วันเสาร์, พฤศจิกายน 18, 2017
Home > On Globalization > ท่าทีของเอ็มมานูเอล มาครง ต่อสื่อ

ท่าทีของเอ็มมานูเอล มาครง ต่อสื่อ

Column: From Paris

ฟรองซัวส์ โอลลองด์ (François Hollande) เป็นเลขาธิการพรรคสังคมนิยมอยู่ 11 ปี ได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรคในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2012 เป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสอยู่ 5 ปี เป็น 5 ปีที่เขาพาพรรคสังคมนิยมกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งหลังจากยุคสมัยของฟรองซัวส์ มิตแตรองด์ (François Mitterrand) ระหว่างปี 1981-1995 ในขณะเดียวกันฟรองซัวส์ โอลลองด์ก็เป็นผู้ทำให้พรรคสังคมนิยมตกต่ำที่สุด เพราะผลงานของเขาไม่เข้าตาชาวฝรั่งเศส ความนิยมลดต่ำมากอย่างน่าใจหาย ถือได้ว่าเป็นประธานาธิบดีที่ชาวฝรั่งเศสไม่ชื่นชอบที่สุด

ฟรองซัวส์ โอลลองด์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงที่เศรษฐกิจฝรั่งเศสมีปัญหา ปัญหามาจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งมาจากปัจจัยภายในประเทศเอง ความเติบโตทางเศรษฐกิจไม่กระเตื้อง อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น และกลายเป็นปัญหาใหญ่ จนฟรองซัวส์ โอลลองด์ประกาศว่า หากอัตราการว่างงานไม่ลดลงเมื่อวาระของเขาหมดลง เขาจะไม่ลงเลือกตั้งสมัยที่ 2และเขาก็ไม่ได้ลงเลือกตั้งสมัยที่ 2

พลันที่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครงก็มีงานการเมืองระหว่างประเทศรออยู่ เขาแสดงให้เห็นความปราดเปรื่องบนเวทีระหว่างประเทศ จนได้รับความชื่นชมทั้งในและนอกประเทศ แต่กลับประสบปัญหาด้านการเมืองภายในประเทศ รัฐมนตรีหลายคนเกี่ยวข้องกับการว่าจ้างผู้ช่วยอย่างไม่ถูกต้อง การใช้เงินผิดประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนใกล้ตัวอย่างริชาร์ด แฟรองด์ (Richard Ferrand) ซึ่งเป็นผู้อำนวยการกลุ่มการเมือง En Marche! ซึ่งต่อมากลายเป็นพรรค La République en Marche หรือแม้แต่นักการเมืองพรรคอื่นที่ประกาศสนับสนุนตนมาตั้งแต่ต้นอย่างฟรองซัวส์ บายรู (François Bayrou) หัวหน้าพรรค Modem จนเกิดการปรับคณะรัฐมนตรีเพียงหนึ่งเดือนหลังจากเข้ารับตำแหน่ง

ยิ่งกว่านั้นเมื่อทราบสถานะการคลังที่กรมบัญชีกลางแถลง พบว่าสถานการณ์การคลังไม่อำนวยให้เอ็มมานูเอล มาครงและรัฐบาลดำเนินนโยบายที่ประกาศไว้ระหว่างการหาเสียง ทำให้รัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนงบประมาณปี 2018 และประกาศว่าบางนโยบายต้องชะลอไปในปี 2018 และ 2019 แต่แล้วทำเนียบประธานาธิบดีออกมาแถลงโต้ว่าไม่ได้มีการชะลอนโยบายแต่อย่างใด แสดงให้เห็นถึงการขาดการประสานงานระหว่างประธานาธิบดีและรัฐบาล นอกจากนั้นยังเกิดความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ ฝ่ายหลังได้วิพากษ์การตัดงบกลาโหม ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่ประธานาธิบดี จนออกมาประกาศกร้าวว่า ผมเป็นหัวหน้าของคุณ ยังให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพลาออก กลายเป็นความขัดแย้งกับกองทัพ

La République en Marche พรรคการเมืองของเอ็มมานูเอล มาครง ครองเสียงข้างมากในสภา แต่ปัญหาก็คือ ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองหน้าใหม่ ไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง การทำหน้าที่จึงยังไม่เป็นระเบียบ ไม่มีคุณภาพนัก

ปัญหาเหล่านี้บั่นทอนความนิยมในตัวเอ็มมานูเอล มาครง ที่ลดลงอย่างน่าใจหาย มีการเปรียบว่าความนิยมของเขาต่ำกว่าของฟรองซัวส์ โอลลองด์ในระยะเวลาเดียวกันเสียอีก

เอ็มมานูเอล มาครงวางตัวเป็นประธานาธิบดีที่เป็นประมุขของประเทศ ที่ทุกฝ่ายควรเคารพนับถือ จนสื่อตั้งฉายาว่า เทพจูปิเตอร์ เขาไม่ชอบที่นิโกลาส์ ซาร์โกซี (Nicolas Sarkozy) ทำตัวเป็นข่าวตลอดเวลา ไม่ชอบที่เห็นฟรองซัวส์ โอลลองด์เดินเข้าหานักข่าว แถมมีการพูดหลังไมค์ ซึ่งก็หลุดออกมาเป็นข่าวทุกครั้ง หรือการคุยกับนักหนังสือพิมพ์ 2 คนเพื่อเขียนเป็นหนังสือออกมา ซึ่งมีสิ่งที่ฟรองซัวส์ โอลลองด์ไม่ควรพูดหลายเรื่อง เป็นต้น

เอ็มมานูเอลจึงไม่เดินเข้าหานักข่าว ไม่มีการแถลงข่าวประจำวันหรือประจำสัปดาห์ จัดระเบียบนักข่าวที่ทำเนียบประธานาธิบดี ยกเลิกการปราศรัยต่อประชาชนชาวฝรั่งเศส และการให้สัมภาษณ์นักหนังสือพิมพ์ของโทรทัศน์ TF1 และ France2 ในวันชาติ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งจะมีการถ่ายทอดทั่วประเทศ อันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเสมอมา ทำเนียบประธานาธิบดีจะเป็นผู้กำหนดว่าเมื่อไรและที่ไหนที่ต้องการเป็นข่าว จะเป็นผู้เผยแพร่กิจกรรมของท่านประธานาธิบดีเอง

การแถลงข่าวเมื่อเยือนต่างประเทศจะไม่ยอมตอบคำถามเกี่ยวกับการเมืองในประเทศ เอ็มมานูเอล มาครงจะเป็นผู้เลือกสื่อเองเมื่อต้องการให้สัมภาษณ์ และเมื่อเอ็มมานูเอล มาครงและภรรยาไปพักร้อนที่เมืองมาร์เซย (Marseille) เขาต้องการความเป็นส่วนตัว ถึงกระนั้นก็มีภาพข่าวหลุดออกมาว่าเขาไปเยี่ยมสโมสรฟุตบอลของมาร์เซยที่เขาชื่นชอบ โดยสวมเสื้อของทีมนี้ด้วย เขาฟ้องร้องดำเนินคดีนักข่าว TF1 ที่พยายามถ่ายรูปเขาและภรรยาในข้อหาล่วงละเมิดชีวิตส่วนตัว

จากเอ็มมานูเอล มาครงที่พร้อมจะเป็นข่าวระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี เป็นเอ็มมานูเอล มาครงที่เข้มงวดกับสื่อ โดยลืมคิดว่าเป็นการตัดการสื่อสารกับชาวฝรั่งเศสไปด้วย เมื่อความนิยมลดลงอย่างน่าตกใจ ถึงเวลาที่จะทบทวนการสื่อสารของรัฐเสียแล้ว

ระหว่างการไปเยือนออสเตรียในปลายเดือนสิงหาคม ช่วงแถลงข่าว ท่าทีต่อสื่อของเอ็มมานูเอล มาครงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขายอมตอบคำถามเกี่ยวกับการเมืองฝรั่งเศสอย่างยืดยาว ในการแถลงข่าวระหว่างการเยือนโรมาเนีย เขากล่าวว่าการมาเยือนประเทศยุโรปกลางครั้งนี้เพื่ออธิบายให้เห็นความเชื่อมโยงกันของนโยบายฝรั่งเศสและนโยบายของสหภาพยุโรป เขาปราศรัยต่อชุมชนชาวฝรั่งเศสในโรมาเนีย และกล่าวว่าฝรั่งเศสไม่ได้เป็นประเทศที่จะปฏิรูปได้ แต่เป็นประเทศที่เกลียดการปฏิรูป

กันยายนเป็นเดือนที่จะกลับมาทำงานกันหลังจากที่สิงหาคมเป็นเดือนที่รัฐบาลไปพักร้อน โดยมีรัฐมนตรีบางคนสแตนด์บาย เป็นเดือนที่ฝรั่งเศสเรียกว่า la rentrée การกลับมาทำงาน และสำหรับนักเรียนก็เป็นช่วงเปิดเทอม พากันกลับมาเรียน

กันยายนเป็นเดือนสำคัญสำหรับรัฐบาลที่จะประกาศมาตรการเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายที่แถลงไว้ และเป็นเดือนที่เอ็มมานูเอล มาครงจะปรับเปลี่ยนนโยบายการสื่อสาร ข่าววงในบ่งว่าเอ็มมานูเอล มาครงตั้งใจว่าจะปราศรัยต่อชาวฝรั่งเศสเดือนละครั้งหรือ 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะใช้สื่อไหน หรือรูปแบบใด อาจเป็นการให้สัมภาษณ์บางสื่อ หรือการนั่งพูดคุยในบรรยากาศสบายๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะเป็นการอธิบายในเชิงลึกถึงมาตรการของรัฐบาล เอ็มมานูเอล มาครงคิดว่าสื่อฝรั่งเศส “เข้ม” กับตนมาก โดยเฉพาะเมื่อเขาตัดงบประมาณกลาโหม ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่กองทัพและนักธุรกิจสร้างเครื่องบินรบอย่างแซร์จ ดัสโซลต์ (Serge Dassault) ซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ Le Figaro ด้วย

ล่าสุด เอ็มมานูเอล มาครงตั้งบรรณาธิการของนิตยสาร Chalenges ให้เป็นโฆษกของทำเนียบเอลีเซ