วันอังคาร, สิงหาคม 21, 2018
Home > Cover Story > กวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ เค.อี.กรุ๊ปรุ่น 2 รุกสมรภูมิเดือด

กวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ เค.อี.กรุ๊ปรุ่น 2 รุกสมรภูมิเดือด

1 สิงหาคม 2561

ศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เค.อี.กรุ๊ป ถือฤกษ์ดีเผยโฉมโครงการบ้านเดี่ยวอัลตราลักชัวรีระดับ 6 ดาว “คริสตัล โซลานา” ที่ประกาศยืนยันความหรูหราที่สุดในเมืองไทย มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท และมากกว่านั้น คือการเปิดตัวผู้บริหารหนุ่ม ทายาทคนโต กวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ในฐานะรองกรรมการผู้จัดการ ที่จะเข้ามาลุยแผนงานใหญ่ พลิกจุดเปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจแบบ “Aggressive” มากขึ้น

โดยเฉพาะการเร่งภารกิจสานต่อยุทธศาสตร์การขยายอาณาจักรสร้าง “เมือง” ของกวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ผู้เป็นพ่อ หลังจากซุ่มเงียบวางแผน ทยอยซื้อสะสมที่ดินและเงินทุน รวมทั้งเจรจากับพันธมิตรทั้งในไทยและต่างชาติมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ซึ่งเวลานี้ดูเหมือนช่วงจังหวะของชีวิตและธุรกิจกำลัง “คลิก” เข้ากัน

เมื่อทายาทหนุ่มพร้อมกระโดดเข้าสู่สมรภูมิธุรกิจ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี เริ่มก่อสร้างและคาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณปี 2564 โดยมีแนวเส้นทางผ่านถนนรามอินทราตัดกับถนนเลียบทางด่วนและเกษตร-นวมินทร์ พร้อมๆ กับกรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังเร่งฟื้นโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา (วัชรพล-พระโขนง-สะพานพระราม 9-ท่าพระ) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างไม่เกินปี 2562

ที่ผ่านมากวีพันธ์มักย้ำกับสื่ออยู่เสมอว่า การลงทุนบิ๊กโปรเจกต์ที่ใช้เงินลงทุนมหาศาลทำให้ เค.อี.กรุ๊ป ต้องศึกษาปัจจัยต่างๆ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอนและการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะความชัดเจนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่มีผลต่อการลงทุนมากที่สุด

แน่นอนว่า ปัจจัยทุกอย่างน่าจะเอื้อต่อการเดินหน้ามากที่สุดแล้ว

สำหรับกวินทร์ในฐานะลูกชายคนโตของกวีพันธ์และศุภานวิต ต้องถือว่าเดินตามรอยที่ครอบครัววาดหวังแทบทุกย่างก้าว เขาจบการศึกษาระดับประถมถึงมัธยมต้นที่โรงเรียนนานาชาติอินเตอร์เนชั่นแนลบางกอก (ไอเอสบี) จบไฮสคูลที่โรงเรียนเซนต์พอล ประเทศสหรัฐอเมริกา เกียรตินิยมอันดับ 1 (Summa cum laude) และได้รับคะแนนดีเยี่ยม (distinction) ในวิชาคณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์ และมนุษยศาสตร์

จบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University in the City of New York) ปริญญาโท คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ด้านเรียลเอสเตท GSAPP แล้วไปฝึกงานที่บริษัท ไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (PricewaterhouseCoopers หรือ PWC) 1 ใน 4 บริษัทตรวจสอบบัญชีที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยฝึกงานในแผนกที่ปรึกษาการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน

กวินทร์ชอบเล่นกีฬา โดยเฉพะฟุตบอล กอล์ฟ สกี พายเรือ และเทนนิส เคยได้รับตำแหน่งกัปตันทีมฟุตบอลที่โรงเรียน ISB และได้รับรางวัลนักกีฬาฟุตบอลยอดเยี่ยม รางวัลลูกฟุตบอลทองคำ จากโรงเรียน St. Paul’s ชอบอ่านหนังสือ ฟังเพลง และท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่แตกต่างของประเทศต่างๆ ทั่วโลก

“กวินทร์เรียนมาด้านเรียลเอสเตท ซึ่งอาจเป็นเพราะเขาเห็นคุณพ่อคุณแม่ทำงานด้านนี้มาตลอด และเสนอตัวอยากเข้ามาช่วยงานบริษัท เค.อี.กรุ๊ป” ศุภานวิตบอก “ผู้จัดการ360 ํ”

ขณะเดียวกันหากมองพอร์ตธุรกิจของกลุ่ม เค.อี.กรุ๊ป 4 ธุรกิจหลักประกอบด้วยธุรกิจที่อยู่อาศัย (Residential) โดยเริ่มพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์เมื่อ 10 กว่าปีก่อน โครงการแรกทาวน์เฮาส์ “คริสตัลวิลล์” ตามด้วยคฤหาสน์สไตล์เบเวอร์ลี่ ฮิลล์ “คริสตัลพาร์ค” และโครงการบ้านเดี่ยวสไตล์คฤหาสน์ “แกรนด์ คริสตัล”

ธุรกิจอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ ได้แก่ คอมมูนิตี้มอลล์ระดับหรู เดอะคริสตัล ศูนย์ดีไซน์ครบวงจร คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (ซีดีซี) ตามด้วยชอปปิ้งมอลล์ไฮลักชัวรี คริสตัล วีรันด้า และศูนย์การค้าอีก 2 แห่ง ซึ่งร่วมทุนกับพันธมิตร คือ เดอะคริสตัล พีทีที ร่วมทุนกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และเดอะคริสตัล ราชพฤกษ์ จับมือกับ เอส.บี. เฟอร์นิเจอร์ เดอะมอลล์กรุ๊ป และเอสเอฟ ซีเนม่า ซิตี้

กลุ่มธุรกิจฮอสพิทาลิตี้ ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหารและจัดเลี้ยง

กลุ่มธุรกิจค้าปลีกและเทรดดิ้ง ได้แก่ ธุรกิจเทรดดิ้งสุขภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ซึ่งรวมถึงธุรกิจออนไลน์ “CDC Online Shop”

กวินทร์กล่าวว่า การดำเนินงานของ เค.อี.กรุ๊ป หลังจากนี้จะมีความชัดเจนและเน้นกลยุทธ์เชิงรุกมากขึ้น โดยเตรียมแผนระยะ 5 ปีข้างหน้ากับ 3 ภารกิจหลัก

ภารกิจแรก การนำโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ เข้ากองทุนอสังหาฯ หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯ (Real Estate Investment Trust-REIT) โดยเป็นพันธมิตรร่วมกับ บลจ. บัวหลวง เข้ามาช่วยบริหารจัดการกองทุน ตั้งเป้าหมายระดมทุนมูลค่า 15,000 ล้านบาท ภายในไตรมาส 3 ปี 2562 ซึ่ง เค.อี.กรุ๊ปจะนำคอมมูนิตี้ มอลล์ ที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจ 4 แห่ง ประกอบด้วย ซีดีซี เดอะคริสตัล รามอินทรา เดอะคริสตัล พีทีที ชัยพฤกษ์ และเดอะคริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ พื้นที่รวม 90,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) มูลค่า 7,500 ล้านบาท คาดว่าอัตราผลตอบแทนเบื้องต้นจะไม่ต่ำกว่า 7-8%

นอกจากนี้ จะดึงพันธมิตรคอมมูนิตี้มอลล์ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเข้าร่วมระดมทุนด้วย โดยวางเป้าหมายรวบรวมให้ได้ 2 แสน ตร.ม. เพื่อให้กองทุน REIT มีความน่าสนใจมากขึ้น และในอนาคตจะนำคอมมูนิตี้มอลล์ในกลุ่มประเทศ CLMV เข้ามาถืออยู่ในกองทุน REIT แห่งนี้ด้วย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในยุคการแข่งขันกับธุรกิจออนไลน์

ภารกิจที่ 2 การเดินหน้าโครงการบ้านเดี่ยวหรูระดับบน ซึ่งล่าสุดเปิดตัวโครงการใหม่ คริสตัลโซลานา มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม และวางแผนเปิดตัวโครงการบ้านหรูอย่างต่อเนื่อง มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อยึดตำแหน่งผู้นำในตลาดบ้านหรู โดยเตรียมแผนซื้อที่ดินในทุกทำเลหลักของกรุงเทพฯ

ส่วนภารกิจใหญ่ที่ 3 การพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส เมกะโปรเจกต์ มูลค่า 50,000 ล้านบาท บริเวณสี่แยกระหว่างถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ตัดกับถนนประเสริฐมนูกิจ หรือถนนเกษตรนวมินทร์ พื้นที่รวม 800,000 ตารางเมตร

ภายในโครงการจะมีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม คอนโดมิเนียม อาคารจัดงานแสดงสินค้า ศูนย์กลางการขนส่งทางรถทุกรูปแบบ (Transportation Hub) อาคารที่จอดรถสำหรับผู้ที่เดินทางโดยรถไฟฟ้าเข้าสู่ถนนสายธุรกิจหลักเพื่อรองรับรถไฟฟ้าสายสีเทา เส้นทางจากวัชรพลไปทองหล่อผ่านบนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งคาดว่าจะวางแผนพัฒนาภายใน 3-5 ปี เมื่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทามีความชัดเจนตามเป้าหมายภายในปี 2564

เขาย้ำว่า แม้คุณพ่อไม่ได้กำหนดเป้าหมาย แต่เชื่อว่าเมื่อทุกอย่างเดินไปตามแผน การรุกธุรกิจอย่างต่อเนื่องภายใน 3-5 ปีข้างหน้า จะทำให้ เค.อี.กรุ๊ป มีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 20% เทียบกับที่ผ่านมาเติบโตเฉลี่ย 10%

ที่สำคัญ 5 ปีจากนี้จะเป็นช่วงเวลาทดสอบชั้นเชิงธุรกิจของกวินทร์ ทายาทหนุ่มวัย 24 ปี ในฐานะเจนเนอเรชันที่ 2 ของ เค.อี.กรุ๊ปด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *