วันพุธ, พฤศจิกายน 20, 2019
Home > Cover Story > คอนวีเนียนคาเฟ่ เดือด “แฟมิลี่มาร์ท-ลอว์สัน” เร่งผุด

คอนวีเนียนคาเฟ่ เดือด “แฟมิลี่มาร์ท-ลอว์สัน” เร่งผุด

สงครามกาแฟในกลุ่มคอนวีเนียนสโตร์ร้อนเดือดขึ้นหลายเท่า เมื่อเทสโก้โลตัสประกาศบุกธุรกิจกาแฟสดชงในร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส โฉมใหม่ 44 สาขา และตั้งเป้าปูพรมขยายอีก 1,000 สาขาทั่วประเทศภายใน 3 ปี ชนิดที่ว่า ทั้ง “ออลคาเฟ่” ของค่ายเซเว่นอีเลฟเว่น “อาริกาโตะ” ของแฟมิลี่มาร์ท และ “ลอว์สันคาเฟ่” ในร้านลอว์สัน 108 ต้องเร่งปรับกลยุทธ์อัดโปรโมชั่น เพื่อยึดฐานลูกค้าอย่างเหนียวแน่น

ขณะเดียวกัน ประมาณการกันว่า ตลาดกาแฟทั้งประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 64,700 ล้านบาท เป็นตลาดที่บริโภคนอกบ้าน (Out of Home) ราว 26,000 ล้านบาท และในจำนวนนี้เป็นตลาดร้านกาแฟสูงถึง 17,000 ล้านบาท อัตราเติบโต 15-16% โดยมีแนวโน้มขยายตัวทั้งในแง่กลุ่มลูกค้าและผู้เล่นในตลาดเพิ่มขึ้นทุกปี

ที่สำคัญ เคาน์เตอร์กาแฟในคอนวีเนียนสโตร์กลายเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เนื่องจากสามารถเจาะขยายฐานจากกลุ่มลูกค้าประจำของร้านและราคาจับต้องได้มากกว่าร้านระดับพรีเมียม เป็นเกมบุกกินรวบตลาดระดับกลาง โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ลูกค้าหลายรายปรับพฤติกรรมจากการดื่มกาแฟแก้วละร้อยกว่าบาทมาเป็นกาแฟคุณภาพราคากลางๆ เพิ่มขึ้น

หากเปรียบเทียบแต่ละค่าย ผู้นำตลาดอย่าง “ออลคาเฟ่ (ALL Cafe)” ล่าสุดบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) เร่งเปิดบริการในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นสาขาใหม่ ซึ่งเน้นพื้นที่ขนาดใหญ่ อย่างน้อย 3-4 คูหา จากทั้งหมดเกือบ 12,000 สาขา ล่าสุดมีเคาน์เตอร์ออลคาเฟ่แล้ว 2,000 กว่าสาขา และลุยขยายอย่างไม่หยุด

ขณะที่ “แฟมิลี่มาร์ท” ภายใต้บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล วางแผนเจาะธุรกิจร้านกาแฟสะดวกซื้อ 2 แบรนด์ คือ ร้านกาแฟอิตาเลียนเซกาเฟรโด (Segafredo) จับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม ปัจจุบันมี 32 สาขา เปิดในท็อปส์และแฟมิลี่มาร์ท

อีก 1 แบรนด์ ได้แก่ “Coffee Arigato” เน้นเปิดในร้านแฟมิลี่มาร์ทและเตรียมแผนลุยเดี่ยวขยายสาขาในจุดต่างๆ เนื่องจากจุดแข็งในฐานะแบรนด์กาแฟเกรดพรีเมียมนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นและราคาไม่แพงสามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ โดยเมนูร้อนเริ่มต้นแก้วละ 25 บาท เมนูกาแฟเย็นเริ่มต้นแก้วละ 35 บาท และมีเมนูเครื่องดื่มตามเทศกาลต่างๆ หรือเมนูยอดนิยม เช่น กลุ่มชานมไข่มุกที่ชูจุดขายเน้นปริมาณมุกมากกว่าร้านทั่วไป

ข้อมูลจากบริษัท เซ็นทรัล แฟมิลี่มาร์ท จำกัด ระบุว่า ขณะนี้มีเคาน์เตอร์บริการ Coffee Arigato ในร้านแฟมิลี่มาร์ท จำนวน 160 สาขาทั่วประเทศ และเตรียมเพิ่มบริการในสาขาต่างๆ อย่างต่อเนื่องในปีหน้า โดยมีสาขาแฟลกชิปสโตร์ 6 สาขา ได้แก่ สาขาสุขุมวิท 33 สาขาสีลม 32 สาขาฮอลิเดย์อินน์ สาขาทองหล่อ 13 สาขาเมเจอร์รังสิตและปิ่นเกล้า

ทั้งนี้ บริษัทพยายามเติมเต็มความต้องการตามไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย กลุ่มคนรุ่นใหม่ พนักงานออฟฟิศ นักเรียนนักศึกษา เน้นการเพิ่มรสชาติใหม่ๆ เช่น ช่วงเดือนตุลาคม เพิ่ม Coffee Arigato สูตรน้ำนมข้าว เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้แพ้นมวัว และจับมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายดีแทค จัดโปรโมชั่น Dtac reward ให้ส่วนลด 10 บาท เครื่องดื่มเย็นทุกเมนู เพราะกาแฟถือเป็นอีกซิกเนเจอร์ของแฟมิลี่มาร์ทและในสาขาแฟลกชิปสโตร์จะมีเคาน์เตอร์บริการทั้งกาแฟ Segafredo จับกลุ่มผู้บริโภคระดับบนและ Arigato จับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง

ส่วน ลอว์สัน 108 หลังเผยโฉม “ลอว์สันคาเฟ่” ต้นแบบร้านกาแฟแห่งแรก สาขาตลาดนัดเมืองไทยภัทร เมื่อต้นปี 2561 และทยอยเปิดพร้อมๆ กับการขยายสาขาใหม่ในทำเลที่มีศักยภาพสูงสุดและเน้นการสร้างแบรนด์มากขึ้น

เบื้องต้นบริษัท สหลอว์สัน ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มลอว์สัน ประเทศญี่ปุ่นกับค่ายสหพัฒน์ คาดว่า ในปี 2562 จะสามารถขยายร้านลอว์สัน 108 รวม 158 สาขา และปี 2563 เพิ่มเป็น 208 สาขา โดยปัจจุบันเปิด ลอว์สัน คาเฟ่ รวมแล้ว 16 สาขา ในร้านลอว์สันสาขา Emporio Place (สุขุมวิท 24) สาขา ONE Udomsuk สาขาชามา เลควิว อโศก (สุขุมวิท 16) สาขาเสริมมิตร ทาวเวอร์ สาขาสุขุมวิท 23

สาขาวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยบูรพา (BUUIC) สาขาตลาดเมืองไทยภัทร สาขาไทม์สแควร์ สาขาเพลินจิต เซ็นเตอร์ สาขาสุขุมวิท 13 สาขาหน้าโรงพยาบาล สมิติเวช สุขุมวิท สาขาสุขุมวิท 39 สาขา CW Tower สาขาสุขุมวิท 22 สาขารัชดา 36 แยก 11 และสาขาภิรัช ทาวเวอร์ ไบเทค

นอกจากนี้ ภายในสิ้นปีจะขยายเพิ่มอีก 3 สาขา ได้แก่ สาขาอื้อ จื่อ เหลียง สาขา Airlink และสาขามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนปีหน้าจะขยายในร้านลอว์สันสาขาเดิมและสาขาเปิดใหม่ เน้นทำเลย่านธุรกิจ อาคารสำนักงาน โรงพยาบาลและมหาวิทยาลัย เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มีเมนูเครื่องดื่มรวม 14 เมนู แบ่งเป็นเครื่องดื่มร้อน 6 เมนู เครื่องดื่มเย็น 8 เมนู ราคาเริ่มต้น 25 บาท สูงสุด 40 บาท โดยมีเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ ได้แก่ ลาเต้ ซิกเนเจอร์ และเฮเซลนัท ลาเต้ เย็น

แน่นอนว่า ทั้ง 3 ค่ายคอนวีเนียนสโตร์ต่างต้องงัดกลยุทธ์และโปรโมชั่น เพื่อยึดฐานลูกค้า ไม่ใช่แค่การแย่งชิงกันเอง แต่ต้องรับศึกหนัก เมื่อยักษ์ใหญ่ “เทสโก้โลตัส” กระโดดเข้ามาร่วมสมรภูมิกาแฟสะดวกซื้อ โดยอาศัยเครือข่ายร้านเทสโก้โลตัสเอ็กซ์เพรสทั่วประเทศ

เจมส์ พาโดแวน กรรมการผู้จัดการ เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ระบุว่า กระแสกาแฟได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และกำลังจะขยับเป็นสังคมของการดื่มกาแฟ จากปัจจุบันที่โฟกัสอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือหัวเมืองใหญ่ๆ ในอนาคตจะขยายการบริโภคทั่วทั้งประเทศ เป็นเหตุผลให้ร้านสะดวกซื้อหันมาเพิ่มธุรกิจกาแฟสดเป็นอีกหนึ่งสินค้าหลัก ซึ่งเทสโก้ โลตัส ได้จัดกลุ่มธุรกิจกาแฟสดอยู่ในหมวด Service มีการฝึกอบรมพนักงานให้มีทักษะของบาริสต้า และตั้งเป้าหมายการเข้ามาบุกธุรกิจกาแฟครั้งนี้ คือ ขยับเป็นหนึ่งใน Key Player ของผู้ให้บริการกาแฟในร้านสะดวกซื้อ และผลักดันกาแฟของเทสโก้ โลตัส เป็นหนึ่งใน Top of Mind ของลูกค้า ที่ต้องการดื่มกาแฟสดคุณภาพดีในราคาที่เอื้อมถึงได้ ราคาแก้วละ 25-35 บาท เพื่อเป็น Top 5 ของสินค้าที่ลูกค้านิยมซื้อเมื่อมาใช้จ่ายในเทสโก้โลตัส เอ็กซ์เพรส

“เราใช้กาแฟแบบ Direct Sourcing ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เลือกใช้วัตถุดิบเมล็ดกาแฟสดจากโครงการพัฒนาดอยตุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งกาแฟดอยตุงได้รับการยอมรับทั้งคุณภาพเมล็ดกาแฟ การส่งเสริมการเพาะปลูกอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรในท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีกำลังผลิตเป็นผลเชอร์รี่หรือเมล็ดกาแฟแบบสด 1,200-1,300 ตันต่อปี หรือเป็นเมล็ดกาแฟตากแห้ง 300-400 ตันต่อปี และสามารถขยายกำลังผลิตมากกว่าเท่าตัวในช่วง 1-2 ปีจากนี้”

เหนือสิ่งอื่นใด กาแฟกลายเป็นแม็กเน็ตสำคัญในการปรับโฉมร้านเทสโก้โลตัสเอ็กซ์เพรส ซึ่งทีมงานผู้บริหารเพิ่งประกาศยกเครื่องครั้งใหญ่ตามการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของสังคมเมืองที่ส่งผลให้พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปและคาดว่า ภายในปี 2573 สัดส่วนประชากรไทยจะอาศัยอยู่ในเมืองเพิ่มเป็น 58% จากปัจจุบันอยู่ที่ 50%

ที่ผ่านมา เทสโก้โลตัสได้ทดลองเปิดร้านเอ็กซ์เพรสรูปโฉมใหม่แล้ว 30 สาขา และตามแผนจะเปิดเพิ่มอีก 750 สาขาภายใน 3 ปีข้างหน้า ควบคู่กับการปรับปรุงสาขาเดิม

ทั้งหมดยังไม่นับรวมค่ายบิ๊กซี ซึ่งบริษัทเบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี ซื้อกิจการกาแฟ “วาวี (Wawee Coffee)” ภายใต้แนวคิดกาแฟพรีเมียมของคนไทยที่ราคาจับต้องได้ เริ่มต้นแก้วละ 35 บาท โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขาวาวี จากเวลานี้ 20 กว่าสาขา จะเปิดเพิ่มเป็น 100 สาขาในปีหน้า และครบ 1,000 สาขาภายใน 3-5 ปี ใช้เงินลงทุนทั้งหมด 2,000 ล้านบาท และเตรียมเปิดขายแฟรนไชส์ เพื่อเร่งแผนปูพรมสาขารวดเร็วขึ้น

ทั้งขนาดแฟลกชิปสโตร์ พื้นที่มากกว่า 100 ตร.ม. ขนาดเอส (คีออส) พื้นที่เฉลี่ย 20 ตร.ม. และขนาดเอ็ม พื้นที่ร้านเฉลี่ย 40-80 ตร.ม. อย่าลืมว่า บีเจซีอยู่ในเครือทีซีซีกรุ๊ปของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ซึ่งเสี่ยเจริญบุกเบิกธุรกิจไร่กาแฟมานานมากกว่า 10 ปี ใน เนื้อที่มากกว่า 19,000 ไร่ บนที่ราบสูงบอละเวน ในเมืองปากซอง ประเทศ สปป. ลาว และตั้งเป้าหมายวางแผนช่วงชิงเม็ดเงินในตลาดมานานแล้ว ทดลองโครงการร้านกาแฟหลายแบรนด์ ทั้งแบรนด์สเปเชียลตี้ส์ แบรนด์กาแฟปากซอง (Paksong Coffee) จนกระทั่งตัดสินใจซื้อกิจการร้านกาแฟวาวี

สงครามกาแฟไทยจากเดิมมีเพียงแบรนด์ระดับไฮเอนด์ไม่กี่ค่าย วันนี้ขยายแนวรบสู่ตลาดคอนวีเนียนสโตร์ รองรับสังคมกาแฟในอนาคต ไม่ใช่แค่จำนวนผู้เล่นรายใหญ่เพิ่มมากขึ้นและทุกค่ายต่างมีเม็ดเงินเต็มหน้าตักแล้ว แต่ยังหมายถึงมูลค่าตลาดที่จะโตพุ่งพรวดอีกหลายเท่าด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *