วันจันทร์, สิงหาคม 21, 2017
Home > Life > ทำไมถึงไอเรื้อรังไม่หายเสียที

ทำไมถึงไอเรื้อรังไม่หายเสียที

Column: Well – Being

ถ้าคุณมีอาการคันคอเรื้อรัง คุณอาจตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับชาวออสเตรเลียร้อยละ 5-10 ที่กำลังต่อสู้กับอาการไอเรื้อรัง

“อาการไอเรื้อรัง คืออาการไอที่กินเวลานานกว่า 4 สัปดาห์” ศาสตราจารย์คริสติน เจนกินส์ หัวหน้าแผนกทดลองเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจแห่งสถาบันเพื่อสุขอนามัยโลกจอร์จ อธิบาย “อาการไอเป็นอาการที่ธรรมดามาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว เมื่อคนเป็นหวัดแล้วลงไปยังลำคอและทางเดินหายใจหลัก จะเป็นสาเหตุให้เกิดการอักเสบและระคายเคือง”

ขณะที่การติดเชื้อจากหวัดที่เกิดขึ้นทุกวันจะสามารถอธิบายสาเหตุของการไอเรื้อรังส่วนใหญ่ได้ คุณควรคุยกับแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่ได้เสี่ยงต่อโรคมะเร็ง ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมากๆ นิตยสาร GoodHealth ชี้ให้เห็นถึงเบื้องหลังอาการไอเรื้อรังดังนี้

เสมหะไหลลงคอด้านหลังจมูก
โรคไซนัสอาจเป็นสาเหตุสำคัญของอาการเสมหะไหลลงคอด้านหลังจมูก อาการนี้ทำให้เซลล์ในกล่องเสียงคันหรือระคายเคือง และนำมาซึ่งการไอ อาการเหล่านี้ยิ่งรุนแรงขึ้นในเวลากลางคืน เมื่อมีเสมหะขังอยู่ในลำคอขณะที่คุณนอนลง นอกจากนี้ อาการภูมิแพ้ก็ทำให้เกิดผลอย่างเดียวกัน ให้พบแพทย์เพื่อปรึกษาวิธีรักษาโรคไซนัสหรือโรคภูมิแพ้

“ถ้าคุณรู้สึกอยากไออย่ากลั้นเอาไว้ ให้ไอเอาเสมหะออกมา จากนั้นดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งเพื่อทำให้หายจากอาการระคายเคืองในลำคอ” ดร.แม็กดาเลนา ซิโมนัส แนะนำ

กรดไหลย้อน
อาการไอแห้งๆ อย่างนี้มีสาเหตุจากการที่อาหารไหลย้อนขึ้นจากกระเพาะอาหาร และไหลเข้าไปบริเวณด้านหลังจมูก

“อาการนี้เกิดขึ้นได้ถ้าวาล์วที่อยู่ระหว่างกระเพาะอาหารกับหลอดอาหารปิดไม่สนิท ทำให้อาหารที่ผ่านการย่อยแล้วไหลย้อนขึ้นมาสู่ลำคอและทำให้ไอ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นขณะกำลังนอนลง” ดร.ซิโมนัสอธิบาย

สาเหตุเพราะเซลล์ที่เรียงตัวอยู่ในลำคอเกิดความระคายเคืองจากอาหารที่ขย้อนออกมาจากกระเพาะอาหาร และเป็นการกระตุ้นให้ไอ

“การไอจะแย่ลงถ้าคุณเข้านอนโดยมีอาหารเต็มกระเพาะ และคุณรู้สึกถึงรสของกรดที่ค้างอยู่ในลำคอ” ดร.ซิโมนัสกล่าวเพิ่มเติม

คุณทำให้อาการไอนี้ทุเลาลงได้ด้วยการนอนหนุนหมอนสูง ไม่กินอาหารก่อนเข้านอน 3-4 ชั่วโมง หรือหลีกเลี่ยงอาหารหนัก และใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร

โรคหอบหืด
การไอเพราะโรคหอบหืดมักมีเสียงวี้ดร่วมด้วย ซึ่งจะแย่มากในช่วงกลางคืน ผู้เป็นโรคหอบหืดมีทางเดินหายใจที่อ่อนไหวอยู่ภายในปอด ซึ่งไวต่อสิ่งกระตุ้น ระหว่างมีอาการหืดจับกล้ามเนื้อโดยรอบทางเดินหายใจจะหดตัว ทางเดินหายใจจึงบวมขึ้นและตีบ บวกกับเมือกที่ร่างกายสร้างขึ้นมาทำให้หายใจได้ลำบาก อาการไอเรื้อรังเป็นตัวบ่งชี้ถึงโรคหอบหืด ประกอบกับการหายใจที่มีเสียงวี้ดและแน่นหน้าอกด้วย

“ถ้าคุณไอเพราะอาการหอบหืดที่แย่ลง ให้ไปพบแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับยาป้องกันในปริมาณที่เหมาะสม” ศาสตราจารย์เจนกินส์แนะนำ

โรคหลอดลมอักเสบ
การไอเรื้อรังที่เสมหะมีสี อาจบ่งชี้ถึงโรคปอดบวมหรือโรคโรคหลอดลมอักเสบได้

“เสมหะอาจมีเขียว เหลือง ขาว ครีม ใส หรือมีเลือดปน ถ้ามีสีเขียวและเหลืองอาจมาจากเชื้อไวรัส ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ถ้าเสมหะที่มีสีมีปริมาณมากก็อาจจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ” ดร.ซิโมนัส กล่าว

โรคปอดบวมยังทำให้มีไข้และเจ็บหน้าอกเมื่อคุณต้องหายใจลึก ๆ

โรคไอกรน
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ออสเตรเลียเผชิญกับการระบาดของโรคไอกรนอย่างน่ากลัว โดยเฉพาะเมื่อปีที่แล้ว ที่นิวเซาท์เวลส์มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่า

“โรคไอกรนเป็นภาวะติดเชื้อที่พร้อมจะถ่ายทอดระหว่างเด็กด้วยกัน และจากผู้ใหญ่สู่เด็ก” ศาสตราจารย์เจนกินส์อธิบาย

“ลักษณะของการไอจะมีความรุนแรงและระเบิดออกมาอย่างแรง ขณะที่ผู้ป่วยหายใจเอาอากาศเข้าไปจะเกิดเสียงกรน เพราะเส้นเสียงกระตุกและทำให้เกิดเสียงเหมือนการกรน”

ในผู้ใหญ่อาจไอต่อเนื่องราววันละ 6-7 ครั้ง การกินยาอาจช่วยทุเลาอาการได้ เพราะยาปฏิชีวนะบางขนานช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของการป่วยได้ ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับคุณอาจจำเป็นต้องได้รับการปฏิบัติอย่างระมัดระวังเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อด้วย

ไอเพราะผลทางจิตวิทยา
บางครั้งอาการไอยังคงอยู่เพราะมันกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว ซึ่งในทางการแพทย์เรียกว่าเป็นความผิดปกติของหลอดลมที่มีมาแต่กำเนิด จะมีลักษณะเหมือนการไอเพื่อขับเสมหะให้ลำคอโล่ง แต่จริงๆ แล้วกลับไม่มีอะไรให้ขับออกมา “อาการอย่างนี้อาจกลายเป็นการขัดจังหวะระหว่างการสนทนา และเมื่อคุณต้องการความเงียบ หลังจากนั้นคุณจะเริ่มคิดเรื่องการไอของคุณและจบลงด้วยการไอจริงๆ” ศาสตราจารย์เจนกินส์อธิบายและเพิ่มเติมว่า การอมยาอมและดื่มน้ำช่วยได้ แต่แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อระบุให้แน่ชัดว่า อะไรคือตัวกระตุ้นให้เกิดนิสัยการไอด้วยความเคยชินเช่นนี้