Home > On Globalization (Page 15)

Google Store vs. Apple Store

ผมเพิ่งได้มีโอกาสมาแวะชมร้านแอปเปิ้ล (Apple Store) ในย่านกินซ่า ใจกลางกรุงโตเกียว ร้านแอปเปิ้ลร้านนี้ถือเป็นหนึ่งในร้านแอปเปิ้ลที่ครบถ้วนด้วยฟังก์ชันต่าง ๆ สำหรับเหล่าสาวกแอปเปิ้ลที่จะมีโอกาสสัมผัสและมีประสบการณ์ร่วมกับผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลทุกตัว   รวมถึงสาวกปัจจุบันที่จะมาต่อยอดประสบการณ์ใหม่ๆ กับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆ ที่ออกมาดูดเงินในกระเป๋าของแฟนพันธุ์แท้และขาจร รวมถึงเด็กใหม่อีกหลายๆ คนร้านแอปเปิ้ลมีความน่าสนใจตรงที่พวกเขาทำคอนเซ็ปต์ร้านให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ของเขาคือ มีความมินิมอล น้อยๆ ไม่ยุ่บยั่บ แต่มีรายละเอียดมาก เดินเข้ามาแล้วเข้าใจเลยว่า ต้องทำอะไรบ้าง และทำอะไรได้บ้าง   อย่างไรก็ตาม ในร้านก็มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก และอธิบายการใช้งานผลิตภัณฑ์ต่างๆ อยู่ตลอดเวลาอย่างเต็มใจ โดยไม่มีท่าทีของการตื๊อให้ซื้อสินค้านอกจากนี้ยังแบ่งแต่ละชั้นสำหรับการทำฟังก์ชันแต่ละอย่าง ตั้งแต่การให้ทดลองใช้ ซื้อสินค้า ห้องสัมมนาแนะนำสินค้า รวมถึงการให้คำปรึกษาต่างๆ ผ่าน Genius Bar ร้านแอปเปิ้ลจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่หน้าตาของแอปเปิ้ลที่เปิดออกสู่สาธารณชนเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลถึงมือผู้บริโภคได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด และสร้างรายได้มหาศาลให้กับแอปเปิ้ล โดยมีรายงานว่า ร้านแอปเปิ้ลสามารถสร้างรายได้ต่อตารางฟุตสูงที่สุดในโลก ดังตารางข้างล่างนี้  อันดับร้านยอดขายต่อตารางฟุต (เหรียญสหรัฐ)1Apple Stores6,0502Tiffany & Co.3,0173lululemon athetica1,9364Coach1,8715Michael Kors1,4316Select Comfort1,3147True Religion1,2278Vera Bradley1,1869Birks & Mayors1,08210Fairway Market1,081 โดยเป็นการจัดอันดับของ Retail

Read More

โรงงานนรกสำหรับแรงงานหญิงในบังกลาเทศ

 เมื่อสิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีข่าวอุบัติเหตุไฟไหม้โรงงานผลิตเสื้อผ้าในบังกลาเทศ มีผู้หญิงเสียชีวิตด้วยกันถึง 7 คน เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายเริ่มวิตกกังวลถึงความปลอดภัยของแรงงานหญิงเหล่านี้ เพราะประเทศในแถบเอเชียใต้อย่าง บังกลาเทศ และปากีสถานนั้น เป็นที่ตั้งของโรงงานเสื้อผ้าเป็นจำนวนมาก และเจ้าของโรงงานเหล่านี้ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงาน ภายในโรงงานไม่มีการติดตั้งบันไดหนีไฟหรือทางออกฉุกเฉินไว้ ไม่มีแม้กระทั่งถังดับเพลิงเพื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน และไม่มีการฝึกซ้อมหนีไฟให้กับพนักงาน ดังนั้นพนักงานที่ทำงานในโรงงานเหล่านี้ในแต่ละวันล้วนแต่ทำงานไปพร้อมกับความเสี่ยงอันตราย โรงงานเย็บผ้าที่เป็นเหมือนความฝันที่จะเปลี่ยนชีวิตจึงกลายเป็นโรงงานนรกที่ต้องทำงานด้วยความเสี่ยงทุกวันแทน  ผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในเขตชนบทของประเทศบังกลาเทศและปากีสถานส่วนใหญ่นั้นจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ลำบาก จึงไม่เป็นที่แปลกใจนักที่พวกเธอเหล่านี้จะย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงเพื่อหางานทำและมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น และเพราะพวกเธอเหล่านี้มีการศึกษาน้อย อาชีพในฝันของพวกเธอที่จะทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก็คือ การทำงานในโรงงานเย็บเสื้อผ้า ที่ไม่ได้ต้องการคนที่มีการศึกษาสูง แต่โรงงานเย็บผ้าเหล่านี้ไม่ได้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการทำงานเลย เพราะโรงงานเหล่านี้ไม่เคยสนใจเรื่องความปลอดภัยและสวัสดิการของพนักงาน สิ่งเดียวที่พวกเขาสนใจคือ ต้องการจ่ายค่าจ้างแรงงานถูก อย่างเช่นที่เมืองธากา (Dhaka) ประเทศบังกลาเทศ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลกในการผลิตเสื้อผ้านั้น ในแต่ละปีจะมีผู้หญิงจากชนบทย้ายเข้ามาในเมืองหลวงประมาณ 400,000 คน เพื่อทำงานในโรงงานเย็บผ้า พวกเธอเหล่านี้ต้องทำงานกันทุกวันโดยที่ไม่มีวันหยุด รวมไปถึงวันหยุดราชการด้วย พวกเธอต้องทำงานอย่างน้อยวันละ 8 - 12 ชั่วโมง และได้รับเงินเดือนเพียงแค่ 31 เหรียญต่อเดือน (ประมาณ 930 บาท) และถ้าพวกเธอทำงานตอนกลางคืนหรือทำงานล่วงเวลาก็จะได้เงินเดือนเพิ่มเป็น 37 เหรียญต่อเดือน (ประมาณ 1,110

Read More

ยุทธศาสตร์รถไฟ: สร้างรางเพื่อสร้างเมือง

 ความพยายามของประเทศไทยที่จะปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ว่าด้วยเรื่องการคมนาคมขนส่งให้ก้าวหน้าและสามารถรองรับกับการจำเริญเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ประสานกับบทบาทของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ระบุว่าการพัฒนาระบบรางของไทยมีความจำเป็น และกำลังศึกษารูปแบบที่เหมาะสมจากหลากหลายประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้นแน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในตัวแบบของการพัฒนาด้วย ข้อสังเกตที่น่าสนใจมากประการหนึ่งก็คือ แม้พัฒนาการของระบบรถไฟในประเทศยุโรปอีกหลายชาติจะมีความก้าวหน้าอย่างมาก และมีการบริหารจัดการที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะในกรณีของเยอรมนีที่บริหารโดย Deusche Bahn: DB หรือในกรณีของอังกฤษ และฝรั่งเศส ซึ่งต่างเป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าและพร้อมจะส่งออกวิทยาการเหล่านี้ ไม่นับรวมจีนที่หมายมั่นปั้นมือที่จะเบียดแทรกเข้าสู่ตลาดนี้ด้วยเช่นกัน แต่ภายใต้การจำเริญเติบโตของเมืองในสังคมการผลิตแบบเอเชีย ที่มีความใกล้เคียงกันระหว่างไทยและญี่ปุ่น บางทีประสบการณ์จากญี่ปุ่นอาจให้คำตอบที่ใกล้เคียงกับความต้องการของสังคมไทยในห้วงยามนี้  พัฒนาการของโครงข่ายการคมนาคม ด้วยระบบรางในประเทศญี่ปุ่น นอกจากจะจำเริญเติบโตจากผลของระดับเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ซึ่งผลักดันให้ญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีกิจการรถไฟอยู่ในระดับที่ก้าวหน้ามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกแล้ว กิจการรถไฟในญี่ปุ่นยังเป็นกรณีที่มีความเกี่ยวเนื่องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาในระดับชาติอย่างยากจะแยกออก  ระดับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้ส่งผลให้กิจการรถไฟในญี่ปุ่น ก้าวข้ามบริบทของการเป็นเพียงบริการสาธารณะที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับประชาชนสำหรับการเดินทางในประเทศไปอีกขั้น เมื่อนวัตกรรมที่เป็นผลผลิตจากระบบรถไฟของญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็น MagLev (Magnetic levitation) หรือรถไฟความเร็วสูง (Bullet Train: Shinkansen) กำลังแปลงสภาพเป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่ามหาศาลอีกชนิดหนึ่ง ที่พร้อมรุกเข้าสู่การรับรู้ของผู้คนในทุกภูมิภาคโดยเฉพาะการสร้างโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมืองทั่วอาเซียนในอนาคต ยุทธศาสตร์การพัฒนาของรถไฟความเร็วสูง หรือ Shinkansen ของญี่ปุ่นอาจให้ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจและเป็นที่กล่าวถึง โดยเฉพาะข้อเท็จจริงที่ว่าการเดินทางระหว่างเมืองใหญ่สำคัญของญี่ปุ่นสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีราคาย่อมเยากว่าการเดินทางโดยเครื่องบิน แต่พัฒนาการที่ว่านี้คงเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากการวางโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง  ความเป็นมาของกิจการรถไฟในญี่ปุ่นเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม 1872 เมื่อเส้นทางการเดินรถไฟสายแรกระหว่าง Shinbashi ซึ่งเป็นทั้งย่านธุรกิจและคลังสินค้าขนาดใหญ่ในกรุงโตเกียวกับเมืองท่า Yokohama เปิดให้บริการ โดยมีพิธีเปิดอย่างเอิกเกริกที่สถานีต้นทางทั้งสองแห่ง  ตลอดเส้นทางที่รถไฟสาย

Read More

สิทธิในการเข้าห้องน้ำของผู้หญิงอินเดีย

Women in Wonderland ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่สองของโลก รองจากจีน และเป็นประเทศกำลังพัฒนา คงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าหากประเทศอินเดียจะสร้างรถไฟความเร็วสูง สร้างสะพานข้ามแม่น้ำ หรือแม้กระทั่งสร้างสนามบินใหม่ เพื่อที่จะพัฒนาประเทศให้มีความทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ ดังนั้นสำหรับรัฐบาลอินเดียแล้วเรื่องพวกนี้จึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ แต่รัฐบาลคงลืมไปว่าสาธารณูปโภคต่างๆ ภายในประเทศก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องห้องน้ำ ที่คนอินเดียกำลังเผชิญปัญหาภาวะการขาดแคลนห้องน้ำอยู่ในขณะนี้ ผู้อ่านคงเคยไปห้างสรรพสินค้า หรือปั๊มน้ำมัน ตามที่ต่างๆ ที่อาจจะมีห้องน้ำบางห้องที่สกปรก จนคุณไม่อยากจะเข้า และอาจตัดสินใจไปเข้าห้องน้ำที่อื่นแทน แต่ที่ประเทศอินเดียนั้นแตกต่างออกไป ในเขตชนบท เขตสลัมในกรุงนิวเดลี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศอินเดีย หรือแม้กระทั่งตามห้างสรรพสินค้า ก็ไม่มีห้องน้ำให้ใช้  องค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟเปิดเผยว่า 58% ของคนอินเดียนั้นยังขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระในห้องน้ำแบบเปิด ซึ่งในที่นี้หมายความว่า ผู้คนจะขับถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระตามสถานที่เปิดโล่ง เช่น ตามต้นไม้ หรือพุ่มหญ้า เป็นต้น ประเทศอินเดียถือว่าเป็นอันดับหนึ่งของโลกที่ยังมีประชากรจำนวนมากที่สุดที่ยังคงใช้ห้องน้ำแบบเปิด ตามมาด้วยประเทศจีน และอินโดนีเซีย คือประมาณ 5% ของจำนวนประชากรในแต่ละประเทศ และอันดับที่สาม คือปากีสถานและเอธิโอเปีย ทำไมประชากรในประเทศอินเดียยังคงนิยมใช้ห้องน้ำแบบเปิด ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ที่ประเทศอินเดียนั้นคนชนบทส่วนใหญ่จะไม่มีการสร้างห้องน้ำไว้ภายในบ้านของตัวเอง เพราะเป็นความเคยชินที่ปฏิบัติกันมานานว่าจะต้องไปปัสสาวะหรืออุจจาระที่พื้นที่ข้างนอกบ้าน และถ้าหากพวกเขาเหล่านี้ย้ายเข้ามาทำงานตามเมืองใหญ่ๆ ก็จะไปอาศัยอยู่ในเขตสลัมของแต่ละเมือง ซึ่งไม่มีการสร้างห้องน้ำภายในบ้านเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงใช้ห้องน้ำสาธารณะกันทุกคน ห้องน้ำสาธารณะจึงเป็นที่ต้องการของประชาชนจำนวนมาก แต่ห้องน้ำเหล่านี้กลับมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ชาวอินเดียมีกว่า

Read More

ธุรกิจบริการขุดเจาะน้ำมันรวยเงียบและรุ่ง

ความสำเร็จของ Schlumberger ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงสมดุลแห่งอำนาจครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมน้ำมันเทคโนโลยีการขุดเจาะน้ำมันแบบ “directional drilling” กำลังเปลี่ยนแปลงสมดุลแห่งอำนาจในธุรกิจพลังงาน เทคโนโลยีที่ว่าสามารถควบคุมทิศทางการขุดบ่อน้ำมันเป็นเส้นตรงได้ลึกหลายกิโลเมตร และสามารถเลี้ยวหักศอกเพื่อขุดต่อไปในแนวนอน ได้อีกไกลถึง 12 กิโลเมตรลองคิดดูเล่นๆ ว่า หาก Schlumberger บริษัทให้บริการขุดเจาะน้ำมัน (oilfield services: OFS) สามารถนำเทคโนโลยีใหม่ นี้ไปประยุกต์สำหรับวางท่อส่งน้ำมันในแนวตั้งตรงดิ่งลงมาจากตึกสูงระฟ้าอย่าง Empire State จากนั้นก็หักเลี้ยวท่อน้ำมันต่อไปในแนวนอน จนไปถึงรถทุกคันที่จอดอยู่ในถนนใกล้เคียงได้ อะไรจะเกิดขึ้นเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยขยายการทำงานของแท่นเจาะให้ครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่นบ่อน้ำมันที่ Schlumberger ขุดให้แก่บริษัทน้ำมันในแคนาดาแห่งหนึ่งมีความลึก 4,000 เมตร (13,000 ฟุต) บวกกับการเจาะในแนวนอนที่สามารถเจาะไปได้ไกลถึง 2,000 เมตร (6,500 ฟุต) ห่างจากแท่นเจาะนอกจากนี้อุปกรณ์ขุดเจาะที่อยู่ในเครื่องมือที่เรียกว่า drill-string ซึ่งเป็นเหล็กกล้ายังสามารถวัดและอ่านค่าต่างๆ ของสภาพแวดล้อมใต้ดินได้มากขึ้นอีกหลายสิบค่า อย่างเช่น ค่ากัมมันตภาพรังสีในหินที่อยู่โดยรอบ ค่าความต้านทานแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นต้น นี่คือความสามารถและเทคโนโลยีขั้นเอกอุของ บริษัทประเภท OFS ซึ่งยากจะหา บริษัทใดมาเทียบได้บริษัท OFS อย่างเช่น Schlumberger เป็นเสมือนม้าใช้ที่ปิดทองหลังพระตัวจริงในอุตสาหกรรมน้ำมันโลก บริษัทเหล่านี้รับทำงานหนักส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับการสำรวจ ค้นหาและขุดเจาะน้ำมันและก๊าซเกือบทั้งหมดแต่กลับไม่เคยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก เหมือนกับบริษัทน้ำมันข้ามชาติยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้ว่าจ้าง ซึ่งเรารู้จักกันดีอย่างเช่น Exxon-Mobil หรือ BP อย่างไรก็ตาม บริษัท OFS ก็ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากการมีรายได้ที่งดงามและร่ำรวยมหาศาลแบบเงียบๆSchlumberger ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในปารีสและฮุสตันและ มีสำนักงาน 34 แห่งในเมือง Aberdeen เมืองน้ำมันในสกอตแลนด์ มีผลกำไรสุทธิ 5,000 ล้านดอลลาร์ จากรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย 40,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปีกลาย (2011)

Read More

เศรษฐกิจโลกในกำมือผู้หญิงชื่อ Angela Merkel

เศรษฐกิจโลกกำลังตกอยู่ในอันตรายและจะรอดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้หญิงเพียงคนเดียว “ทุกคน ไปที่เรือชูชีพเดี๋ยวนี้!!!!” คือสัญญาณอันตรายที่ตลาดกำลังส่งออกมาว่าเศรษฐกิจโลกกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่าง ใหญ่หลวง นักลงทุนจึงพากันเร่งรีบกว้านซื้อพันธบัตรรัฐบาลอย่าง สหรัฐฯ เยอรมนี และประเทศที่ถูกมองว่า “ปลอดภัย” ซึ่งมีเพียงหยิบมือเดียว และยังลดจำนวนลงเรื่อยๆ ในขณะที่นักลงทุนยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 2 ปี และเต็มใจที่จะจ่ายเงินซื้อพันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลอเมริกัน ที่ต้องถือนานถึง 10 ปี ด้วยดอกเบี้ยหน้าตั๋วเพียงน้อยนิดไม่ถึง 1.5% นั้น นักลงทุนเหล่านั้นกำลังแสดงว่าพวกเขากลัวว่าเศรษฐกิจโลกจะซบเซา หรือจะเกิดภาวะเงินฝืดไปอีกนานหลายปี ไม่ว่าสิ่งที่นักลงทุนกลัวจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติมากๆ กำลังเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลกอยู่ในขณะนี้ “อะไรบางอย่าง” นั้นคือเศรษฐกิจโลกกำลังตกอยู่ในอันตราย และหายนะครั้งใหญ่ทางการเงินโลกกำลังจะเกิดขึ้น ขณะนี้เศรษฐกิจ กำลังอ่อนแอทั่วโลก ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในกลุ่มประเทศ euro zone กำลังดิ่งลึก ตัวเลขคนมีงานทำที่เบาหวิวติดต่อกัน 3 เดือนของ สหรัฐฯ แสดงว่าการฟื้นตัวของสหรัฐฯ ก็กำลังมีปัญหา หันไปทางประเทศตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ ก็ดูเหมือนหัวจะชนเพดานแล้วเช่นกัน GDP ของบราซิลขณะนี้โตช้ากว่าของญี่ปุ่นเสียอีก ส่วนอินเดียก็กำลังแย่เลยทีเดียว แม้กระทั่งจีน

Read More

ประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนใหม่

ตอนแรก เขาเปียกมะล่อกมะแล่ก เพราะฝนที่ตกกระหน่ำ ลงมาอย่างหนัก ขณะนั่งรถเปิดประทุนไปตามถนน Champs-Elysee เพื่อเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง จากนั้นเครื่องบินประจำตำแหน่งของเขาถูกฟ้าผ่า หลังจากเพิ่งบินออกจากฝรั่งเศส เพื่อมุ่งหน้าไปยังกรุงเบอร์ลิน ทำให้ต้องบินกลับไปยังปารีสอีกครั้ง เพื่อเปลี่ยนเครื่องบินลำใหม่ แม้ว่า Francois Hollande ซึ่งสาบาน ตนเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในพิธีสาบานตนที่จัดขึ้นอย่างสมถะที่พระราชวัง Elysee Palace ประกาศว่า เขาจะเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่ “ปกติธรรมดา” แต่เพียงช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกที่เขาได้เป็นประธานา ธิบดีฝรั่งเศสก็ไม่ปกติธรรมดาเสียแล้ว อย่างไรก็ตาม Hollande มิได้แสดงอาการสะทกสะท้านและยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นประธานา ธิบดีที่ “สง่างามแต่เรียบง่าย” ตามที่เขาตั้งใจ Hollande เคร่งขรึมสุขุมคล้ายกับประธานาธิบดีที่มาจากพรรค Socialist เพียงคนเดียวของฝรั่งเศส นั่นคือ Francois Mitterrand ก่อนที่ Hollande จะเป็นผู้มาทำลายสถิตินี้ ด้วยการ ก้าวขึ้นบันไดพระราชวัง Elysee Palace ในฐานะประธานาธิบดีจากพรรคสังคมนิยมคนที่ 2 เขาโบกมืออำลา

Read More

Arab Spring สิ้นมนต์ขลัง

การลุกฮือของประชาชนในโลกอาหรับผ่านไป 1 ปีแล้ว แต่ประชาธิปไตยกลับยังคงไม่อาจลงหลักปักฐานในโลกอาหรับได้ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น   1 ปีผ่านไปแล้ว สำหรับการลุกฮือของประชาชนในหลายประเทศในโลกอาหรับ ที่เรียกกันว่า Arab Spring ซึ่งเคยทำให้โลกต้องจับตามองภูมิภาคนี้อย่างตื่นเต้น และจินตนาการบรรเจิดว่า จะต้องได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีในโลกอาหรับ แต่มาบัดนี้ ดูเหมือนว่า Arab Spring จะไม่ได้ให้ความหวังที่งดงามเท่าที่คิด ความหวังที่จะเห็นการเกิดใหม่ของเสรีภาพในภูมิภาคตะวันออก กลาง ดูหม่นหมองลงไปมาก เมื่อเทียบกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นซึ่งมีแต่ความยุ่งยากลำบาก โดยเฉพาะในอียิปต์ ซึ่งมีทั้งการทำร้าย ชาวคริสต์ ทำร้ายเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ต่างชาติจากตะวันตก และทำร้ายผู้หญิง ยิ่งเมื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีในอียิปต์กำลัง ใกล้เข้ามาทุกที เราได้เห็นผู้สมัคร 2 คนที่ล้วนแต่มาจากพรรคการ เมืองมุสลิม คือ Khairat al-Shater และ Hazem Salah Abu Ismail โดยคนแรกเป็นพวกสายกลาง ส่วนคนหลังเป็นพวกหัวรุนแรง แม้ว่าสิ่งที่เราเห็นว่ากำลังเกิดขึ้นในโลกอาหรับในขณะนี้ อาจเป็นเพียงความสับสนอลหม่านเพียงชั่วคราว ซึ่งย่อมเกิดขึ้นได้ หลังจาก การสิ้นสุดยุคเผด็จการที่ครองอำนาจมานานหลายทศวรรษ และการที่เพิ่งผงาดขึ้นมาของพลังที่ถูกกดขี่ไว้มานาน แต่คำถามมีอยู่ว่า ทำไมจึงดูเหมือนเป็นเรื่องที่ยุ่งยากนักที่ประชาธิปไตยจะลงหลักปักฐานลงในโลกอาหรับ   ศาสตราจารย์ Eric Chaney ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐ-ศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Harvard ได้ทำการศึกษาที่อาจช่วยตอบ คำถามข้างต้นได้ Chaney ตั้งคำถามว่า ทำไมจึงเกิด “ประชา ธิปไตยขาดดุล” (democracy deficit) ขึ้นในโลกอาหรับ และได้หักล้างทฤษฎีหลายอย่างที่ไม่ใช่คำตอบของคำถามข้างต้น

Read More