วันจันทร์, ธันวาคม 17, 2018
Home > Life > ตัวช่วยบำรุงผิวที่มองไม่เห็น

ตัวช่วยบำรุงผิวที่มองไม่เห็น

Column: Well – Being

แค่คิดว่ามีจุลินทรีย์อาศัยอยู่บนใบหน้า คงทำให้คุณฝันร้ายอย่างสยดสยอง แต่นั่นคือภาวะที่เกิดขึ้นจริง อย่างน้อยที่สุดก็ในระดับที่ส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ ในลำไส้ของคุณก็มีไมโครไบโอมหรือจุลินทรีย์จำนวนมหาศาลนับร้อยล้านตัวอาศัยอยู่ ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวข้องกับทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่การทำงานของสมอง ไปจนถึงน้ำหนักตัวของคุณ

นิตยสาร Shape รายงานว่า ปัจจุบันนักวิจัยค้นพบว่า ผิวหนังของคนเราเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียชนิดพิเศษที่มีผลต่อสุขภาพของผิวหนัง จุลินทรีย์แข็งแรงราวหนึ่งล้านล้านตัวบนผิวหนังนี้ แตกต่างจากจุลินทรีย์ในลำไส้ รวมทั้งมีลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกันในแต่ละคนด้วย ดร.วิทนีย์ บาว แพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังและผู้เขียนหนังสือ The Beauty of Dirty Skin อธิบายว่า “เหมือนกับที่ตะบองเพชรสายพันธุ์หนึ่งเจริญเติบโตได้ดีตามธรรมชาติในรัฐแอริโซนา แต่ไม่ใช่ที่มิดเวสต์ แบคทีเรียแต่ละสายพันธุ์ต่างต้องการสภาพแวดล้อมที่มันเจริญเติบโตได้”

ทำความรู้จักแบคทีเรียผิวหนังของคุณ
ดร.เจฟฟรีย์ โดเวอร์ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังกล่าวว่า ในอดีตผู้เชี่ยวชาญต่างคิดเพียงว่า จุลินทรีย์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นได้แค่ศัตรูหรือไม่ก็มีประโยชน์ต่อมนุษย์เท่านั้น แต่ปัจจุบันพวกเขาค้นพบสิ่งดีๆ ทั้งหมดที่แบคทีเรียได้ทำมา เช่น แบคทีเรียสายพันธุ์หนึ่งทำหน้าที่เป็นตัวส่งสัญญาณให้เซลล์ผลิตไขมันและเซราไมด์ที่จำเป็นต่อการปกป้องผิวหนังจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก ซึ่งทั้งไขมันและเซราไมด์ล้วนจำเป็นต่อการรักษาความชุ่มชื้นและทำให้ผิวหนังไม่ระคายเคือง

เขายังอธิบายเพิ่มเติมว่า ผลการวิจัยครั้งล่าสุดจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานดิเอโก ยังพบว่า มีแบคทีเรียสายพันธุ์หนึ่งสามารถสร้างสารที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งด้วย

แต่ก็มีแบคทีเรียตัวร้ายด้วยเช่นกัน โดยแบคทีเรียบางชนิดกระตุ้นการอักเสบและมีบทบาททำให้เกิดสิว โรคโรซาเซีย โรคกลาก และโรคสะเก็ดเงิน ข้อควรจำคือ “การพยายามกำจัดแบคทีเรียดังกล่าวหาใช่คำตอบไม่ แม้คุณจะสามารถทำได้ แต่นั่นจะเป็นการกำจัดแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ให้ตายทั้งหมดด้วย ไม่มีแบคทีเรียชนิดไหนที่ดีที่สุด หัวใจสำคัญอยู่ที่ความสมดุลต่างหาก” ดร.โดเวอร์ ย้ำ

นอกจากนี้ หัวใจสำคัญยังอยู่ที่ความหลากหลาย ยิ่งมีสายพันธุ์หลากหลายมากเท่าไร ผิวหนังก็จะยิ่งแข็งแรงขึ้นเท่านั้น เมื่อมีแบคทีเรียก่อโรคเติบโตกระจุกตัวอยู่ ย่อมก่อให้เกิดปัญหา เช่น ผู้ที่มีปัญหาจากโรคกลาก หมายถึงแบคทีเรียสายพันธุ์ staphylococcus aureus สามารถยึดครองพื้นที่ผิวหนังบริเวณที่เป็นโรคได้หนาแน่นกว่าสายพันธุ์อื่นๆ และยังมีกรณีที่ไมโครไบโอมประนีประนอมกับแบคทีเรียสายพันธุ์ที่ปกป้องผิวหนังได้ จึงทำให้ผิวหนังเกิดอาการผิวแห้ง ผิวแพ้ อักเสบ และเหี่ยวย่นขึ้น

จุลินทรีย์ในลำไส้แข็งแรง ผิวหนังก็แข็งแรง
ผลการศึกษาระบุว่า จุลินทรีย์ในลำไส้ของคุณส่งผลต่อสุขภาพผิวหนังด้วย ดร.บาว กล่าวว่า แบคทีเรียเป็นส่วนประกอบในระบบภูมิคุ้มกันของคุณถึงร้อยละ 70 เมื่อร่างกายเสียสมดุลนี้ไป “คนไข้บางคนอาจมีปัญหามีแก๊สหรือท้องอืด แต่สำหรับคนอื่นๆ อาจปรากฏปัญหาขึ้นที่ผิวหนัง”

จุลินทรีย์ในลำไส้ที่แข็งแรงยังทำหน้าที่ปกป้องลำไส้อย่างเข้มแข็ง โดยช่วยกำจัดภาวะเป็นพิษได้ อย่างไรก็ตาม ภาวะเสียสมดุลทำให้เกิดอาการลำไส้รั่ว แล้วปล่อยให้แบคทีเรียเหล่านี้หลุดรั่วออกมาสู่ร่างกาย และกระตุ้นการอักเสบทั่วร่างกาย

สนับสนุนจุลินทรีย์ในร่างกายของคุณให้เจริญเติบโตด้วยวิถีชีวิต อาหาร และการดูแลผิวหนังของคุณดังนี้

หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ต่อต้านแบคทีเรีย และน้ำยาล้างมือ พึงจำไว้ว่าไม่ขัดถูผิวหนังอย่างรุนแรง “เพราะเป็นการทำลายสภาพพื้นผิวที่แบคทีเรียจะอาศัยอยู่” ดร.บาวแนะนำ แต่ให้ใช้เคลนเซอร์และมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของไนอาซินาไมด์หรือเซราไมด์ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการปกป้องผิวของคุณ

ยอมสกปรกบ้างเล็กน้อย ดร.บาวระบุว่า ปัจจุบันโลกของเรากำลังก้าวไปสู่ภาวะสะอาดเกินไป เพราะเราใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทำลายเชื้อแบคทีเรียโดยไม่แยกแยะ ทำให้เราขาดโอกาสในการสัมผัสกับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย นักวิจัยในจีนพบว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ในมหานครล้วนมีจุลินทรีย์ในร่างกายที่มีความหลากหลายน้อยลง ซึ่งอาจอธิบายได้ว่า ทำไมจึงพบคนในเขตเมืองมีปัญหาผิวหนังอักเสบมากขึ้น

กินให้ดี เครียดให้น้อยลง ให้เน้นกินอาหารที่อุดมด้วยเส้นใย และอาหารประเภทโพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์ เช่น โยเกิร์ต กล้วย หัวหอม และหน่อไม้ฝรั่งดิบ รวมทั้งต้องรู้ด้วยว่า ความเครียดเปลี่ยนความหลากหลายและจำนวนแบคทีเรียในลำไส้ของคุณ ซึ่งเป็นผลจากการศึกษาเรื่อง Brain Behavior and Immunity ให้สร้างภาวะสมดุลด้วยการออกกำลังกาย และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งผลการศึกษายืนยันว่า มีผลโดยตรงต่อการทำให้จำนวนแบคทีเรียอยู่ในภาวะสมดุล

ผลการศึกษาเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า มีแบคทีเรียโพรไบโอติกส์หลายสายพันธุ์ที่อาจช่วยทำให้ผิวพรรณของคุณดีขึ้น ด้วยการช่วยเพิ่มภาวะชุ่มชื้น ระงับการอักเสบ ช่วยป้องกันการทำลายการปกป้องรังสีอัลตราไวโอเลตของผิวหนัง และป้องกัน oxidation stress หรือภาวะที่เซลล์ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระเรื้อรังเป็นเวลานานจนเกิดอาการเสื่อมเรื้อรัง

แบคทีเรียทำอย่างนี้ได้ไม่ใช่ด้วยการออกมาจากทางเดินลำไส้ แล้วเข้าสู่ผิวหนัง แต่ด้วยการเปลี่ยนวิธีทำงานของจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งส่งผลต่อผิวหนัง หรือแม้แต่ด้วยการหลั่งสารที่เป็นประโยชน์ต่อผิวหนังโดยผ่านทางเส้นเลือดนั่นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *