วันอาทิตย์, ตุลาคม 22, 2017
Home > Life > ตรวจสุขภาพ–สิ่งจำเป็นสำหรับผู้ชายทุกคน

ตรวจสุขภาพ–สิ่งจำเป็นสำหรับผู้ชายทุกคน

Column: Well – Being

ผู้ชายไม่ค่อยใส่ใจดูแลสุขภาพของพวกเขา เป็นที่รู้กันว่า พวกเขามักละเลยเรื่องจุกจิกทั้งทางกายภาพและทางอารมณ์ จึงมีแนวโน้มปฏิเสธการพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และผลก็คือ ผู้ชายบางคนอาจลงเอยที่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงก็ได้

เราต่างมีสามี ลูกชาย พ่อ พี่ชาย น้องชาย และเพื่อนผู้ชายที่เราห่วงใย ดังนั้น นิตยสาร GoodHealth จึงต้องการช่วยพลิกฟื้นแนวโน้มเชิงลบดังนี้

สุขภาพหัวใจ
เมื่อพูดถึงสุขภาพหลอดเลือดหัวใจของผู้ชาย ความพึงพอใจคืออุปสรรคสำคัญ ดร.เดวิด คอลคูฮอน ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจตั้งข้อสังเกตว่า “ผู้ชายไม่ค่อยยอมไปหาหมอเพื่อตรวจสุขภาพ และพวกเขาอาจไม่ค่อยตระหนักถึงปัจจัยที่ทำให้หัวใจอยู่ในภาวะเสี่ยงด้วย”

“ปัจจัยเหล่านี้รวมถึงปัจจัยเสี่ยงเชิงจิตวิทยาเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะภาวะของอาการซึมเศร้าและกระวนกระวาย ซึ่งเป็นความบกพร่องสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพหัวใจ และเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญพอๆ กับการสูบบุหรี่”

การสูบบุหรี่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญสำหรับผู้ชายขณะมีอายุมากขึ้น โดยผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มจะสูบบุหรี่มากกว่าผู้ชายในช่วงวัย 20 ปี

ขณะที่การดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาดก็เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคต่างๆ มากมาย ดร.คอลคูฮอนกล่าวว่า “การดื่มแอลกอฮอล์เล็กน้อยราว 20–30 กรัมต่อวัน อาจมีผลในเชิงป้องกันสำหรับสุขภาพหัวใจของผู้ชาย”

ขณะที่อาหารคุณภาพเลวและปริมาณที่บริโภคอาจยังคงเป็นปัญหาอยู่ แต่ถือว่าสำคัญน้อยกว่าความจำเป็นในการตรวจวัดระดับความดันโลหิต ระดับโคเลสเตอรอล และระดับน้ำตาลในเลือดมาก

วิธีป้องกัน
ผู้ชายสามารถลดความเสี่ยงจากอาการหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง ด้วยการไม่สูบบุหรี่ มีความกระฉับกระเฉงทางกายภาพ บริโภคอาหารที่อุดมด้วยไขมันดี และดูแลสุขภาพจิตของพวกเขา

ดร.คอลคูฮอนแนะนำว่า “ของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดของผู้ชายวัย 40 ปีขึ้นไปและอีกสองสามปีหลังจากนั้นคือ สมุดนัดพบหมอ เพื่อประเมินสมรรถนะของหลอดเลือดแดงใหญ่”

สุขภาพจิต
สุขภาพจิตเป็นปัจจัยที่น่าห่วงของผู้ชายชาวออสเตรเลีย ผู้ซึ่งบางครั้งตอบสนองต่อความเครียดทางอารมณ์ด้วยการดื่มแอลกอฮอล์หรือเสพยาเสพติดเพื่อเยียวยาตนเอง จนกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ หรือก้าวร้าว และแสดงพฤติกรรมที่บ้าระห่ำออกมา

ดร.สตีเฟน คาร์โบน แห่ง BeyondBlue กล่าวว่า ราวร้อยละ 75 ของชาวออสเตรเลียที่ฆ่าตัวตายในแต่ละปีนั้นเป็นเพศชาย

“บางครั้งผู้ชายไม่ตระหนักถึงสัญญาณของภาวะซึมเศร้า การขาดความสนใจในกิจกรรมที่น่าเพลิดเพลิน การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือการโดดเดี่ยวทางสังคม และพวกเขามีแนวโน้มไม่ค่อยยอมขอความช่วยเหลือ เพราะกลัวคนจะมองว่าเขาเป็นคนอ่อนแอ”

วิธีป้องกัน
การบริโภคให้ถูกสุขลักษณะ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยได้ “มันสำคัญทีเดียวกับการกันเวลาให้กับการทำกิจกรรมที่คุณเพลิดเพลิน รวมทั้งการต้องรักษาสายสัมพันธ์ทางอารมณ์กับครอบครัวและเพื่อนๆ ไว้ให้ดี” ดร.คาร์โบนอธิบาย “แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณต้องพูดคุยเชิงลึกและเต็มไปด้วยสาระในทุกวัน เพียงแต่ให้พยายามอย่าขาดการติดต่อกันเท่านั้น”

มะเร็งต่อมลูกหมาก
ศาสตราจารย์แซนเชีย อแรนดา ประธานบริหารสภามะเร็งแห่งออสเตรเลียกล่าวว่า มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งชนิดที่เป็นกันมากที่สุดในหมู่ผู้ชาย แต่ไม่ร้ายแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิต

“อัตราการรอดชีวิตจากมะเร็งต่อมลูกหมากในรอบห้าปีอยู่ที่ร้อยละ 95 และการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจสามารถระบุได้ว่า มะเร็งที่ก่อตัวขึ้นรุนแรงแค่ไหน เพื่อตัดสินใจว่าการบำบัดรักษาจำเป็นหรือไม่ มะเร็งเกรดต่ำมีแนวโน้มเติบโตช้ามาก ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จะใช้วิธี ‘รอดูอาการ’ ไปก่อน”

การตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมาก (prostate–specific antigen หรือ PSA) สามารถบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่ไม่ถือว่าเป็นการวินิจฉัย เพราะผลที่ออกมาอาจเป็นเพราะอิทธิพลจากปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่สัมพันธ์กับมะเร็งก็ได้ เช่น การปั่นจักรยานมาเป็นเวลานาน หรือการตรวจสวนทวาร

ศาสตราจารย์อแรนดาแนะนำว่า “เราแนะนำให้ผู้ชายบอกหมอเกี่ยวกับค่าของการตรวจ PSA เมื่ออายุ 50 ปี เพื่อให้เข้าใจถึงผลร้ายรวมทั้งผลดีของการตรวจ ถ้าสงสัยว่าจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก สาเหตุมักเป็นเพราะค่า PSA สูงขึ้นมาโดยลำดับมากกว่าค่าที่ตรวจพบในครั้งแรกครั้งเดียว” พร้อมทั้งให้รายละเอียดว่า “มีวิธีบำบัดรักษาอยู่หลายวิธี และผู้เชี่ยวชาญสามารถพูดคุยถึงทางเลือกในการรักษา และช่วยคุณชั่งน้ำหนักเกี่ยวกับผลดีและผลเสียของแต่ละวิธีได้”

วิธีป้องกัน
เมื่อคุณอายุเกิน 50 ปี ให้พูดคุยกับหมอของคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในกรณีที่อาหารของคุณมีไขมันสูงและมีผักผลไม้ปริมาณต่ำ และคุณมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก หรือผู้หญิงในครอบครัวของคุณมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่

มะเร็งลำไส้
เป็นมะเร็งชนิดที่สองที่เป็นกันมากที่สุดทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ทั้งยังคร่าชีวิตของผู้ป่วยมากกว่ามะเร็งต่อมลูกหมากหรือมะเร็งเต้านม ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ยังรวมถึงโรคที่มีอาการอักเสบของลำไส้หรือติ่งเนื้อ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก การมีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ปกติหรือโรคอ้วน และการที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้

ศาสตราจารย์อแรนดาอธิบายว่า ออสเตรเลียให้ความสำคัญกับโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้แห่งชาติมาก ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปมีสิทธิเข้ารับการตรวจคัดกรองฟรีทุกสองปีถึงห้าปี และสามารถส่งผลทางไปรษณีย์อย่างสะดวก

“ข้อดีเกี่ยวกับโครงการนี้คือ ทำให้การวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ในช่วงเริ่มแรกสามารถทำได้โดยง่าย หรือแม้แต่การป้องกันมะเร็งลำไส้ก็สามารถทำได้ เพราะเป็นวิธีที่สามารถตรวจพบเนื้อร้ายในลำไส้ที่อยู่ในขั้นก่อนเป็นมะเร็งได้”

วิธีป้องกัน
ต้องให้แน่ใจว่าคุณได้ประโยชน์จากการตรวจคัดกรองฟรี แต่ต้องรีบพบหมอ ถ้าคุณคิดว่าคุณมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพราะหมออาจแนะนำให้ตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่แทน คุณสามารถลดความเสี่ยงจากมะเร็งลำไส้ด้วยการไม่สูบบุหรี่ รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และบริโภคอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ