วันพุธ, ธันวาคม 11, 2019
Home > Cover Story > กันยงปรับกลยุทธ์ เพิ่มฐานผลิตในไทย มุ่งสู่ตลาด AEC

กันยงปรับกลยุทธ์ เพิ่มฐานผลิตในไทย มุ่งสู่ตลาด AEC

 
ชายหนุ่มเชื้อสายจีน ชื่อ นายเฮี๊ยบ กิมเหลียง จากเกาะฟอร์โมซา (ไต้หวัน) เดินทางหนีความแร้นแค้นเข้ามาต่อสู้ในเมืองไทย ยุคเสื่อผืนหมอนใบ เริ่มนับหนึ่งจากการเป็นลูกจ้างในร้านซ่อมจักรยานเล็กๆ ใช้ทักษะในอาชีพ บวกกับความขยัน มัธยัสถ์ อดออม สะสมเงินทุนมาเปิดร้านขายยางรถยนต์ ยี่ห้อโยโกฮาม่า ซึ่งนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น รู้จักกับนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก และชักนำเข้าสู่วงการธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า 
 
เมื่อปี พ.ศ. 2507 สิทธิผล โพธิวรคุณ (เฮี๊ยบ กิมเหลียง) และเพื่อนๆ ได้ร่วมกับบริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอร์เปอร์เรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งบริษัท กันยงอีเลคทริก แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ขึ้น (ชื่อในขณะนั้น) ผลิตพัดลมไฟฟ้ายี่ห้อ “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค” โดยมีโรงงานตั้งอยู่ที่ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ บนพื้นที่เพียง 6 ไร่ ด้วยจำนวนพนักงานเพียง 50 คน ซึ่งถือได้ว่าเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งแรกในต่างประเทศ ที่บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอร์เปอร์เรชั่น ประเทศญี่ปุ่นมาร่วมลงทุน
 
บริษัท กันยงได้เติบโตและก้าวขึ้นเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศ ด้วยจำนวนพนักงานมากกว่า 2,500 คน  และย้ายบริษัทและโรงงานมาอยู่ที่ถนนบางนา-ตราด จังหวัดสมุทรปราการ ในเนื้อที่ทั้งสิ้นกว่า 72ไร่ และเปลี่ยนสถานภาพจากบริษัทจำกัดมาเป็นบริษัทจำกัด มหาชน และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมกับเปลี่ยนชื่อมาเป็นบริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน)ในปี พ.ศ. 2536 
 
จากปัจจัยสนับสนุนมากมาย ทั้งหุ้นส่วนที่ดีอย่างบริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอร์เปอร์เรชั่น การมีเทคโนโลยีที่ดี ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วโลก มีระบบการพัฒนาด้านเทคโนโลยีให้ดีขึ้นอยู่เสมอ และเป็นที่ยอมรับของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ล้วนเป็นปัจจัยสร้างความสำเร็จให้กับบริษัท ในขณะเดียวกัน อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากและถือเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนการทำงาน คือการที่บริษัทมีพนักงานที่ดี มีคุณภาพและประสบการณ์ ซึ่งประพัฒน์ โพธิวรคุณ ประธานกรรมการบริษัท กันยงอิเลคทริก จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวไว้ในงานฉลองครบรอบ 50  ปี ในปีนี้ว่า  
 
“เราต้องยอมรับว่าก้าวมาถึงวันนี้ได้ในก้าวเดินที่มั่นคงมาเป็นเวลานานถึง 50 ปี ก็เพราะพนักงานของเรา จากวันนั้นถึงวันนี้พวกเราไม่เคยทอดทิ้งกัน เราได้มาถึงจุดแห่งความภาคภูมิใจที่เรามี และมั่นใจได้ว่าเราจะก้าวต่อไปในอนาคตด้วยความมั่นคงและมุ่งมั่นที่จะสร้างความรุ่งเรืองอย่างไม่หยุดยั้ง”
 
ปัจจุบัน บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านภายใต้แบรนด์ “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค” อยู่ 5 ผลิตภัณฑ์ด้วยกันได้แก่ ตู้เย็น พัดลม พัดลมระบายอากาศ ปั๊มน้ำ เครื่องเป่ามือ ซึ่งในปีที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้รวมจากการขายทั้งหมด 9,555 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนยอดขายมากที่สุดจากตู้เย็น พัดลม ปั๊มน้ำ พัดลมระบายอากาศ เครื่องเป่ามือ ตามลำดับ        
 
สำหรับยอดกำลังการผลิตปัจจุบันสามารถยกระดับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดตามยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันกำลังการผลิตตู้เย็นและพัดลมสามารถยกระดับได้ผลิตภัณฑ์ละ 1 ล้านเครื่องต่อปี สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เหลืออื่นๆ นั้นก็สามารถยกระดับการผลิตเพิ่มขึ้นได้รวมกันมากกว่า 5 แสนเครื่องต่อปี ซึ่งเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว
 
“ปัจจุบันบริษัทฯ และ Mitsubishi Electric Corporation ยังคงมุ่งขยายฐานการผลิตในประเทศไทยเป็นหลัก เนื่องจากมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ดี แรงงานมีฝีมือ มีระบบ supply chain และ logisticที่เพียบพร้อมและมีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสินค้าที่สูงของแบรนด์มิตซูบิชิ อีเล็คทริคอีกด้วย” ซาดาฮิโร โทมิตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันยงอิเลคทริก จำกัด (มหาชน) กล่าว
 
กลุ่มมิตซูบิชิมีโรงงานผลิตเครื่องไฟฟ้า 9 แห่ง โรงงาน 8 แห่งอยู่ในไทย และอีก 1 แห่งอยู่ในญี่ปุ่น โดยในอนาคตบริษัทได้ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้มากถึง 2 เท่าจากกำลังการผลิตในปัจจุบัน ที่กำหนดเป้าหมายการส่งออก โดยมุ่งขยายสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น และมุ่งขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศควบคู่กับการเปิดบริษัทใหม่ของพาร์ตเนอร์ Mitsubishi Electric Corporation เพื่อดูแลการขายสินค้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดอาเซียน 10 ประเทศ จีนและอินเดีย รวมถึงฐานลูกค้าที่มีอยู่แล้วในทวีปยุโรป   
 
ในขณะที่ปัจจุบันสัดส่วนการส่งออกไปยังต่างประเทศทั้งหมดอยู่ที่ 75% ใน 20 ประเทศทั่วโลก ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกไปยังญี่ปุ่นมากถึง 50% ที่เหลือเป็นการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ และจากผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ผ่านมา ทำให้บริษัทกันยงอิเลคทริกและพาร์ตเนอร์พุ่งเป้าหมายไปยังตลาดอาเซียน 10 ประเทศ ที่มีฐานลูกค้ารวมกันกว่า 600 ล้านคน   
 
ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เริ่มบุกตลาดเข้าไปยังประเทศใหม่ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดยจำหน่ายสินค้าผ่านบริษัทขายและตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ๆ ส่งผลให้ขยายยอดขายได้ดีอย่างต่อเนื่อง การขยายการส่งออกส่วนนี้ช่วยให้บริษัทฯ หลุดพ้นจากการค้าที่พึ่งพาตลาดญี่ปุ่นเป็นหลักอย่างเดียว 
 
นอกจากนี้ในอนาคตบริษัทยังมุ่งหวังที่จะเพิ่มสาย (ไลน์) สินค้าให้มากขึ้น จะไม่หยุดอยู่เพียง 5 กลุ่มสินค้าหลักเท่านั้น โดยจะเร่งสร้างศักยภาพและมาตรฐานการผลิต ความสามารถในการควบคุมต้นทุนให้สามารถแข่งขันทางธุรกิจได้มากขึ้น และดึงดูดการลงทุนการผลิตในสินค้าอื่นๆ จาก Mitsubishi Electric Corporation ได้ต่อไป
 
ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะมีรายได้สูงถึง 2 หมื่นล้านบาท จากการที่ขยายฐานการส่งออกและการเปิดประชาคมอาเซียน ในอีก 2 ปีข้างหน้า ในขณะเดียวกันอีก 5 ปีข้างหน้า กันยงอีเลกทริคก็ตั้งเป้าหมายในการเป็น  Regional Brand ด้วยเช่นกัน
 
50 ปีของกันยงอีเลคทริกที่ก้าวผ่านเรื่องราวมามากมาย มีประวัติศาสตร์อันยาวนานพร้อมก้าวต่อไปด้วยกลยุทธ์การตลาด เพื่อตอบโจทย์วิสัยทัศน์ของบริษัทที่ว่า “มุ่งสร้างรากฐานการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ปรับภาพลักษณ์องค์กรสู่สากล ตั้งเป้าการส่งออกเติบโตต่อเนื่อง มุ่งพลิกผันสู่การดำเนินธุรกิจระดับโลกอย่างแท้จริง”