วันอังคาร, ตุลาคม 24, 2017
Home > Life > ทำไง…ไม่ให้หวัด & ไข้หวัดใหญ่มากล้ำกราย

ทำไง…ไม่ให้หวัด & ไข้หวัดใหญ่มากล้ำกราย

Column: Well – Being

ฤดูฝนที่กำลังใกล้เข้ามาทุกที ได้ชื่อว่าเป็นช่วงเวลาแสนทรมานสำหรับคนเป็นโรคภูมิแพ้ หรือโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเลยก็ว่าได้ การใส่ใจเตรียมตัวเพิ่มขึ้นสักเล็กน้อย สามารถช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงจากการถูกโจมตีด้วยโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ได้เป็นอย่างดี อาทิ การให้ร่างกายได้รับวิตามินซีและสังกะสีเพิ่มขึ้น รวมทั้งการล้างมือบ่อยขึ้น เหล่านี้ล้วนเป็นมาตรการที่เราคุ้นเคยกันดี แต่มีอีกหลายๆ มาตรการที่คุณสามารถทำได้เช่นกัน ดังที่นิตยสาร GoodHealth ได้นำเสนอกลยุทธ์ล่าสุดที่ช่วยปกป้องคุณจากการตกเป็นเหยื่อของเชื้อไวรัสตัวร้ายดังนี้

หลีกเลี่ยงการสัมผัสมือกัน
การจับมือทักทายกันตามธรรมเนียมชาวตะวันตก ทำให้มีการถ่ายทอดเชื้อแบคทีเรียระหว่างมือของคนสองคนมากกว่าการใช้กำปั้นชนกันระหว่าง 10–120 เท่า ในช่วงฤดูกาลที่หวัดหรือไข้หวัดใหญ่กำลังระบาด ให้พยายามรณรงค์การทักทายด้วยวิธีไม่ต้องสัมผัสมือกัน แต่ถ้าคุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้ใช้วิธีจับมือกันอย่างหลวมๆ “การจับมือกันแล้วบีบมืออย่างแนบแน่น ทำให้เกิดการถ่ายทอดเชื้อแบคทีเรียมากกว่าวิธีจับมืออย่างหลวมๆ” เดวิด วิทเวิร์ธ ผู้เขียนผลการศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยอเบอริสทวิธในสหราชอาณาจักรอธิบาย

เพิ่มวิตามินดี
การเพิ่มวิตามินดีให้แก่ร่างกายช่วยลดระดับความเสี่ยงจากการเป็นหวัดและไข้หวัดใหญ่ได้อย่างน้อยหนึ่งในสาม “การมีวิตามินดีในร่างกายในระดับสูงสุด ช่วยให้ร่างกายสามารถสร้างสารต่อต้านเชื้อโรคของตนเองขึ้นมาได้ โดยเฉพาะสาร LL–37 ที่ช่วยกำจัดไวรัสที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน” เอมี สกิลตัน นักธรรมชาติบำบัดกล่าว การออกไปโดนแสงแดดอ่อนๆ จะช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินดีในระดับที่สูงขึ้นได้

ผ่อนคลายเวลาขับรถ
ถ้าคุณต้องนั่งไปในรถคันเดียวกับคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่นาน 90 นาที คุณมีความเสี่ยงจะรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายระหว่างร้อยละ 59–99 .9 นักวิจัยชาวอเมริกันและแคนาดาเตือนว่า แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นสำหรับคนขับรถที่มีความเครียด

ส่วนการเปิดหน้าต่างรถช่วยลดความเสี่ยงจากการติดโรคได้เพียงร้อยละ 20 เพราะกระแสลมเพียงแต่พัดพาเชื้อโรคออกไปเท่านั้น “การมีระบบระบายอากาศที่เพียงพอในตัวอาคารจึงมีความสำคัญในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน” ศาสตราจารย์ลิเดีย โมรอว์สกา แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีควีนส์แลนด์ กล่าว

เปิดประตูอย่างระมัดระวัง
ลูกบิดประตูแพร่เชื้อโรคได้ดี ผลการวิจัยระบุว่า ร้อยละ 60 ของพนักงานในสำนักงานรับเชื้อโรคที่ติดอยู่กับลูกบิดประตูได้ในเวลาเพียงสี่ชั่วโมง “ทางที่ดีที่สุดคือ ให้คนอื่น เช่น พนักงานเฝ้าประตู เป็นคนเปิดประตูให้คุณ หรืออีกวิธีหนึ่งคือ ต้องหาวัสดุที่เป็นตัวกลางระหว่างตัวคุณกับลูกบิดประตู เช่น ถ้าเป็นประตูแบบผลัก คุณผลักประตูด้วยหัวไหล่แทนการใช้มือได้ และใช้กระดาษทิชชูหรือแขนเสื้อจับลูกบิดประตู” มาร์ธา บราวน์ นักจุลชีววิทยา แนะนำ

ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
สิ่งสำคัญคือ ต้องฉีดวัคซีนใหม่เป็นประจำทุกปี ศาสตราจารย์พอล ฟาน บินเดอร์ ประธานบริษัท Immunisation Coalition อธิบายว่า “เชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ในแต่ละปีจึงต้องมีการอัพเดทวัคซีนให้ใช้ได้กับเชื้อที่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน”

ระวังตัวในช่วงเวลาเช้า
อาการหวัดหรือไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นเมื่อไวรัสสามารถจำลองตัวเองในระบบของคุณได้เร็วกว่าที่ระบบภูมิคุ้มกันของคุณสามารถทำลายมัน และค้นพบว่าไวรัสจำลองตัวเองได้เร็วกว่าปกติในเวลาเช้า จึงอธิบายได้ว่า ทำไมคุณจึงมีแนวโน้มจะป่วยด้วยเชื้อไวรัสในตอนเช้า สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ล้างมือให้สะอาด และพยายามอย่าสัมผัสใบหน้าของคุณในตอนเช้า

เคี้ยวอาหารให้ละเอียด
การทำอย่างนี้ไม่เพียงช่วยให้คุณดูดซึมสารอาหารที่ได้จากอาหารอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสารอาหารนี้มีคุณสมบัติช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคในลักษณะเดียวกับภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ของสหราชอาณาจักร อธิบายว่า การเคี้ยวยังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันผลิตเซลล์ Th 17 ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันขึ้นในช่องปาก กระบวนการเหล่านี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับการต่อสู้กับโรคเหงือก แต่ยังมีบทบาทในการทำลายเชื้อหวัดและไข้หวัดใหญ่ด้วย

กลั้วคอ
เคท พาว นักธรรมชาติบำบัดอธิบายว่า การกลั้วคอสามารถลดความเสี่ยงจากการเป็นหวัดได้ราวหนึ่งในสาม โดยคุณเพียงกลั้วคอด้วยน้ำเท่านั้น แต่จะได้ผลดียิ่งขึ้นถ้าใช้ชาที่ชงจากเซจแล้วแช่ให้เย็น หรือไม่ก็ชาไธม์ “ทั้งเซจและไธม์อุดมไปด้วยสารแทนนินที่ช่วยระงับการเกิดเมือกในช่องปากและลำคอ ซึ่งช่วยหยุดการแพร่ของเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายด้วย”

หลีกเลี่ยงน้ำตาล
นักธรรมชาติบำบัด เอมี สกิลตัน ระบุว่า น้ำตาลส่งผลร้ายต่อระบบภูมิคุ้มกัน เพราะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวลดความเร็วในการทำลายเชื้อแบคทีเรีย ถ้าคุณเป็นคนติดขนมหวาน ให้เปลี่ยนมาเป็นแหล่งความหวานตามธรรมชาติที่มีประโยชน์แทน เช่น กล้วย หรืออินทผลัม

แต่งกายให้ร่างกายอบอุ่นเสมอ
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราป่วยบ่อยครั้งขึ้นในช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว เป็นเพราะระบบภูมิคุ้มกันทำงานด้วยประสิทธิภาพที่ลดลงเมื่ออากาศเย็นลง แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า การสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น สามารถช่วยให้คุณต่อสู้กับเชื้อโรคได้ ศาสตราจารย์อะกิโกะ อิราซากิ แห่งมหาวิทยาลัยเยลกล่าวว่า “ความจริงเบื้องหลังเรื่องที่บอกต่อๆ กันมาคือ คนเราควรรักษาร่างกายให้อบอุ่นและหาอะไรปิดจมูก เพื่อหลีกเลี่ยงจากการเป็นหวัด”