วันอังคาร, สิงหาคม 11, 2020
Home > New&Trend > นักวิจัยพบจิ๊กซอว์สำคัญของพุกามที่หายไปกว่า 120 ปี

นักวิจัยพบจิ๊กซอว์สำคัญของพุกามที่หายไปกว่า 120 ปี

นักวิจัยไทยค้นพบจิ๊กซอว์สำคัญของภาพจิตรกรรมฝาผนังกู่พญาเต่งมาซีที่หายไปจากเมืองมรดกโลกพุกามกว่า 120 ปี ด้วยการวิจัยแบบบูรณาการผสานศาสตร์และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมจับมือกรมโบราณคดีเมียนมาพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัย

ดร.เกรียงไกร เกิดศิริ คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดเผยว่า คณะนักวิจัยไทยนำโดย ศ.ดร.​เสมอชัย​ พูลสุวรรณ​ เมธีวิจัยอาวุโส​ สกว.​ จากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา​ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงพื้นที่เมืองพุกาม ประเทศเมียนมา เพื่อนำองค์ความรู้หัวข้อ “กู่พญาเต่งมาซีและจิตรกรรมฝาผนัง: การหายไปและการฟื้นฟูความรู้ใหม่อีกครา” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานวิจัยชุดโครงการเมธีวิจัยอาวุโส สกว. “พระพุทธศาสนาเถรวาทในบริบทวัฒนธรรมเอเชียอาคเนย์ (คริสต์ศตวรรษที่ 11-ปัจจุบัน)” คืนกลับไปยังดินแดนพุกาม เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายเครือข่ายการคุ้มครองป้องกันและการพัฒนามรดกวัฒนธรรมในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง​ ประจำปี 2562​ ณ​ เมืองโบราณพุกาม

“เมืองพุกาม” เป็นเมืองโบราณที่เลื่องชื่อด้วยมีสิ่งก่อสร้างทางพุทธศาสนาทั้งเจดีย์และกู่พญาซึ่งมีหน้าที่เป็นวิหารอยู่ในอาคารหลังเดียวกันที่มีอยู่จำนวนมากมายหลายพันองค์จนได้รับสมญาเป็นเมืองแห่งทะเลเจดีย์ เมื่อ 120 ปีที่ผ่านมาจิตรกรรมฝาผนังของกู่พญาเต่งมาซีได้ถูกลักลอบตัดออกจากแหล่งโดยนักแสวงโชค​นามว่า​ ‘โธมัน’​ คณะวิจัยได้สร้างสมมติฐานถึงแบบแผนของจิตรกรรมฝาผนังดังกล่าว​ โดยบูรณาการกับการสำรวจรังวัดตัวอาคารด้วยเทคโนโลยี​เลเซอร์สแกนเนอร์สามมิติ​ รวมถึงตรวจทานจารึกภาษาพม่าโบราณ​ที่เขียนกำกับไว้ โดยทำงานร่วมกับนักวิชาการอาวุโสด้านโบราณคดีและจารึกพม่า​จากกรมโบราณคดีเมียนมา​ ร่วมกับการสอบทานกับพระไตรปิฎก​และคัมภีร์พระพุทธศาสนาต่าง ๆ อีกทั้งสอบทวนภาพถ่ายฟิล์มกระจกที่โธมันถ่ายไว้​และตีพิมพ์ลงในหนังสือเกี่ยวกับพุกามด้วยอากาศยานไร้คนขับ​เพื่อสร้างหุ่นจำลองภาพหมอกจุดรูปทรงภายนอกของตัวอาคาร​

พร้อมกันนี้นักวิจัยได้ประสานงานเข้าไปศึกษาคลังเก็บรักษาโบราณวัตถุ​ของพิพิธภัณฑ์​ชาติพันธุ์วิทยาแห่งนครฮัมบูร์ก​ ประเทศเยอรมนี ซึ่งเก็บรักษาภาพจิตรกรรมฝาผนังกู่พญาเต่งมาซีไว้และเอกสาร​ที่เกี่ยวเนื่อง​จากงานจดหมายเหตุของพิพิธภัณฑ์​ ผลลัพธ์​ของการวิจัยนำมาซึ่งองค์ความรู้ความเข้าใจต่อบริบททางสังคม​ วัฒนธรรม​ การเมือง​ที่สัมพันธ์กับพระพุทธศาสนา​ในช่วงภายหลังหัวเลี้ยวหัวต่อจากการปฏิรูปศาสนาสำนักมหาวิหารในลังกาเมื่อราวพันกว่าปีที่แล้ว​ ซึ่งกลายเป็นแบบแผนของพระพุทธศาสนาเถรวาทในเอเชียอาคเนย์รวมถึงประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาภาคสนามขั้นต้นเรื่อง​ “การเปลี่ยนผ่านจากพยูถึงพุกาม​: มิติโครงสร้างเมือง และสถาปัตยกรรม” ซึ่งสถาบันมรดกโลก​ มหาวิทยาลัยวาเซดะ​ ประเทศญี่ปุ่น ให้การสนับสนุนนักศึกษาปริญญาเอกกาญจนาภิเษก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) หรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในปัจจุบัน เพื่อพัฒนานักวิจัยรุ่นเยาว์สู่ระดับนานาชาติ​ อีกทั้งส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรหน่วยโบราณคดีพุกาม​ด้านการวิจัยในพื้นที่ของตนเอง โดยมุ่งสร้างองค์ความรู้ความเข้าใจว่าวัฒนธรรมพยูส่งอิทธิพลมายังการก่อร่างสร้างอาณาจักรพุกามอย่างไร​ เพื่อเรียงร้อยเรื่องราวประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของชุมชนในเอเชียอาคเนย์ในยุคต้นหลังจากการรับวัฒนธรรมอินเดียและพุทธศาสนา รวมถึงบริบทเมืองในวัฒนธรรมพยูซึ่งได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกแล้ว และมรดกโลกเมืองพุกามที่เพิ่งได้รับการยกย่องในปีที่ผ่านมา เพื่อให้เห็นมิติความสัมพันธ์ทางสังคม การเมือง วัฒนธรรม และศาสนาที่พัฒนาและส่งอิทธิพลต่อรัฐจารีตทั้งล้านนาและสุโขทัยของไทย

“การกลับไปยังเมืองพุกามครั้งนี้จึงเป็นการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับจิตรกรรมฝาผนังย้อนคืนกลับมายังดินแดนต้นธารของความรู้ เป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการคลี่คลายความมืดมนคลุมเครือ​ของประวัติศาสตร์เอเชียอาคเนย์ยุคโบราณที่จำกัดด้วยหลักฐานลายลักษณ์​ ด้วยการบุกเบิกการวิจัยแบบบูรณาการผสานศาสตร์และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่​ รวมทั้งเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์การทางทูตระหว่างไทยและเมียนมาผ่านมิติทางวัฒนธรรมและการศึกษาวิจัยอีกด้วย”

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *