วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 18, 2018
Home > Cover Story > ดัน “แสงโสม-หงส์ทอง” ขยายฐานปลุก “นิวดริงเกอร์”

ดัน “แสงโสม-หงส์ทอง” ขยายฐานปลุก “นิวดริงเกอร์”

 

แม้บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ชูธงเร่งบุกธุรกิจนอนแอลกอฮอล์ แต่รายได้กว่า 160,000 ล้านบาท ยังมาจากกลุ่มธุรกิจเหล้าเกือบ 60% มีแบรนด์เหล้าในเครือมากกว่าร้อยตัว ถือเป็นเจ้าตลาดที่ยึดครองส่วนแบ่งเกือบทั้งหมดในตลาดเหล้าขาวและเหล้าสี โดยเฉพาะตลาดเหล้าสีที่มีการแข่งขันสูงและมีเม็ดเงินสะพัดมากกว่า 60,000 ล้านบาท ค่ายไทยเบฟฯ ฮุบแชร์ไว้ในมือถึง 90% คือ หงส์ทอง 50% เบลนด์ 285 อยู่ที่ 30% แสงโสม 10%   ส่วน “แม่โขง” หายไปจากตลาดนานหลายปี และเพิ่งกลับมาสร้างแบรนด์ มีส่วนแบ่งไม่ถึง 5%
 
ทั้งนี้ ตามยุทธศาสตร์ 3-5 ปี ฐาปน สิริวัฒนภักดี ซึ่งรับช่วงต่อบริหารธุรกิจเครื่องดื่มทั้งหมดของครอบครัว ต้องการยกระดับแบรนด์เหล้าสีทั้ง 4 ตัวให้พรีเมียมมากขึ้น และสร้างภาพลักษณ์ชัดเจนมากขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่า แบ่งกลุ่มเซกเมนต์และขยายฐาน เนื่องจากพฤติกรรมนักดื่มไทยมีรสนิยมสูงขึ้น มีความถี่ในการเลี้ยงสังสรรค์มากขึ้น และสามารถดื่มได้ทุกโอกาส
 
วรรัตย์ จรูญสมิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด สายธุรกิจสุรา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า ในปี 2556 บริษัทเพิ่มความเข้มข้นในการรุกตลาด เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น “หงส์ทอง” ที่เน้นจับกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ กลุ่มวัยรุ่นเจเนเรชั่นใหม่ สนุกสนาน จากเดิมมีทั้งหมอลำและปาร์ตี้ การสร้างแบรนด์จึงเน้นการสร้างไลฟ์สไตล์ปาร์ตี้มันๆ ภายใต้แนวคิด “มันส์ล่ะหงส์” เดินสายจัดงานตามผับ บาร์

ส่วนแบรนด์ “แสงโสม” นักดื่มมีบุคลิกออกแนวอาร์ตติสท์ เท่ คูลๆ โดยสะท้อนออกมาอย่างโดดเด่นผ่านกิจกรรม Bar & Bistro เคลื่อนที่ ภายใต้ชื่อ “SANGSOM MOVEaBAR”  

การเปิดตัวโดม MOVEaBAR  ขนาดใหญ่ในคอมมูนิตี้มอลล์ “เอเชียทีค” เมื่อปี 2555 สร้างกระแสทอล์คออฟเดอะทาวน์ ซึ่งถือเป็นความพยายามสุดแรงเกิดหลังจากแชร์ของ “แสงโสม” หล่นวูบไปจาก 30% เหลือ 10% เนื่องจากราคาที่สูงขึ้นตามอัตราภาษีใหม่ทำให้วรรัตย์ต้องใช้กลยุทธ์เพิ่มมูลค่าแบรนด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “3 Unique” นำ Unique Design สถาปนิกขั้นเทพ ด้วง  ดวงฤทธิ์ บุนนาค มาสร้างสรรค์สถานที่จัดงาน, Unique Food & Drink เชฟเอียน พงศ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย มารังสรรค์ 9 เมนูเด็ดสูตรเฉพาะที่เดียวในโลก และ Unique Entertainment เจ้าพ่อโปรเจ็กต์ความมันส์ ป๋าเต๊ด ยุทธนา บุญอ้อม

ในปีนี้ บริษัทมีแผนเดินสายบาร์เคลื่อนที่หรือ “Sangsom  MoveaBar” อีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น พัทยา ภูเก็ต แต่พิเศษกว่าปีก่อน คือ การจัดงานแบบพรีเมียมมากขึ้นและเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้น จากเดิมรองรับกลุ่มลูกค้าได้ 300-400 คน เป็น 5,000-6,000 คน
 
สำหรับ “เบลนด์ 285” ซึ่งมีวัตถุดิบประเภทเหล้าสก๊อตเป็นส่วนผสม ทำให้โปรไฟล์สินค้าต่างจากเหล้าไทย เน้นความเป็นอินเตอร์แบรนด์เทียบเท่าสุราต่างประเทศ คุณภาพดีและดื่มได้บ่อยครั้ง จึงอัดกิจกรรมผ่านช่องทางออนพรีมิส หรือผับ บาร์ จำนวนมาก เฉพาะช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มากกว่า 100 ครั้ง 
 
ถือว่า เบลนด์ 285 ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ การจัดกิจกรรมฉีกแนว อย่างโปรเจ็กต์ใหญ่เมื่อปีก่อน  Blend Destination The UltimateWorld’s Best Party เชิญชวนกลุ่มคน “ปาร์ตี้เลิฟเวอร์” ร่วมมาเป็นส่วนหนึ่งของสุดยอดปาร์ตี้ระดับโลก เอ็กซ์คลูซีฟทริปใน 4 ประเทศ ที่ใครๆ ต่างฝันจะไปเยือน คือ นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา, โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, อิบิซ่า ประเทศสเปน และริโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล
 
ล่าสุดเพิ่งเปิดตัว “เบลนด์ 285 Signature” บุกตลาดกอล์ฟไลฟ์สไตล์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ชีวิตดูดีได้ในแบบคุณ” เพื่อดึงคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง มีไลฟ์สไตล์เหนือระดับ ประเดิมกิจกรรมแรกเมื่อช่วงต้นปี “285 Signature Hole” การแข่งขันกีฬากอล์ฟ on ground คัดเลือกนักหวดฝีมือดีที่เป็นที่สุด ร่วมกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ Blend 285 Signature Golf Party ในรอบชิงชนะเลิศ รูปแบบการแข่งขันแบบ Night Golf Party ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์แหวกแนวจากคู่แข่ง

ข้อมูลจากรายงานผลการวิจัยตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยของ “อินเตอร์เนชั่นแนล ไวน์ แอนด์ สปิริต รีเสิร์ช” ระบุว่า แม้ภาพรวมของตลาดวิสกี้หรือสุรานำเข้าของประเทศไทยตกลงมาจากตัวเลขของยอดขาย “ฮันเดรด ไปเปอร์ส” ของค่ายเพอร์นอต ริคาร์ด และ “เบนมอร์” ของค่ายดิอาจิโอฯ ที่ลดลง เนื่องจากผู้บริโภคหันไปดื่มเหล้ายี่ห้ออื่นๆ โดยเฉพาะ “เบลนด์ 285” ซึ่งได้เปรียบด้านราคา แต่คุณภาพความเป็นเหล้าสก็อตเทียบเท่าต่างประเทศ จึงกลายเป็นโอกาสช่วงชิงส่วนแบ่งเพิ่มมาถึง 30%  จนอาจถือเป็นสินค้าที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในตลาดแอลกอฮอล์ของไทย

ขณะที่เหล้าแบรนด์พรีเมียมของไทย “แม่โขง” กำลังบุกทุกช่องทาง เพื่อขยายกลุ่มนักดื่มใหม่ที่ต้องการค้นหาสิ่งที่ใหม่กว่า รูปแบบการดื่มที่สนุกกว่าผ่าน “ค็อกเทล” หลากหลายสูตร ไม่ใช่การผสมน้ำ โซดา หรือโค้กแบบเดิม ล้างความรู้สึก “บาดคอ” ให้หมดไป
 
วรรัตย์กล่าวว่า บริษัทเตรียมงบประมาณการตลาดทั้งสิ้น 100 ล้านบาท เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าในเครือแต่ละแบรนด์ให้มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แข็งแกร่งมากขึ้นและปรับภาพลักษณ์แบรนด์หงส์ทองกับเบลนด์ 285 เพิ่มเติม เพื่อปูทางนำแบรนด์ไทยเข้าสู่ตลาดอินเตอร์ หลังจากทดลองนำแบรนด์แม่โขงไปขายในตลาดต่างประเทศ ทั้งยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และได้รับผลตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค
 
ทั้งหมด ไทยเบฟฯ กำลังรุกหนักเพื่อขยายฐาน “นิวดริงเกอร์” เพราะที่สุดแล้ว ธุรกิจเหล้าเบียร์ยังเป็นแหล่งรายได้ก้อนใหญ่ของตระกูลสิริวัฒนภักดี ส่วน “ธุรกิจนอนแอลกอฮอล์” อาจเป็นเพียงไม้ประดับให้ดูสวยงามยิ่งขึ้นเท่านั้น

Related Stories

1. “แม่โขง” ปรับกลยุทธ์ บุกทุกช่องทางแจ้งเกิด

2. ตำนานเหล้าไทย “House of Mekhong”