วันพุธ, มีนาคม 29, 2017
Home > Recreation > From Paris > นักดนตรีชื่อ ปอล เคล

นักดนตรีชื่อ ปอล เคล

 

 

ถามว่าชอบภาพเขียนของปอล เคล (Paul Klee) ไหม ตอบว่า ไม่ชอบ แต่ขอไปดู จะได้แจ้งแก่ใจว่าไม่ชอบแน่แท้หรือ ด้วยว่าเคยชวนคนรอบข้างไปชมนิทรรศการของเอ็ดวาร์ด มุงค์ (Edvard Munch) หรือวาสซิลี คันดินสกี (Vassily Kandinsky) ไม่มีใครยอมไปด้วยเพราะไม่ชอบ ตนเองเมื่อได้ไปชม ขอบอกว่าชอบ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นไม่อยู่ในสายตา ด้วยว่าในความน่ากลัวของเอ็ดวาร์ด มุงค์ มีความสวยงามแทรกซึมอยู่ ภาพที่ดูไม่รู้เรื่องของวาสซิลี คันดินสกีมีส่วนผสมของสีที่เจิดจ้า
 
Zentrum Paul Klee ในสวิสจัดนิทรรศการ Klee et Cobra ในฤดูร้อนปี 2011 เมื่อย่างเข้าฤดูใบไม้ร่วงปีเดียวกันนี้ Cité de la musique ของกรุงปารีสจัดนิทรรศการ Paul Klee. Polyphonies ให้สงสัยว่าปอล เคลเกี่ยวข้องกับดนตรีอย่างไร
 
ปอล เคลเกิดในสวิส ในครอบครัวนักดนตรี พ่อเป็นชาวเยอรมันที่ไปสอนดนตรีในสวิส แม่เป็นนักร้อง เขาจึงซึมซับดนตรีและสามารถเล่นไวโอลินได้ดี เมื่อจบการศึกษาระดับมัธยม เขาสมัครเรียนวาดเขียน ต่อมาเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยวิจิตรศิลป์ (académie des beaux-arts) ที่มิวนิก เขาเดินทางไปเที่ยวโรม เนเปิลส์ และมิลาน ชื่นชอบศิลปะยุคเรอแนสซองส์ (Renaissance)
 
ในปี 1904 ปอล เคลได้รู้จักกับวิลเลียม เบลค (Willima Blake) เจมส์ เอนซอร์ (James Ensor) และฟรานซิสโก โกยา (Francisco Goya) ที่มิวนิก นิทรรศการภาพเขียนที่มิวนิกในปี 1905 ทำให้ปอล เคลได้ชมผลงานของวินเซนต์ วาน โก๊ก (Vincent Van Gogh) และปอล เซซานน์ (Paul Cézanne) เขาเข้ากลุ่ม Der Blaue Reiter ทำให้ได้พบกับอาร์ทิสต์อื่นๆอย่างวาสซิลี คันดินสกี (Vassily Kandinsky) ฟรานซ์ มาร์ก (Franz Marc) โอกุสต์ มัค (Auguste Macke) อเล็กซาย จอเลนสกี (Alexeij Jawlensky) และร่วมแสดงผลงานกับกลุ่มนี้ หลังจากนั้นปอล เคลได้พบกับอาร์ทิสต์คนอื่นๆ อย่างโรแบรต์ เดอโลเนย์ (Robert Delaunay) อองรี รูสโซ (Henri Rousseau) ปาโบล ปิกัสโซ (Pablo Picasso) จอร์จส์ บราค (Georges Braque)
 
ระหว่างปี 1921-1924ปอล เคลสอนวาดเขียนที่ Bauhaus และเขียนหนังสือเกี่ยวกับศิลปะด้วย เขาชอบการสอนหนังสือ ดังนั้นเมื่อ Bauhaus ถูกยุบในปี 1924เขากับเพื่อนจึงไปเปิดสอนใหม่ที่ Dassau-Roblau เป็นเหตุให้ไม่ค่อยได้ผลิตผลงาน เมื่อนาซีเป็นใหญ่ ปอล เคลจึงเดินทางกลับสวิสในปี 1933
 
ปอล เคลเขียนรูปประกอบหนังสือเรื่อง Candide ของโวลแตร์ (Voltaire) เขามิได้เก่งแต่เขียนรูป แต่ชอบเขียนหนังสือและแต่งกลอนด้วย แถมยังเป็นนักดนตรีที่ก่อตั้งวงแชมเบอร์มิวสิก กับเพื่อนๆ เล่นกันเองหรือรับแสดง ภรรยาของเขาก็เป็นนักเปียโน ปอล เคลเล่นไวโอลินได้ดี เคยแสดงร่วมกับวงดนตรีของกรุงแบร์น (Berne) เมื่ออายุ 17 ปี เขาชอบโมสาร์ต (Mozart) และบาค (Bach) เป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ความเป็นนักดนตรีของเขาถูกบดบังจากผลงานด้านจิตรกรรม
 
Cité de la musique ของกรุงปารีส ชื่อก็บอกให้รู้ว่าเป็น “เมืองดนตรี” ได้จัดนิทรรศการเชิดชูความสามารถของปอล เคลในฐานะนักดนตรี และสะท้อนให้เห็นว่าดนตรีมีอิทธิพลต่อการเขียนรูปของเขา นิทรรศการ Paul Klee. Polyphonies นำผลงานของปอล เคล 130 ชิ้นมาแสดง ภาพเขียนส่วนใหญ่เป็นสมบัติของ Zentrum Paul Klee ที่กรุงแบร์น (Berne) อีกส่วนหนึ่งเป็นสมบัติของเอกชนชาวสวิสและเยอรมัน การชมนิทรรศการนี้จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อฟัง audioguide เพราะนอกเหนือจากคำบรรยายแล้ว ยังมีเพลงของนักแต่งเพลงที่ปอล เคลชื่นชอบ เช่น บาค โมสาร์ต เฮย์เดิน (Haydn) เชินแบรก์ (Schönberg)
 
นิทรรศการนำไวโอลินตัวแรกของปอล เคลยี่ห้อ Testore ปี 1712มาแสดงด้วย นับแต่เขาได้รับไวโอลินตัวนี้ในปี 1906 เขาจะเล่นไวโอลินทุกเช้า เขาชอบเพลงศตวรรษที่ 18 โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานของโมสาร์ตและบาค นอกจากนั้นยังไปพบปะสังสรรค์กับนักแต่งเพลงร่วมสมัยอย่าง สตราวินสกี (Stravinsky) บูโซนี (Busoni) บาร์ตอค (Bartok) และฮินเดอมิท (Hindemith)
 
ในโอกาสเดียวกันนี้มีการจัดคอนเสิร์ตเพลงคลาสสิกควบของนักแต่งเพลงที่ปอล เคลชื่นชอบขนานไปกับนิทรรศการ
 
นักดนตรีและนักแต่งเพลงที่ได้รับความบันดาลใจจากปอล เคล มีอาทิ ทากาชิ กาโกะ (Takashi Kako) นักเปียโนที่แต่งเพลง Klee: suite pour piano แซร์จ แกงสบูรก์ (Serge Gainsbourg) ซึ่งนำชื่อภาพเขียนของปอล เคลที่เขาครอบครองมาแต่งเพลง Mauvaises nouvelles des étoiles นักแต่งเพลงปิแอร์ บูเลซ์ (Pierre Boulez) ประทับใจในบทเรียนที่ปอล เคลสอนที่ Bauhaus จึงเขียนหนังสือชื่อ Le pays fertile Paul Klee
 
ซานดอร์ เวเรส (Sandor Veress) นักแต่งเพลงชาวฮังการีได้แต่งเพลง Hommage à Paul Klee ในปี 1959 เอดิสัน เดอนีซอฟ (Edison Denisov) นักแต่งเพลงชาวรัสเซีย แต่งเพลงชื่อ Trois tableaux de Paul Klee ในปี 1985 บรูโน มันโตวานี (Bruno Mantovani) ได้ชมพิพิธภัณฑ์ปอล เคลที่กรุงแบร์น เกิดความประทับใจจนแต่งเพลง Les cinq pièces de Paul Kleeในปี 2007 ให้นักเปียโนชานี ดีลูกา (Shani Diluka) และนักไวโอลินเอริก-มาเรีย กูตูรีเอร์ (EricèMaria Couturier) บรรเลง เป็นต้น
 
ในบั้นปลายชีวิต ปอล เคลป่วยด้วยโรคผิวหนังเรื้อรังและมีปัญหาทางจิต ภาพเขียนของเขาจึงสะท้อนความตาย สัตว์ร้ายและนางฟ้า เขาเสียชีวิตในปี 1940 ที่ลูการ์โน (Lucarno) ในสวิสนั่นเอง แม้จะเกิดในสวิส และพยายามขอสัญชาติสวิส แต่ปอล เคลยังคงเป็นเยอรมันจนวันตาย รัฐบาลสวิสตัดสินใจให้สัญชาติแก่เขาไม่กี่วันหลังจากที่เขาเสียชีวิต และในปี 2005 เปิดพิพิธภัณฑ์ปอล เคล (Zentrum Paul Klee) ที่กรุงแบร์น ซึ่งรวบรวมผลงานของเขาครึ่งหนึ่งของผลงานทั้งหมด