วันพฤหัส, ตุลาคม 19, 2017
Home > On Globalization > การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของ Gentlemen’s Clubs ในสหราชอาณาจักร

การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของ Gentlemen’s Clubs ในสหราชอาณาจักร

 
 
คำว่า Gentlemen’s Clubs ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่เที่ยวพักผ่อนสำหรับผู้ชายในเวลากลางคืนเหมือนที่เราเข้าใจกันในปัจจุบัน แต่คำว่า Gentlemen’s Clubs หมายถึงสถานที่ที่เป็นที่ส่วนตัว มีลักษณะคล้ายบ้าน ที่ผู้ชายจะมารวมตัวกันเพื่อทำความรู้จักและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันในเรื่องต่างๆ 
 
ซึ่งใน Gentlemen’s Clubs นี้ก็จะมีทั้งอาหาร เครื่องดื่มไว้บริการ มีห้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องอาหาร ห้องสมุด ห้องเล่มเกมส์ ห้องอาบน้ำ และสถานที่สำหรับเล่นกีฬา เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาใช้บริการให้รู้สึกเหมือนกับว่าอยู่บ้านของตัวเอง และยังได้ใช้เวลาในการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับเพื่อนๆ ได้อีกด้วย
 
Gentlemen’s Clubs ในสหราชอาณาจักร เริ่มมีการก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ซึ่งในช่วงนั้นจะอนุญาตให้คนอังกฤษชั้นสูงเท่านั้นที่สามารถเข้าไปใช้บริการได้ ต่อมาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 เริ่มอนุญาตให้คนชนชั้นกลางที่ค่อนข้างมีฐานะและทำงานในตำแหน่งผู้บริหารสามารถเข้าเป็นสมาชิกและใช้บริการได้ และแน่นอนว่าตั้งแต่ที่ Gentlemen’s Clubs เริ่มเปิดให้บริการในศตวรรษที่ 18 นั้น มีเพียงผู้ชายเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกได้ ผู้หญิงไม่สามารถสมัครสมาชิกได้ แต่สามารถเป็นผู้ติดตามได้ อย่างเช่นว่าถ้า Gentlemen’s Clubs มีการจัดงานเลี้ยง ผู้ที่เป็นสมาชิกสามารถพาภรรยาหรือลูกสาวเข้ามาร่วมงานได้ในฐานะของผู้ติดตามเท่านั้น
 
Gentlemen’s Clubs ไม่ได้มีเพียงแค่ในสหราชอาณาจักรเท่านั้น แต่ยังคงมีอีกหลายประเทศที่ยังคงมี Gentlemen’s Clubs เหมือนกับสหราชอาณาจักร อย่างเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย อินเดีย ปากีสถาน แอฟริกาใต้ สวีเดน นิวซีแลนด์ และโรมาเนีย เป็นต้น สังเกตได้ว่าประเทศส่วนใหญ่ที่มี Gentlemen’s Clubs นั้นจะเคยตกเป็นเมืองขึ้นหรือเคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศมาก่อน และน่าจะได้รับวัฒนธรรมนี้มาจากประเทศอังกฤษ อย่างเช่นประเทศอินเดีย ปากีสถาน แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นต้น
 
การที่ Gentlemen’s Clubs ยังคงมีอยู่ในปัจจุบันถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่ Gentlemen’s Clubs ยังไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไปเป็นสมาชิกได้นั้นทำให้เกิดการพูดคุยและถกเถียงกันในเรื่องนี้พอสมควร เพราะตอนนี้เราอยู่ในศตวรรษที่ 21 ที่มีกฎหมายต่างๆ ออกมามากมายเพื่อไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง และการที่ Gentlemen’s Clubs ในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และโรมาเนีย เป็นต้น ยังเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงอยู่ ทั้งๆ ที่ประเทศเหล่านี้มีกฎหมายไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง หลายคนจึงมองว่าการกระทำของ Gentlemen’s Clubs เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมในการกีดกันผู้หญิงไม่ให้เข้าเป็นสมาชิก
 
ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ข่าวต่างๆ ที่เกี่ยวกับ Gentlemen’s Clubs ต่างได้รับความสนใจตลอดมา เพราะ Gentlemen’s Clubs ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายในการรับผู้หญิงเข้ามาเป็นสมาชิก ซึ่งการที่ Gentlemen’s Clubs เหล่านี้จะตัดสินใจว่าจะอนุญาตให้ผู้หญิงสามารถเข้าเป็นสมาชิกได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสมาชิกของคลับนั้นๆ ซึ่งในแต่ละคลับก็จะมีการเชิญสมาชิกมาร่วมประชุมและมีการลงคะแนนเสียงกัน ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากที่มีการลงคะแนนกันก็จะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จึงทำให้บาง Gentlemen’s Club ได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงกฎเหล่านี้แล้ว ด้วยการอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าเป็นสมาชิกได้ 
 
ยกตัวอย่างเช่น Royal Troon Golf Club ในสหราชอาณาจักร ซึ่งถือว่าเป็นสนามกอล์ฟที่ใหญ่และเป็นสถานที่สำคัญของสหราชอาณาจักร ซึ่ง Royal Troon Golf Club ได้ถูกเลือกให้จัดการแข่งขันครั้งที่ 145 Open Championship ซึ่งถือว่าเป็นรายการการแข่งขันกอล์ฟที่สำคัญของประเทศอังกฤษเลย Royal Troon Golf Club  ถือว่าเป็นสปอร์ตคลับที่เดียวที่ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกอล์ฟ และยังคงมีนโยบายที่จะไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกได้ ทำให้ทาง Royal Troon Golf Club ได้เริ่มมีการพูดคุยเกี่ยวกับนโยบายเรื่องการอนุญาตให้ผู้หญิงเข้ามาเป็นสมาชิกได้ตั้งแต่เดือนมกราคม เป็นต้นมา 
 
Dr. Martin Cheyne ซึ่งเป็นผู้บริหาร Royal Troon Golf Club ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า สมาชิกได้มีการพูดคุยกันหลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ Royal Troon Golf Club ควรจะแสดงให้สังคมเห็นว่า ถึงแม้ว่าเราจะอยู่มานาน และมีวัฒนธรรมเหล่านี้สืบทอดกันมา แต่เราก็มีการปรับตัวให้เข้ากับโลกในปัจจุบันนี้  Royal Troon Golf Club จึงได้มีการนัดสมาชิกเข้ามาประชุมเพื่อลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา และผลปรากฏว่าสมาชิกที่มีสิทธิ์ลงคะแนนมากกว่า 360 คน จากทั้งหมด 600 คน ต่างเห็นด้วยที่จะอนุญาตให้ผู้หญิงเข้ามาเป็นสมาชิกและเป็นส่วนหนึ่งของ Royal Troon Golf Club ดั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา
 
ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีสปอร์ตคลับหลายแห่งในสหราชอาณาจักรที่อนุญาตให้ผู้ชายเท่านั้นที่สามารถเข้าเป็นสมาชิกได้ และยังไม่มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายเหล่านี้ ทำให้หลายองค์กรเริ่มที่จะออกมากดดันสปอร์ตคลับและ Gentlemen’s Clubs อื่นๆ ให้พิจารณายกเลิกการกีดกันผู้หญิงจากการเข้าเป็นเป็นสมาชิก
 
ยกตัวอย่างเช่น The Honourable Company of Edinburgh Golfers ที่เมือง Muirfield หรือที่คนในยุโรปเรียกสั้นๆ ว่า Muirfield นั้น ได้มีการพูดคุยระหว่างสมาชิกเพื่อจะพิจารณาเปลี่ยนนโยบายเรื่องการรับผู้หญิงเข้ามาเป็นสมาชิกของสปอร์ตคลับได้ 
 
กลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาจึงได้มีการเชิญสมาชิกเข้าร่วมประชุมเพื่อลงคะแนนเสียงว่าจะอนุญาตให้ผู้หญิงเข้ามาเป็นสมาชิกได้หรือไม่ ผลปรากฏว่าสมาชิก 64% ลงความเห็นว่าควรจะอนุญาตให้ผู้หญิงเข้ามาเป็นสมาชิกได้ ในขณะที่อีก 36% ยังคงไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้ ซึ่งทำให้ผลคะแนนการออกเสียงครั้งนี้ไม่มีฝ่ายใดได้คะแนนเกินสองในสาม หรือ 66% ซึ่งตามกฎของ Muirfield นั้น การจะเปลี่ยนแปลงกฎใดๆ ก็ตาม สมาชิกจะต้องเห็นด้วยมากกว่าสองในสามจึงจะสามารถเปลี่ยนกฎเกณฑ์เหล่านั้นได้ ดังนั้นในการลงคะแนนครั้งนี้ Muirfield จึงยืนยันตามเดิมว่ายังไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไปเป็นสมาชิกได้
 
หลังจากที่ Muirfield ยังคงยืนยันว่าผู้หญิงไม่สามารถเข้าเป็นสมาชิกได้ Royal & Ancient Golf Club of St. Andrews หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า R&A ซึ่งเป็นองค์กรต้นแบบที่เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ในการเล่นกอล์ฟในสหราชอาณาจักรมีความเห็นพ้องต้องกันจากคณะกรรมการทุกคนว่า ในการจัดการแข่งขันกอล์ฟรายการ The Open Championship นั้นจะไม่อนุญาตให้ Muirfield ส่งข้อเสนอการเป็นตัวแทนการจัดการแข่งขันได้ เนื่องจาก R&A มีความเห็นว่า รายการ The Open Championship นั้นเป็นรายการใหญ่ และยังมีการจัดการแข่งขันทุกปีและยังคงจะมีต่อไปในอนาคตอีกยาวนาน การที่ Muirfield ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าเป็นสมาชิกได้ จึงดูเหมือนว่ากีฬากอล์ฟมีการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง ทั้งๆ ที่ก็มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่เป็นนักกีฬากอล์ฟและเล่นกอล์ฟเป็นงานอดิเรก 
 
นอกจากนี้เมื่อเดือนกันยายน ปี 2557  R&A ได้มีนโยบายที่จะยกเลิกกฎที่ว่า ผู้ชายเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าเป็นสมาชิกได้ ซึ่งกฎนี้มีการใช้กันมานานกว่า 260 ปีแล้ว ดังนั้นเมื่อ Muirfield ได้มีการลงคะแนนเสียงและไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้ จึงทำให้ R&A ตัดสินใจที่จะตัด Muirfield ออกจากการเป็นสมาชิกในตอนนี้ R&A ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่ Muirfield มีการปรับเปลี่ยนนโยบายนี้แล้ว R&A อาจจะมีการพิจารณาอีกครั้งในอนาคตว่าจะให้ Muirfield มีโอกาสเป็นผู้จัดงาน The Open Championship หรือไม่
 
หลังจากที่ R&A ได้มีการประกาศเรื่องนี้ออกมา ทำให้ชื่อเสียงของ Muirfield ดูไม่ดีและเกิดความเสียหายต่างๆ ตามมา Henry Fairweather ผู้บริหารของ Muirfield ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า Muirfield จะต้องมีการคุยกับสมาชิกทั้งหมดอีกทีในเรื่องการรับผู้หญิงเข้ามาเป็นสมาชิกได้ เพราะถ้าหากว่าสมาชิกทุกคนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันในเรื่องนี้ก็จะทำให้ได้คะแนนเกินสองในสาม และสามารถเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์เหล่านี้ได้ ซึ่งถ้าหากผลคะแนนออกมาว่า อนุญาตให้ผู้หญิงเข้ามาเป็นสมาชิกได้ ก็จะสามารถช่วยกู้ชื่อเสียงของ Muirfield ให้กลับมาได้
 
ในสหราชอาณาจักรยังคงมี Gentlemen’s Clubs อยู่เป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น The Garrick Club, Royal St. George และ The East Lothian Club เป็นต้น แต่ในช่วง 2–3 ปีให้หลังมานี้คลับต่างๆ เหล่านี้ ต่างเริ่มที่จะมีการพูดคุยกันถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์เรื่องอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าเป็นสมาชิกได้ และมีคลับเป็นจำนวนมากได้ทยอยเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์เหล่านี้แล้ว ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะแรงกดดันจากสังคมและองค์กรต่างๆ อย่าง R&A ที่ทำให้ Gentlemen’s Clubs ต่างต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
 
ถึงแม้ว่า Gentlemen’s Clubs ในแต่ละแห่งของสหราชอาณาจักรจะมีประวัติมายาวนาน แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไปหลายๆ คลับก็ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับโลกในยุคปัจจุบัน และแน่นอนว่าเมื่อผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในสังคมมากขึ้น มีสิทธิต่างๆ เทียบเท่ากับผู้ชาย และสหราชอาณาจักรก็สนับสนุนให้ผู้หญิงได้รับสิทธิในสังคมเทียบเท่ากับผู้ชาย ดังนั้นการกีดกันผู้หญิงไม่ให้เข้าเป็นสมาชิกจึงดูเป็นการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงที่ผู้คนในสังคมในสหราชอาณาจักรไม่น่าจะยอมรับได้