ จิราธิวัฒน์ แทบจะพูดได้ในทุกเวทีและพูดได้ทุกครั้งเมื่อถูกถามถึง “อุปสรรค” ข้อสำคัญที่สุดของธุรกิจค้าปลีกไทย

หากดูข้อมูลล่าสุดจากยอดการขอคืนภาษี (tax refund) ของกลุ่มประเทศยุโรป พบว่าคนไทยกลายเป็นนักช้อปปิ้งติดอันดับ 6 ของโลก โดยจีนติดอันดับ 1 ตามด้วยรัสเซีย ญี่ปุ่น  สหรัฐอเมริกา และอินโดนีเซีย นอกจากนี้  นักลงทุนยุโรปมองไทยเป็นประเทศที่น่าจับตามองเป็นอันดับ 1 ของโลก เนื่องจากกลุ่มชนชั้นกลางมีกำลังซื้อสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของไทยในสายตาชาวยุโรปกำลังก้าวเข้าสู่ประเทศเจริญแล้วส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกไทยถูกจับตาในฐานะธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูง

ทั้งสองประเด็นแท้จริงสอดคล้องและเป็นข้อเท็จจริงที่ทำให้ซีอาร์ซีจำเป็นต้องขยายสาขาในต่างประเทศแบบครอบคลุมมากที่สุดและมุ่งพัฒนาห้างค้าปลีกในประเทศ เพื่อดึงเงินในกระเป๋าจากชาวต่างประเทศและตั้งด่านสกัดนักช้อปไทยที่แห่ไปจ่ายเงินซื้อสินค้าในต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี

“ถ้าประเทศไทยพัฒนามากขึ้น คนไทยจะช้อปในบ้านมากขึ้น แต่สุดท้ายอยู่ที่เรื่องภาษี รัฐบาลไม่ดูแลเรื่องภาษี สุดท้ายคนไทยก็ช้อปต่างประเทศ เราไม่ได้อะไรเลยอยู่ดี รัฐบาลไม่ได้ภาษี เราเสียรายได้ ถามว่าคนไทยช้อปเยอะแค่ไหนก็ติดอันดับ 6 ของโลกแล้ว เราพยายามบอกหลายครั้ง คนไทยซื้อเยอะมาก เทียบภาษีแวต 7% น้อยมากเมื่อเทียบกับภาษีนำเข้า คูณกันแล้วคนละเรื่อง วิกฤติเศรษฐกิจในยุโรป ทุกวันนี้เขารอดเพราะนักท่องเที่ยวช้อปปิ้ง เมืองไทยก็เหมือนกัน  ถ้าลดภาษีนำเข้านักท่องเที่ยวจะเข้ามามากมายมหาศาล เพราะรายได้ค้าปลีกอันดับหนึ่งมาจากนักท่องเที่ยว”

สังเกตได้จากยอดขายของห้างลา รีนาเซนเต ที่อิตาลีช่วงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจยุโรปมียอดขายเติบโต 6% แต่หลังจากเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นยอดขายเติบโตสูงถึง 17% รวม 11 สาขา สร้างรายได้รวม 16,000 ล้านบาท และทำให้ทศเริ่มเบนเข็มขยายตลาดในยุโรปมากขึ้นด้วย