วันจันทร์, กันยายน 24, 2018
Home > Cover Story > ซีพีแลนด์-แมกโนเลีย เร่งเครื่องขยายอาณาจักร

ซีพีแลนด์-แมกโนเลีย เร่งเครื่องขยายอาณาจักร

30 กว่าปีก่อน เครือซีพีของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ เริ่มต้นแตกไลน์ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตั้งบริษัท ซี.พี.แลนด์ ผุดอาคารฟอร์จูนทาวน์ ซีพีทาวเวอร์ รวมถึงจับธุรกิจโรงแรมและโครงการที่อยู่อาศัย จนย่างเข้าสู่ยุคเจเนอเรชั่นที่ 3 เมื่อทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ ตัดสินใจออกมาลุยสมรภูมิการแข่งขันเปิดบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (MQDC) ทุ่มเม็ดเงินเจาะตลาดซูเปอร์ลักชัวรีอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรลุเป้าหมายติด “ทอปไฟว์” ในตลาดไฮเอนด์อย่างรวดเร็วที่สุด

ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 4 ธัญทิพ เจียรวนนท์ ประกาศจับมือกับทายาทแลนด์ลอร์ดตระกูล “อรรถกระวีสุนทร” ควักเงินทุนแจ้งเกิดบริษัท 1.6 ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น โดยประเดิมโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีย่านทองหล่อ “เดอะ สแตรนด์” (The Strand) มูลค่า 4,800 ล้านบาท เพื่อรุกตลาดเซกเมนต์คนรุ่นใหม่ให้ชัดเจนมากขึ้น

ถือว่าเส้นทางการขยายอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลเจียรวนนท์ในวันนี้มีความชัดเจนและรุกเข้าไปในตลาดแทบทุกเซกเมนต์

มี ซี.พี.แลนด์ จับธุรกิจอสังหาฯ ระดับกลางทั่วประเทศ ธุรกิจโรงแรม และนิคมอุตสาหกรรม

แมกโนเลียฯ ยึดตลาดซูเปอร์ลักชัวรี มิกซ์ยูส โปรเจกต์

และ 1.6 ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น รุกโครงการจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์โดดเด่น

สำหรับ ซี.พี.แลนด์ ที่มีผู้บริหารรุ่นลายครามอย่างสุนทร อรุณานนท์ชัย นั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร เพิ่งประกาศแผนการลงทุนปี 2561 เม็ดเงินกว่า 10,000 ล้านบาท โดยเน้นการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม จ.ระยอง ขยายธุรกิจโรงแรม ทั้งใน จ.บุรีรัมย์ เลย สมุทรปราการ และพัฒนาธุรกิจอสังหาฯ อีกหลายโครงการ

แม้ ซี.พี.แลนด์ เดินเกมเงียบๆ ไม่ได้ออกสื่อมากมาย แต่รุกขยายขอบเขตทั่วประเทศไทย โดยปัจจุบันมีโครงการครอบคลุมพื้นที่กว่า 30 จังหวัด ใน 7 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจที่พักอาศัย มี 30 โครงการ จำนวนกว่า 8,000 ยูนิต เน้นการออกแบบเพื่อให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยในแต่ละภูมิภาค

กลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงาน อยู่ในกรุงเทพฯ 4 แห่ง เช่น ซีพีทาวเวอร์ ฟอร์จูนทาวน์ และอยู่ในต่างจังหวัดอีก 9 แห่ง พื้นที่เช่ารวมกว่า 250,000 ตารางเมตร

กลุ่มธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์แกรนด์เมอร์เคียวและฟอร์จูน เปิดให้บริการแล้ว 7 แห่งทั่วประเทศ อยู่ในกรุงเทพฯ จ.นครราชสีมา ใน อ.เมือง และ อ.ปากช่อง จ.นครพนม 2 แห่ง (ริเวอร์วิว และวิวโขง) จ.เชียงราย (เชียงของ) จ.ตาก (แม่สอด) และอีก 6 แห่ง ได้แก่ เลย บุรีรัมย์ นครศรีธรรมราช ขอนแก่น ระยอง สมุทรสาคร จะเปิดภายในปี 2561-2562 หรือจะมีโรงแรมทุกภูมิภาคทั่วประเทศกว่า 2,000 ห้อง

กลุ่มธุรกิจบริหารอาคาร งานบริการวิศวกรรมอาคาร การจัดการด้านความปลอดภัย ชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม งานจัดการด้านพลังงานแบบครบวงจร ปัจจุบันมีลูกค้ารวมกันกว่า 500,000 ตารางเมตร

กลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ล่าสุดมีพื้นที่กว่า 3,100 ไร่ อยู่ใน อ.นิคมพัฒนา และ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม 4.0 (New S-Curve) ในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก (EEC)

กลุ่มศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ โดยจะเปิดตัวศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE) รองรับอุตสาหกรรม MICE บนถนนมิตรภาพ ใน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ด้าน MICE City และได้รับการผลักดันจากภาครัฐให้เป็น Smart City ศูนย์กลางเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว และเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท

ส่วนกลุ่มสุดท้ายถือเป็นธุรกิจใหม่ คือธุรกิจพลังงาน เช่น Solar Roof Top, Solar Farm, Small Power Plant รวมถึงพลังงานลม พลังงานจากขยะ การขนส่งเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในกิจการของลูกค้า

ด้านแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น ของทิพาภรณ์ ใช้เวลา 10 ปีกว่าๆ ลุยเจาะตลาดไฮเอนด์ แม้โครงการแรก บ้านเดี่ยวสไตล์เซาเทิร์น แคลิฟอร์เนีย บนถนนบางนา-ตราด กม. 7 “แมกโนเลียส์แกรนดิฟอร์ร่า” ราคาเริ่มต้นหลังละ 27 ล้านบาท ไม่สามารถสร้างการรับรู้กับกลุ่มลูกค้า แต่ทิพาภรณ์งัดกลยุทธ์การเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนรายการ “อะคาเดมี่ แฟนตาเซีย ซีซั่น 3” เปิดบ้านให้เหล่า AF ใช้ชีวิตสร้างเรื่องราวเรียลลิตี้ต่อเนื่องหลายซีซั่น จนได้ผลตอบรับดีเยี่ยมและชื่อ “แมกโนเลียส์” ก็ดังกระหึ่มในตลาดทันที

ปี 2555 แมกโนเลียฯ ชูความชัดเจนในฐานะผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี ผุด “แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” ราคาเริ่มต้น 8.5 ล้านบาทต่อยูนิต เพื่อสร้างผลงานต้นแบบและสะท้อนเส้นทางการทำธุรกิจที่เน้นความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการพัฒนาที่อยู่อาศัย

ขณะเดียวกันการประกาศจับมือของเครือซีพีและแมกโนเลียฯ กับกลุ่มสยามพิวรรธน์ เนรมิตโครงการไอคอนสยามริมฝั่งน้ำเจ้าพระยาด้วยมูลค่าการลงทุนสูงถึง 50,000 ล้านบาท ด้านหนึ่งช่วยปลุกแบรนด์ “แมกโนเลีย” โดดเด่นมากขึ้น อีกด้านหนึ่งหมายถึงการเปิดเกมรุกอย่างเข้มข้นมากขึ้น และไม่กี่ปีต่อมา ทิพาภรณ์เดินหน้าผุด 2 โครงการมิกซ์ยูส คือ “Whizdom 101” (วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน) และเดอะ ฟอเรสเทียส์ เม็ดเงินลงทุนมากกว่า 1 แสนล้านบาท

โครงการแรก วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน อยู่บนถนนสุขุมวิทระหว่างสถานี BTS ปุณณวิถี และซอยสุขุมวิท 101/1 เนื้อที่กว่า 43 ไร่ ใช้งบลงทุนกว่า 30,000 ล้านบาท และพัฒนาภายใต้แนวคิด “The Great Good Place” แบ่งพื้นที่เป็นโซนที่พักอาศัย ประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียม วิสซ์ดอม คอนเนค, วิสซ์ดอม เอสเซ้นส์ และวิสซ์ดอม อินสปาย

โซนอินโนเวทีฟ ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ พื้นที่อีก 5 หมื่น ตร.ม. เป็นพื้นที่ค้าปลีกรวมร้านค้ากว่า 200 ร้าน ร้านอาหารชื่อดัง ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าไลฟ์สไตล์เพื่อรองรับการใช้ชีวิตผู้อาศัยในทุกกลุ่ม

ส่วนโซนพื้นที่สำนักงานขนาด 4 หมื่น ตร.ม. ร่วมกับ “ทรู ดิจิทัล พาร์ค” พัฒนาศูนย์กลางด้านดิจิทัลของไทยใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ “อินโนเวชั่น ฮับ” เพื่อสร้าง Startup Ecosystem ครบวงจร ด้วยแนวคิด Open Innovation จากการรวมตัวกันของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการ นักลงทุน

ในโครงการยังมีเลนจักรยานและลู่วิ่งลอยฟ้าแบบหลายระดับ (multi-level) หรือวิสซ์ดอม แทร็ก (Whizdom Track) ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร วิ่งผ่านทั้งพื้นที่ในอาคารและนอกอาคาร

ขณะที่เดอะฟอเรสเทียส์ เป็น Mixed-Use Lifestyle ที่ออกแบบให้โครงการที่อยู่อาศัยรายล้อมด้วยผืนป่า และพื้นที่เชิงพาณิชย์ รองรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยครอบคลุม 4 กลุ่มวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ มีจุดเด่นที่ธรรมชาติและสังคมอยู่รวมกันภายใต้คอนเซ็ปต์ “ความสุขที่แท้จริง” บนพื้นที่กว่า 300 ไร่ บริเวณบางนา-ตราด กม. 5-7 มูลค่ามากกว่า 90,000 ล้านบาท

ภายในโครงการแบ่งเป็น 2 โซนใหญ่ โซนด้านหน้า หรือโซนพับลิก เป็นพื้นที่อาคารสำนักงาน โรงแรมระดับ 4 ดาว และชอปปิ้ง รีเทล หรือคอมมูนิตี้เซ็นเตอร์

โซนด้านในหรือเออร์เบิน โซน สร้างเป็นเมืองที่คนทั้ง 4 กลุ่มวัยอยู่รวมกันได้ ประกอบด้วย 1. คอนโด มิเนียม ไฮไรส์ แบรนด์วิสซ์ดอม เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ อายุ 25-35 ปี 2. คอนโดมิเนียม โลว์ไรส์ แบรนด์ มัลเบอร์รี่ โกรฟ รองรับกลุ่มอายุ 40-45 ปี 3. บ้านเดี่ยวหรือวิลล่าหรู มัลเบอร์รี่ โกรฟ และ 4. ที่พักของผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้กับผู้ที่ต้องการผู้ดูแล

ตามแผนวิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน จะเสร็จสมบูรณ์ในเดือน พ.ย. 2561 ส่วนฟอเรสเทียส์เริ่มก่อสร้างปีนี้และแล้วเสร็จในปี 2565

ที่น่าตื่นเต้นก็คือ “ฟอเรสเทียส์” จะเป็นโมเดลธุรกิจที่ทิพาภรณ์เตรียมต่อยอดยุทธศาสตร์ขยายอาณาจักรอสังหาฯ ในต่างประเทศด้วย

แน่นอนว่าเป้าหมายของเจ้าสัวและทายาทไม่ใช่แค่ “ท็อปไฟว์” ในไทยอีกต่อไปแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *