วันพฤหัส, ตุลาคม 24, 2019
Home > Cover Story > ข้อพิพาทการค้าจีน-สหรัฐฯ สุดทางเมื่อต่างสูญเสีย?

ข้อพิพาทการค้าจีน-สหรัฐฯ สุดทางเมื่อต่างสูญเสีย?

ประเด็นข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ที่เคลื่อนไหวตอบโต้กันอย่างหนักหน่วงในช่วงที่ผ่านมา ทั้งในมิติของการตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าเพื่อให้เอกชนในสหรัฐฯ สามารถแข่งขันราคาสินค้าภายในประเทศกับสินค้านำเข้าจากจีนหรือแม้กระทั่งความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนข้อปฏิบัติด้านทรัพย์สินทางปัญญา และการอุดหนุนอุตสาหกรรมและโครงสร้างภาษีแล้ว

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างจีน-สหรัฐอเมริกา กำลังถูกกระทำให้ปริห่างออกจากกันมากขึ้นไปอีก เมื่อปรากฏว่าทางการแคนาดาเข้าควบคุมและจับกุม เหมิง หวันโจว ที่มีสถานะเป็นทั้ง CFO ของบริษัท HUAWEI และบุตรสาวของ เหริน เจิ้งเฟย ประธานและผู้ก่อตั้ง HUAWEI เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

มูลเหตุของการจับกุมตัว เหมิง หวันโจว เกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาที่ว่า HUAWEI นำบริษัทลูกในนาม Skycom ประกอบธุรกรรมอำพรางเมื่อปี 2013 ในการจำหน่ายสินค้าโทรคมนาคมให้กับประเทศอิหร่าน ประเทศที่ถูกทางการสหรัฐฯ ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอยู่ โดยในการจับกุมดำเนินคดีในครั้งนี้ อาจทำให้ เหมิง หวันโจว ถูกส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังสหรัฐอเมริกา และหากได้รับการพิจารณาตัดสินว่ามีความผิดจริงมีโอกาสที่จะโดนจำคุกสูงสุดถึง 30 ปี

ในรายงานของสำนักงานอัยการ ทางการแคนาดาระบุว่า เหมิง หวันโจว มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมด้วยการขายอุปกรณ์โทรคมนาคมให้แก่อิหร่าน ผ่านบริษัท Skycom ซึ่งเป็นบริษัทลูกแบบลับๆ ของ HUAWEI ในฮ่องกง

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจประการหนึ่งก็คือ อาณาจักรธุรกิจของ HUAWEI มิได้จำกัดอยู่เฉพาะโทรศัพท์มือถือเท่านั้น หากยังครอบคลุมระบบโทรคมนาคมหลากหลาย ทั้งระบบเครือข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง และระบบเน็ตเวิร์กขนาดใหญ่ และยังเป็นผู้ครอบครองสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็น 4G TDD รวมถึงล่าสุด 5G ซึ่งนอกจากจะทำให้ HUAWEI มีสถานะเป็นความภาคภูมิใจของจีนแล้ว ยังถือเป็นหนึ่งในบริษัทจีนที่จะนำพาประเทศไปสู่เป้าหมาย Made in China 2025 อีกด้วย

การเติบโตขึ้นของ HUAWEI ดำเนินไปท่ามกลางความเคลือบแคลงและกังวลใจให้กับนานาประเทศ ทั้งในมิติของความมั่นคง และกรณีว่าด้วยการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งรวมถึงบังคับให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างไม่เต็มใจจากบริษัทต่างชาติ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในราคาต่ำกว่าผู้ประกอบการในประเทศอื่นๆ อย่างยากจะแยกออก

แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาทาง HUAWEI จะออกมาปฏิเสธถึงความเกี่ยวข้องต่อ Skycom แต่ทางการสหรัฐฯ รวมถึงแคนาดาพบว่า พนักงานของสกายคอม ใช้ที่อยู่ หรือ email address เดียวกับ HUAWEI รวมถึงยังมีบัตรแสดงตัวเป็นรูปโลโกของ HUAWEI ด้วย โดยทางการสหรัฐฯ ได้ออกหมายจับ เหมิง หวันโจว มาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

กระนั้นก็ดี มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ของสหรัฐอเมริกา เป็นมาตรการฝ่ายเดียว

ซึ่งแม้จะเรียกร้องให้นานาชาติปฏิบัติตาม แต่กรณีดังกล่าวไม่ได้ผ่านหรือได้รับความเห็นชอบจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จึงไม่ได้เป็นมาตรการที่มีผลบังคับต่อประเทศใดๆ การจับกุม เหมิง หวันโจว จึงมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศไม่น้อยเลย

ขณะเดียวกัน กรณีดังกล่าวยังเป็นประหนึ่งการราดน้ำมันเข้าสู่กองเพลิงที่มีเชื้อไฟสุมขอนให้ระอุเดือดขึ้นมาอีกครั้ง และเป็นการขยายแนวแห่งสมรภูมิศึกการค้าโลกให้คุกรุ่น และพร้อมจะบานปลายสร้างความเสียหายต่อคู่กรณีแต่ละฝ่ายยิ่งขึ้นไปอีก

ความเป็นไปของสงครามการค้าจากกรณี เหมิง หวันโจว ซึ่งได้รับการคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO แห่ง HUAWEI ในอนาคต ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการต่อรองด้วยมิติชั้นเชิงทางการทูตที่เป็นไปอย่างเข้มข้นเท่านั้น โดยจะเห็นได้จากการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริการะบุว่า อาจเข้ามาแทรกแซงกรณีดังกล่าว หากจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้จีน-สหรัฐฯ สามารถเจรจาการค้าได้

หากแต่กรณีดังกล่าวนี้ ยังได้สั่นคลอนความมั่นใจสำหรับผู้บริหารบริษัทของทั้งในจีนและสหรัฐอเมริกาอย่างมาก ถึงความปลอดภัยและสวัสดิภาพในการเดินทาง เพราะคงไม่มีผู้บริหารรายใดปรารถนาที่จะต้องตกอยู่ในสภาพของการเป็นเบี้ยแลกเปลี่ยนในการเจรจาทางการค้าที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะนำไปสู่บทสรุปได้โดยง่าย

ขณะเดียวกัน การตอบโต้ของแต่ละฝ่ายยังดูขยายวงกว้างออกไปอย่างต่อเนื่องไม่สิ้นสุดเมื่อศาลประชาชนกลางแห่งเมืองฝูโจว มณทลฝูเจี้ยน มีคำพิพากษา สั่งห้ามจำหน่าย iPhone สมาร์ทโฟนจากฝั่งฟากอเมริกาของ Apple Inc.ในประเทศจีน จากผลของคำร้องขอของ Qualcomm ผู้ผลิตไมโครชิปรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ที่ระบุเป็นข้อกล่าวหาว่าสมาร์ทโฟน iPhone ของ Apple Inc. “ละเมิดสิทธิบัตร 2 ฉบับ ของ Qualcomm”

นักวิเคราะห์สถานการณ์ ประเมินคำพิพากษาของศาลประชาชนกลางเมืองฝูโจว ว่าทางการจีนเร่งรัดกระบวนการพิจารณาคดีอย่างรวดเร็วกว่าปกติ แตกต่างจากกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา ซึ่ง Qualcomm ก็ได้ยื่นคำร้องฟ้องคดีด้วยเช่นกัน หากแต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาคดีแต่อย่างใด

คำพิพากษาของศาลประชาชนกลางของจีนต่อกรณีเช่นนี้ จึงได้รับการประเมินว่าเป็นมาตรการตอบโต้ต่อกรณีการจับกุม CFO ของ HUAWEI หลังจากที่ทางการจีนโดยรัฐบาลปักกิ่งได้ดำเนินการตอบโต้ด้วยการเรียกทูตของทั้งสหรัฐอเมริกาและแคนาดามาเข้าพบก่อนหน้านี้แล้ว

กระบวนการตอบโต้ของจีนไม่ได้ดำเนินไปเฉพาะในระดับรัฐเท่านั้น หากแต่ภาคเอกชนก็ร่วมในกระบวนการตอบโต้อย่างหนักหน่วงเช่นกัน เมื่อปรากฏว่าบรรษัท ห้างร้าน และโรงงานหลายแห่งในประเทศจีน ได้ออกมาตรการ “ห้ามใช้ ห้ามซื้อ” สมาร์ทโฟนของ iPhone แต่ “ให้ซื้อ ให้ใช้” เฉพาะสมาร์ทโฟนจาก HUAWEI เท่านั้น ซึ่งมาตรการเหล่านี้ยังมีบทกำหนดว่าด้วยการให้คุณให้โทษ สำหรับผู้ปฏิบัติตามและฝ่าฝืนด้วย

ปฏิกิริยาดังกล่าว ในด้านหนึ่งสร้างความกังวลใจให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวของแคนาดาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะในช่วงปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าสู่แคนาดามากถึง 7 แสนคนต่อปี และกำลังเติบโตด้วยอัตราเร่งเฉลี่ยปีละร้อยละ 10-12

ขณะเดียวกันยังมีการประเมินด้วยว่านักท่องเที่ยวชาวจีนแต่ละราย มีการใช้จ่ายเงินในแคนาดามากถึงคนละ 2,400-3,000 เหรียญสหรัฐ หรือนับเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจจำนวนกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐอีกด้วย ซึ่งหากมีความไม่พึงพอใจต่อท่าทีของแคนาดาในการจับกุมผู้บริหารของ HUAWEI ขยายตัวออกไปสู่การตอบโต้ในอนาคต อาจหมายถึงผลเสียหายทางเศรษฐกิจต่อแคนาดาที่จะติดตามมาอย่างยากจะเลี่ยง

การประลองกำลังที่กำลังมีขึ้นและท่วงทำนองของการแข่งขันบนสมรภูมิเทคโนโลยี ในด้านหนึ่งอาจส่งผลให้การเจรจาการค้าที่มีกำหนดหมุดหมายแห่งข้อสรุปไว้ไม่เกินวันที่ 1 มีนาคมปีหน้า ก่อนที่แต่ละฝ่ายอาจดำเนินมาตรการด้านภาษีศุลกากรชุดใหม่ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ดำเนินไปด้วยความเสี่ยงและอย่างยากลำบากมากขึ้น

ข้อพิพาททางการค้าที่มีแนวโน้มจะขยายตัวไปสู่การตอบโต้อย่างหนักหน่วงระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาในห้วงเวลาปัจจุบัน อาจเปิดเผยให้เห็นการพังทลายลงของปลายยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่พร้อมจะสร้างแรงกระเพื่อมแผ่กว้างไปไกล

หากแต่ถึงที่สุดแล้วฐานรากของปัญหาและความไม่แน่นอนแห่งอนาคตที่ฝังตัวเบื้องล่างประหนึ่งภูเขาไฟใต้ท้องทะเลที่รอวันปะทุแตก ซึ่งพร้อมที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดุลยภาพและนำไปสู่การผลิตสร้างภูมิทัศน์ใหม่ต่างหาก คือสิ่งที่หลายฝ่ายพยายามหลีกเลี่ยง เพราะคงไม่มีผู้ใดประสงค์ที่จะอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียสถานภาพและผลกระทบที่ยากควบคุมจากกรณีเช่นว่านี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *