วันจันทร์, มีนาคม 25, 2019
Home > On Globalization > กฎหมายใหม่ที่เอาเปรียบผู้หญิงในอัฟกานิสถาน

กฎหมายใหม่ที่เอาเปรียบผู้หญิงในอัฟกานิสถาน

 
ทุกวันนี้ผู้หญิงชาวอัฟกานิสถานต้องตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวเป็นประจำ เด็กๆ เองก็ถูกบังคับให้แต่งงานตั้งแต่ยังเด็ก นอกจากนี้ผู้หญิงชาวอัฟกานิสถานส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสที่จะได้ไปโรงเรียนและทำงานนอกบ้าน เพราะสามีหรือบิดาของพวกเธอต้องการให้ผู้หญิงอยู่แต่ในบ้านคอยดูแลรับใช้สามีและบิดา และเพราะสาเหตุเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงชาวอัฟกานิสถานส่วนใหญ่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย ซึ่งอัตราการฆ่าตัวตายของผู้หญิงในอัฟกานิสถานถือว่าเป็นอัตราที่สูงเกือบที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้
 
เมื่อตอนต้นปีผู้เขียนได้เขียนบทความเกี่ยวกับ honor killing ซึ่งหมายถึงเหตุการณ์ที่พ่อฆ่าลูกสาวของตัวเองในประเทศเยเมน เพียงเพราะพวกเธอประพฤติตัวไม่เหมาะสม ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศเยเมนและประเทศอื่นๆ ที่มีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ และประเทศอัฟกานิสถานก็เป็นหนึ่งในหลายๆ ประเทศที่มีเหตุการณ์ honor killing เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
 
ถึงแม้ว่าในศาสนาอิสลาม การที่พ่อมีสิทธิ์ที่จะลงโทษภรรยาและลูกสาวได้ถ้าหากพวกเธอทำผิดแม้จะไม่เป็นการทำผิดกฎหมายก็ตาม แต่การฆ่าลูกสาวหรือน้องสาวของตัวเองนั้นยังคงมีความผิดอยู่ แต่รัฐบาลอัฟกานิสถานกลับออกกฎหมายใหม่ที่จะทำให้ผู้ชายเหล่านี้ไม่มีความผิด เมื่อพวกเขาใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงในครอบครัว
 
ตอนนี้รัฐบาลอัฟกานิสถานได้ผ่านร่างกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา ซึ่งได้ระบุไว้ในมาตรา 26 ว่าการกระทำดังต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย คือ ในกรณีที่ญาติของผู้เสียหายเป็นผู้ที่ทำความผิดในคดีความที่เกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงในครอบครัว เช่นการบังคับให้แต่งงานตั้งแต่ยังเด็ก และ honor killing เป็นต้น ให้ถือว่าญาติของผู้เสียหายไม่มีความผิดใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้มาตรา 26 ยังไม่อนุญาตให้หมอหรือจิตแพทย์ยื่นหลักฐานใดๆ เพื่อช่วยสนับสนุนว่าผู้เสียหายถูกทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น
 
ดังนั้นถ้าหากร่างกฎหมายใหม่ฉบับนี้มีการประกาศใช้ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็เท่ากับว่าผู้ชายทุกคนในแต่ละครอบครัวสามารถใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงในครอบครัวของตัวเองได้ไม่ว่าจะเป็นการทุบ ตี หรือแม้กระทั่งฆ่าให้ตาย ผู้ชายเหล่านี้ก็จะไม่มีความผิดใดๆ ทั้งสิ้น รวมไปถึงการบังคับให้ลูกสาวตัวเองแต่งงานตั้งแต่ยังเด็กก็ถือว่าไม่ผิดกฎหมายด้วยเช่นกัน เพราะในมาตรา 26 นี้บุคคลที่เป็นญาติกับผู้เสียหายจะไม่ถูกลงโทษในคดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องภายในครอบครัว
 
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าความรุนแรงต่อผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถานนั้น ส่วนใหญ่ล้วนเกิดมาจากครอบครัวทั้งนั้น ดังนั้นถ้าหากว่าคนในครอบครัวสามารถใช้ความรุนแรงได้และไม่ผิดกฎหมาย ความรุนแรงต่อผู้หญิงในอัฟกานิสถานก็จะเพิ่มมากยิ่งขึ้นและอาจจะร้ายแรงมากกว่าเดิมด้วย
 
ถ้าหากว่ากฎหมายนี้มีการประกาศใช้ขึ้นมาผู้หญิงที่ถูกทำร้ายจะไม่สามารถเอาผิดกับผู้ชายที่ใช้ความรุนแรงเหล่านี้ได้ พวกเธอจะต้องยอมเป็นผู้ถูกกระทำและถูกทำร้ายร่างกายในแต่ละวันโดยที่ไม่สามารถเรียกร้องใดๆ ได้เลย 
 
มันถูกต้องแล้วหรือกับการที่ผู้หญิงเหล่านี้จะต้องยอมทนทุกข์ทรมานจากการถูกทำร้ายร่างกาย และการถูกทำร้ายร่างกายในที่นี้ไม่ใช่เพียงแค่การทุบ ตี เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเฉือนอวัยวะบางส่วนออกมา หรือการเผาพวกเธอด้วย ซึ่งนี่เป็นความรุนแรงที่ร้ายแรงมากที่ผู้หญิงอัฟกานิสถานต้องพบเจอ
 
ยกตัวอย่างเช่น Sahar Gul เด็กผู้หญิงชาวอัฟกานิสถานที่ถูกบังคับให้แต่งงานตั้งแต่เธอยังเด็ก แต่สามีของเธอกับล่ามเธอไว้ที่ชั้นใต้ดิน แล้วใช้แส้ตีเธอ และไม่ให้อาหารใดๆ กับเธอเลยเพียงเพราะเธอปฏิเสธที่จะหลับนอนกับเพื่อนของสามี
 
หรืออีกตัวอย่างหนึ่งที่ ผู้หญิงวัย 31 ปี ถูกสามีเฉือนจมูกและริมฝีปาก เพียงเพราะทำให้สามีไม่พอใจ แต่ผู้หญิงคนนี้ยังโชคดีที่เพื่อนบ้านของเธอมาพบเข้าและพาเธอส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา
 
เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนแต่เป็นความรุนแรงที่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศพัฒนาแล้วไม่คิดว่าจะต้องพบเจอ และถ้าหากกฎหมายฉบับนี้มีการประกาศใช้ก็หมายความว่า พวกเธอเหล่านี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องความยุติธรรมจากสังคมได้เลย เพราะผู้ชายที่ใช้ความรุนแรงจะถูกคุ้มครองโดยกฎหมายว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่มีความผิด
 
การที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านรัฐสภาของอัฟกานิสถานนั่นย่อมหมายความว่า ความต้องการลดความรุนแรงในครอบครัวที่องค์กรสิทธิมนุษยชนให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องไม่ประสบความสำเร็จในประเทศอัฟกานิสถาน นอกจากนี้กลุ่มองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวกับผู้หญิงในอัฟกานิสถานเองก็ล้มเหลวที่จะเรียกร้องให้สิทธิของผู้หญิงมีมากขึ้นในประเทศนี้ 
 
ถึงแม้ว่าหลังจากที่สงครามตาลีบันได้จบลง ผู้หญิงชาวอัฟกานิสถานมีแนวโน้มในทางที่ดีขึ้นว่า พวกเธอจะได้รับสิทธิต่างๆ ในสังคมมากขึ้น เพราะพวกเธอได้ออกมาเรียกร้องให้ผู้หญิงอัฟกานิสถานได้รับสิทธิต่างๆ ในสังคมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการได้รับโอกาสในการศึกษา การทำงาน และการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล นอกจากนี้พวกเธอยังได้รับสิทธิ์ในการเลือกตั้ง การเป็นตำรวจและทหาร และเมื่อปี 2547 รัฐบาลอัฟกานิสถานได้ออกมายืนยันว่า ผู้หญิงจะได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกันในสังคมเหมือนกับผู้ชาย และต่อมาในปี 2552 รัฐบาลก็ได้ประกาศว่า ความรุนแรงต่อผู้หญิงถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมายในอัฟกานิสถาน
 
แต่การที่รัฐสภาของอัฟกานิสถานได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ก็เท่ากับว่าที่องค์กรเกี่ยวกับผู้หญิงหลายๆ องค์กรได้ออกมาเรียกร้องสิทธิต่างๆ ให้กับผู้หญิงนั้นล้วนสูญเปล่า เพราะนี่เป็นการเดินถอยหลังกลับไปสู่ที่เดิม ที่ผู้หญิงไม่มีโอกาสแม้กระทั่งจะดำเนินคดีกับคนในครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงกับพวกเธอ และยังเป็นการตอกย้ำอีกครั้งด้วยว่า รัฐบาลอัฟกานิสถานเองกลับส่งเสริมให้มีการใช้ความรุนแรงในครอบครัวให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลจะประกาศว่าการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงถือว่าเป็นความผิดอย่างหนึ่ง 
 
ตอนนี้ถึงแม้ว่ารัฐสภาของอัฟกานิสถานจะผ่านร่างกฎหมายนี้แล้ว แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ยังไม่สามารถประกาศใช้ได้จนกว่าประธานาธิบดีของอัฟกานิสถาน Harmid Karzai จะลงนามในกฎหมายฉบับนี้
 
องค์กรที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของมนุษยชน อย่างเช่น องค์กร Human Rights Watch และองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงในอัฟกานิสถานได้ออกมาประณามกฎหมายฉบับนี้ และเรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศกดดันประธานาธิบดี Hamid ไม่ให้ลงชื่อรับรองกฎหมายฉบับใหม่นี้ ที่ปฏิเสธการปกป้องคุ้มครองผู้หญิงจากความรุนแรงในครอบครัว
 
จากแรงกดดันขององค์กรต่างๆ และรัฐบาลในหลายๆ ประเทศในทวีปยุโรป และรวมไปถึงประเทศอเมริกาด้วย ทำให้ประธานาธิบดี Hamid ตัดสินใจที่จะปฏิเสธการเซ็นชื่อรับรองร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยประธานาธิบดี Hamid ต้องการให้มีการแก้ไขในมาตรา 26 ที่เป็นประเด็นในตอนนี้
 
การปฏิเสธที่จะเซ็นชื่อรับรองร่างกฎหมายฉบับนี้ เท่ากับว่าประธานาธิบดี Hamid ได้ให้โอกาสกลุ่มผู้หญิงในอัฟกานิสถานอีกครั้งในการที่จะเสนอความต้องการเปลี่ยนแปลงแก้ไขมาตรา 26 นี้กับรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภาพิจารณาร่างกฎหมายนี้อีกครั้งหนึ่ง
 
ใจความสำคัญที่ต้องการแก้ไขในมาตรา 26 นี้คือ การที่ญาติของผู้เสียหายเป็นผู้กระทำผิดในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในครอบครัว การบังคับให้เด็กแต่งงาน และ honor killing ที่พ่อหรือผู้ชายในครอบครัวฆ่าลูกสาวหรือผู้หญิงในครอบครัวจะต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย
 
องค์กรที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงในอัฟกานิสถานจะนำใจความสำคัญที่มาตรา 26 ควรจะเปลี่ยนไปเสนอแนะให้กับกระทรวงยุติธรรมเพื่อให้กระทรวงยุติธรรมนำไปพิจารณาและเสนอแนะต่อรัฐสภาเป็นลำดับต่อไป
 
เรื่องนี้คงต้องติดตามต่อไปว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นอย่างไร เพราะประธานาธิบดี Hamid ได้หมดวาระลงเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา จึงต้องติดตามว่าประธานาธิบดีคนใหม่จะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
 
นอกจากนี้องค์กรที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนยังได้ออกมากล่าวอย่างเป็นห่วงว่า ตอนสิ้นปีนี้ทหารอเมริกาจะถอนกำลังทหารออกจากประเทศอัฟกานิสถาน และเมื่อไม่มีทหารอเมริกาอยู่แล้ว สิทธิของผู้หญิงในประเทศอัฟกานิสถานน่าจะถอยหลังกลับเข้าสู่จุดเดิมที่ผู้หญิงไม่มีโอกาสที่จะได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกันในสังคมเช่นเดียวกับผู้ชาย
 
ถ้าหากว่าสิทธิของผู้หญิงในอัฟกานิสถานจะถอยหลังลงกลับไปสู่จุดเดิม ก็เท่ากับว่าการต่อสู้ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาไม่มีประโยชน์ใดๆ เลย เพราะสุดท้ายผู้หญิงก็ยังคงถูกลิดรอนสิทธิในสังคมอัฟกานิสถานอยู่ดี
 
Column: Women in wonderland