วันอาทิตย์, มีนาคม 26, 2017
Home > Cover Story > คนนอก-มืออาชีพ-Nobody ชื่อ พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ

คนนอก-มืออาชีพ-Nobody ชื่อ พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ

 
ตลอด 80 ปี ที่บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่คร่ำหวอดอยู่ในวงการธุรกิจเครื่องดื่มน้ำเมามาอย่างยาวนาน เป็นที่รู้กันว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นเป็นเพราะการบริหารงานของคนในตระกูลภิรมย์ภักดี สืบเนื่องมาจนกระทั่งถึงทายาทรุ่นที่ 4 
 
กระทั่งมีแนวนโยบายใหม่ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนอน-แอลกอฮอลล์ หลังจากสภาพของตลาดเครื่องแอลกอฮอล์ในประเทศซบเซาลง ผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจกับสุขภาพตัวเองมากขึ้น จนกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่สิงห์ไม่อาจปล่อยผ่านอย่างไม่สนใจได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทุกตัวจะประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค กระนั้นถึงแม้ผลิตภัณฑ์บางตัวจะไปไม่รอดแต่ก็ยังอยู่ภายใต้การบริหารของสิงห์เอง
 
อาจเป็นเพราะการเปลี่ยนผ่านเจนเนอเรชั่นของสิงห์มาสู่รุ่นที่ 4 ทำให้รูปแบบการบริหารงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่คนในตระกูลภิรมย์ภักดีเช่นเดิม ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของวงการธุรกิจที่มักมีการดึงตัวผู้บริหารระดับมืออาชีพที่มีประสบการณ์เข้ามาบริหารงาน เพราะคาดหวังในประสบการณ์ที่ติดตัวมาน่าจะนำมาใช้ประโยชน์ที่หมายถึงผลกำไรที่จะตามมาต่อธุรกิจ 
 
แต่ความเป็นมืออาชีพอาจทำให้ภาพลักษณ์ของตระกูลภิรมย์ภักดีถูกบดบังบนพื้นที่ของหน้าสื่อธุรกิจ ถ้าเช่นนั้นหากใครคนนั้นจะเป็นแค่ Nobody ที่จะทำให้ภาพลักษณ์ไม่โดดเด่นเกินหน้าเกินตาทายาทสิงห์ อาจเป็นเรื่องที่ดีกว่า
 
ล่าสุดเมื่อตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท บุญรอดฟาร์ม จำกัด เป็นบุคคลที่ไม่ได้มีนามสกุล “ภิรมย์ภักดี” ต่อท้าย แต่ป็นผู้ที่เคยดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการการตลาดในประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อย่าง พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นหน้าใหม่ในวงการธุรกิจไทย
 
คนนอกที่เพิ่งมาใหม่อย่างพงษ์รัตน์อาจนำประสบการณ์ด้านการตลาดที่เคยทำงานร่วมกับ ททท. มาใช้ซึ่งดูจะเอื้อประโยชน์ต่อบุญรอดฟาร์มเชียงราย หรือปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น สิงห์ ปาร์ค เชียงราย ที่สิงห์พัฒนาขึ้นเพื่อหวังให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางเกษตรเชิงนิเวศแห่งใหม่ อีกทั้งเป้าประสงค์ที่หวังจะต่อยอดธุรกิจในเชิงอุตสาหกรรมทางการเกษตร ภายใต้ผลิตภัณฑ์แบรนด์ “บุญรอดฟาร์ม” 
 
แต่ความท้าทายที่พงษ์รัตน์ต้องเจอคงไม่ใช่เพียงแค่การบริหารจัดการพื้นที่กว่า 8,600 ไร่ ของสิงห์ ปาร์ค ที่มีแผนจะพัฒนาโครงการพูล วิลล่า จำนวน 20 หลัง ที่จะใช้รองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต โดยมีงบลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท แต่คงต้องแสดงความสามารถด้านการตลาดอันจะนำมาซึ่งรายได้ ที่สิงห์ตั้งเป้าเอาไว้ว่าต้องมีรายได้ปีละ 500-600 ล้านบาท ซึ่งสัดส่วนน่าจะมาจากธุรกิจท่องเที่ยว 60% และธุรกิจฟาร์ม 40%
 
ที่ผ่านมาพงษ์รัตน์อาจนั่งแท่นบริหารงานแค่สิงห์ ปาร์ค เพียงอย่างเดียว แต่เมื่อไม่นานมานี้หลังการร่วมทุนระหว่างสิงห์ คอร์เปอเรชั่น และบริษัท มารุเซ็น ที เจแปน  ทำให้พงษ์รัตน์ต้องรับหน้าที่กรรมการผู้จัดการของบริษัท มารุเซ็น ฟู้ด (ไทยแลนด์) อีกตำแหน่ง ถึงแม้จะไม่ใช่คนในตระกูลภิรมย์ภักดี แต่เมื่อดูจากบทบาทความสำคัญของหน้าที่ที่พงษ์รัตน์ได้รับในระดับผู้บริหารบริษัทในเครือของสิงห์แล้ว ตำแหน่งที่มาพร้อมกับภาระอันหนักอึ้งนี้คงเป็นตัวกระตุ้นจิตวิญญาณแห่งการเป็นผู้บริหารที่ดีได้
 
ภายใต้ภาวะกดดันทั้งที่จะต้องบริหารจัดการธุรกิจสิงห์ ปาร์ค เชียงราย ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังในเรื่องของรายได้ การสร้างความนิยมและเป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งใหม่ประสบความสำเร็จเหมือนกับที่ฟาร์มโชคชัยทำได้มาก่อน อีกทั้งยังต้องดูแลผลิตภัณฑ์ชาเขียวตัวใหม่ที่จะกำลังอยู่ในขั้นตอนการผลิต ซึ่งอาจนับได้ว่านี่จะเป็นบทพิสูจน์ความสามารถในการได้มาซึ่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ และยังต้องสร้างผลงานเพื่อเปิดพื้นที่ให้กับตัวเองในแวดวงธุรกิจอีกด้วย
 
ด้วยพื้นที่ของสิงห์ ปาร์ค เชียงราย สถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศอันเต็มไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้งและแอดเวนเจอร์ คงเป็นเรื่องไม่เหมาะสมหากจะเก็บตัวอยู่บนหอคอยงาช้างบนยอดเขาหลบแดดกลัวลม ผู้บริหารอย่างพงษ์รัตน์จำต้องวางมาดสุขุมของนักบริหารและนักคิดลงในบางเวลา เพื่อร่วมสร้างประสบการณ์แอดเวนเจอร์เสมือนนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง 
 
คงเป็นเรื่องแปลกหากผู้ที่ต้องรับหน้าที่กรรมการผู้จัดการถึงสองบริษัทจะสามารถยิ้มแย้มได้ตลอดเวลา เมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศไทยไม่อาจเรียกได้ว่ามีเสถียรภาพ หรืออยู่ในสภาวะนิ่งสงบ ทั้งยังต้องงัดกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อสินค้าและบริการให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค แต่ผู้บริหารอย่างพงษ์รัตน์อาจเป็นข้อยกเว้น เมื่อเขาได้อยู่ในพื้นที่ที่ใครหลายคนอาจรู้สึกอิจฉา พื้นที่ที่เต็มไปด้วยต้นชาและทุ่งหญ้าสีเขียว อีกทั้งยังมีเนินเขาที่เต็มไปด้วยดอกไม้และสัตว์อย่าง ยีราฟ ม้าลาย หรือวัววาตูซี่ บรรยากาศเหล่านี้น่าจะประหนึ่งเสมือนยาแก้เครียดหรือบรรเทาความเหนื่อยล้าได้อย่างดี
 
ข้อได้เปรียบในหลายๆ ด้านรอบตัวพงษ์รัตน์ ประกอบกับประสบการณ์ด้านการตลาดในสมัยที่ยังทำงานให้กับการท่องเที่ยวไทย และการเข้ามาอยู่ในวงศ์วานของตระกูลใหญ่อย่างภิรมย์ภักดี ที่คนในบอกว่าได้มาเพราะความสามารถล้วนๆ คงจะเป็นเครื่องการันตีผลงานของพงษ์รัตน์และผลประโยชน์ที่สิงห์จะได้รับจากผู้บริหารหน้าใหม่ 
 
Someboby หมายถึงการเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในมิติของ Nobody จะเป็นไปไม่ได้
 
Relate Story