Home > Life (Page 15)

ว่ายน้ำไม่ช่วยลดน้ำหนัก

Bryan Haycock ผู้เขียนหนังสือ Hypertrophy – Specific Training และผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมฟิตเนสมานานกว่า 25 ปี ให้คำแนะนำที่น่าสนใจสำหรับผู้ต้องการลดน้ำหนักว่า ว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกก็จริง แต่ไม่เหมาะกับการลดน้ำหนักผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Sports Medicine กล่าวถึงการว่ายน้ำที่มีผลต่อการลดน้ำหนักว่า ได้แบ่งกลุ่มหญิงสาวแข็งแรงแต่มีน้ำหนักตัวเกิน และต้องการลดน้ำหนักออกเป็น 3 กลุ่ม จากนั้นมอบหมายให้แต่ละกลุ่มออกกำลังกายแตกต่างกันเป็นประจำทุกวันกลุ่มแรก ให้เดินเร็วกลุ่มที่สอง ให้ปั่นจักรยานอยู่กับที่กลุ่มที่สาม ให้ว่ายน้ำจากนั้นให้ทุกคนเพิ่มเวลาการออกกำลังกายทุกวันเป็นครั้งละ 60 นาที หลังจาก 6 เดือนไปแล้ว ปรากฏว่า หญิงสาวที่ออกกำลังกายด้วยการเดินเร็ว สามารถลดน้ำหนักตัวได้ร้อยละ 10 ขณะที่กลุ่มปั่นจักรยานอยู่กับที่ลดได้ร้อยละ 12 แต่กลุ่มว่ายน้ำกลับลดน้ำหนักไม่ได้เลยยิ่งกินน้ำตาลมาก ไขมันยิ่งพอกพูนต้นขาและสะโพกBryan Haycock ผู้เขียนหนังสือ Hypertrophy – Specific Training และผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมฟิตเนสมานานกว่า 25 ปี อธิบายว่า

Read More

Macchiaioli ฤาอิมเพรสชั่นนิสต์อิตาลี

มีเหตุให้กลับไปพิพิธภัณฑ์ออรองเจอรี (Musée de l’Orangerie) อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้นั่งรถไฟใต้ดินไปขึ้นสถานี Concorde แล้วเดินออกทางป้าย Musée de l’Orangerie ก็ถึง สะดวกดีเหมือนกัน เพียงแต่มาจากบ้านต้องต่อรถอีกทอดหนึ่ง แต่เดิมนั้นนั่งมาทอดเดียวขึ้นสถานี Palais-Royal – Musée du Louvre แล้วเดินตัดสวนตุยเลอรีส์ (Jardin des Tuileries) ไปจนสุดก็ถึง Le Baiser รูปปั้นของโอกุสต์ โรแดง (Auguste Rodin) ยังอยู่มั่นคงหน้าพิพิธภัณฑ์ จุดมุ่งหมายของการไป Musée de l’Orangerie อยู่ที่นิทรรศการเรื่อง Les Macchiaioli, des impressionnistes italiens? กลุ่ม Macchiaioli ฤาจะเป็นอิมเพรสชั่นนิสต์ของอิตาลี กลุ่ม Macchiaioli ถือกำเนิดที่เมืองฟลอเรนซ์ช่วงครึ่งหลังศตวรรษที่ 19นักวิจารณ์ผู้หนึ่งเขียนในหนังสือพิมพ์ Gazetta del Popolo

Read More

คุณกินโปรตีนมากเกินไปรึเปล่า

 “ถ้าคุณบริโภคพลังงานอย่างเพียงพอ คุณอาจได้ชื่อว่าบริโภคโปรตีนในปริมาณมากด้วยซ้ำ” Marion Nestle ศาสตราจารย์ด้านโภชนาการ การศึกษาด้านอาหาร และสาธารณสุข ประจำมหาวิทยาลัยนิวยอร์กให้ข้อมูล นักโภชนาการส่วนใหญ่เห็นพ้องว่า ผู้หญิงกระฉับกระเฉงต้องการโปรตีนประมาณครึ่งกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งปอนด์ หรือประมาณ 65 กรัมสำหรับผู้หญิงหนัก 130 ปอนด์ และกล่าวว่า พวกเรารวมทั้งผู้กินมังสวิรัติล้วนกินโปรตีนวันละ 69 กรัมอยู่แล้ว จึงไม่ขาดโปรตีนแน่นอน (ถ้าคุณออกกำลังกายเกินหนึ่งชั่วโมงต่อวัน สัปดาห์ละ 5 วันหรือมากกว่า ให้กินโปรตีนเพิ่มอีก 0.75 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งปอนด์) ที่สำคัญอย่าอดอาหารเช้า แล้วไปเพิ่มที่อาหารเที่ยงและอาหารเย็น เพราะการกินโปรตีนตอนเช้าช่วยให้คุณควบคุมการบริโภคพลังงานที่เหลือตลอดทั้งวันได้โปรตีนช่วยเผาผลาญพลังงานมากขึ้นทุกครั้งที่คุณกินอาหาร ร่างกายต้องเผาผลาญพลังงานเพื่อย่อยสลายอาหารและดูดซึมสารอาหาร ซึ่งเป็นการเพิ่มระบบเผาผลาญของคุณ เมื่อคุณกินอาหารประเภทไขมันหรือแป้ง ประมาณร้อยละ 5 – 15 ของพลังงานเหล่านั้นไปสู่กระบวนการย่อย ส่วนโปรตีนเพิ่มเป็นร้อยละ 20 – 30 เพราะโปรตีนประกอบขึ้นจากกรดอะมิโนที่จับตัวกันด้วยพันธะเพปไทด์ (peptide bonds) การที่ร่างกายจะใช้กรดอะมิโนเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ขนส่งออกซิเจนไปทั่วกระแสเลือด และสร้างแอนติบอดีเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันได้นั้น ต้องทำให้พันธะเพปไทด์แตกตัวเสียก่อน หมายความว่ากระเพาะอาหารต้องทำงานหนักขึ้น ซึ่งก็คือการใช้พลังงานมากขึ้นนั่นเองกินโปรตีนมากไปทำให้อ้วนการเผาผลาญเพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่า

Read More

วิถีธรรมชาติบรรเทาเนื้องอกมดลูกชนิดไม่อันตราย

เนื้องอกมดลูกชนิดไม่อันตรายเป็นอาการที่กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อในและรอบมดลูกเจริญเติบโตผิดปกติ แต่ไม่ใช่มะเร็ง ก้อนเนื้องอกมีขนาดแตกต่างกันตั้งแต่ขนาดเท่าเมล็ดถั่วไปจนถึงขนาดเท่าทารกอายุแปดเดือน น้ำหนักตัวเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดเนื้องอกชนิดนี้ เนื่องจากในผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวเกิน ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนมากเกินไปนั่นเอง Dr.Marilyn Glenville ผู้เขียนหนังสือ The Natural Health Bible for Women กล่าวว่า “การมีเลือดประจำเดือนไหลในปริมาณมากทำให้เลือดจับตัวเป็นก้อนได้ และการเสียเลือดมากเกินไปอาจนำไปสู่อาการโลหิตจาง เนื้องอกมดลูกชนิดไม่อันตรายอาจมีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ และทำให้เกิดอาการเจ็บปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ทำให้ปัสสาวะบ่อย หรือเกิดอาการท้องผูก ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดเนื้องอก ผู้เป็นเนื้องอกชนิดนี้มักมีอาการปวดหน่วงหรือปวดเหมือนถูกกดทับ” โดยทั่วไปการรักษาเนื้องอกมดลูกชนิดไม่อันตรายคือการให้ฮอร์โมนและการผ่าตัดมดลูก แต่โชคดีที่มีอายุรเวทวิถีธรรมชาติเป็นทางเลือกด้วยการรักษาด้วยอาหาร Eliza Blackwood นักธรรมชาติบำบัดแห่ง CBD Natural Health กล่าวว่า “เนื้องอกมดลูกชนิดไม่อันตรายต้องพึ่งพาฮอร์โมนเอสโตรเจน เราจึงต้องควบคุมฮอร์โมนเอสโตรเจนและภาวะอักเสบให้ได้ ด้วยการบริโภคอาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจนสูง เพราะมีสรรพคุณในการสร้างภาวะฮอร์โมนสมดุล เช่น ถั่วเหลือง พืชฝักตระกูลถั่ว และถั่วต่าง ๆ อาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจนช่วยหยุดยั้งการไหลเวียนของฮอร์โมนเอสโตรเจนส่วนเกิน เป็นการป้องกันไม่ให้เอสโตรเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงให้ก้อนเนื้องอกเจริญเติบโต นอกจากนี้ ยังต้องบริโภคอาหารที่มีไขมันดี เช่น ปลาไขมันสูง น้ำมันมะกอก ถั่วเปลือกแข็ง และเมล็ดพืชต่าง ๆ ผักมีคุณสมบัติช่วยลดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน จึงแนะนำให้บริโภคผักที่มีแคโรทีนอยด์สูง เช่น

Read More

โมริซ อูทรีโย

 การเดินเล่นย่านมงต์มาร์ทร์ (Montmartre) เสมือนการเดินตามรอยอาร์ทิสต์ดัง ประเดี๋ยวๆ ก็เจอป้ายอธิบายว่า ณ ที่ตรงนี้วินเซนต์ วาน โก๊ก (Vincent Van Gogh) เคยมาเขียนรูป บ้านนี้เคยเป็นสตูดิโอทำงานของปาโบล ปิกัสโซ (Pablo Picasso) บ้านโน้นปิแอร์-โอกุสต์ เรอนัวร์ (Pierre-Auguste Renoir) เคยมาพำนัก ตามมาด้วยเอดการ์ เดอกาส์ (Edgar Degas) ราอูล ดูฟี (Raoul Dufy) โอตง ฟรีซ (Othon Friesz) และโมริซ อูทรีโย (Maurice Utrillo) แม้ชาวอเมริกันเห็นว่าปารีสมิใช่ศูนย์กลางของ “วัฒนธรรม” อันรวมถึงศิลปะอีกต่อไปแล้ว หากอาร์ทิสต์จากประเทศต่างๆ ก็ยังมุ่งมาปารีส หมายที่จะ “เกิด” เฉกเช่นอาร์ทิสต์รุ่นก่อนๆ นอกจากนั้นย่านมงต์มาร์ทร์ยังจัดสุดสัปดาห์เปิดบ้านอาร์ทิสต์ ทำให้ตระหนักความจริงข้อนี้Pinacothèque de Paris

Read More

ไปเที่ยวชาโต เดอ วิลลาร์โซส์

รับประทานอาหารกลางวันในสวนที่บ้านของน้องชายคนข้างเคียง เป็นวันแรกในปลายเดือนกรกฎาคมที่มีแสงแดดให้เห็น แล้วเป็นแดดแรงเจิดจ้าที่สาวไทยไม่ชอบ ก็ 34 องศาน่ะ ไม่มีพัดลมปัดเป่า ต้องอาศัยลมธรรมชาติที่แผ่วเต็มที หลังจากนั้นผันผายไป Vexin français ข้อต่อของอิล-เดอ-ฟรองซ์ (Ïle-de-France) และนอร์มองดี (Normandie) เพื่อมุ่งไป Domaine de Villarceaux ปราสาทที่มีสวนสวย อยู่ห่างจากกรุงปารีส 65 กิโลเมตรDomaine de Villarceaux มีบริเวณกว้างขวาง 70 เฮกตาร์ การทำนุบำรุงดีมากแม้จะมีคนสวนเพียง 2 คนเท่านั้น ตัวปราสาทในศตวรรษที่ 12 เป็นไม้ อยู่ใกล้ๆ กับวัดเบเนดิกตีน (bénédictine) ซึ่งกษัตริย์หลุยส์ที่ 6 (Louis VI) ให้สร้างสำหรับแม่ชี ซึ่งต่อมาถูกทำลายและสร้างเป็นปราสาทเล็กๆ ขึ้นแทนโดยใช้หินของวัดเบเนดิกตีนที่เหลืออยู่ ในศตวรรษที่ 13 ปราสาทไม้กลายเป็นป้อมปราการแข็งแรงเพราะเป็นแนวป้องกันชายแดนของกษัตริย์ฝรั่งเศส พอถึงยุคเรอแนสซองส์ (Renaissance) Domaine

Read More

เมืองงอย Simply Beautiful สวรรค์บนดินริมแม่น้ำอู

ลาว...ดินแดนแห่งสายน้ำและทิวเขา แม่น้ำหลายสายของลาวเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงคนในชาติโดยธรรมชาติของมันเองและยังคงเป็นเส้นเลือดทางเศรษฐกิจที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวนำรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง การล่องเรือชมความงามของสองฝั่งแม่น้ำถือเป็นกิจกรรมที่อยู่ในลำดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวเกือบทุกคนไม่ยอมพลาดเมื่อมาเยือนเมืองลาว และถือเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นจุดขายของ สปป.ลาว เลยก็ว่าได้ จุดหมายปลายทางของเราในครั้งนี้คือ “เมืองงอย” เมืองเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของลาวเหนือ ถ้าการล่องเรือแม่น้ำโขงคือเสน่ห์ของเมืองหลวงพระบาง และการนั่งปล่อยอารมณ์ชมทัศนียภาพริมแม่น้ำซองเป็นความงามของเมืองวังเวียง การได้เสพความงามของธรรมชาติริมฝั่ง “แม่น้ำอู” เส้นเลือดใหญ่ของเมืองงอยก็ถือเป็นสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวเช่นกัน เราตั้งต้นที่เมืองซำเหนือ แขวงหัวพัน ก่อนเดินทางโดยรถบัสจากซำเหนือมายังเมืองหนองเขียวและแวะพักที่หนองเขียวก่อนเดินทางต่อไปยังเมืองงอย รถออกจากซำเหนือราวๆ 08.30 น. มาถึงหนองเขียวเกือบสามทุ่ม รวมเวลาเดินทาง 12 ชั่วโมง โดยรถคันดังกล่าวต้องเดินทางต่อไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ซึ่งเป็นปลายทาง ใช้เวลาอีกราวๆ 12 ชั่วโมงเช่นกัน เรียกว่าวิ่งกันเป็นวันเลยทีเดียว การเดินทางโดยทางรถในลาวใช้เวลานาน เพราะถนนหนทางตัดเลียบเลาะไปตามเทือกเขา ทำความเร็วได้ไม่มากนัก รถทุกรอบทุกคันแน่นขนัดด้วยจำนวนผู้โดยสารและสัมภาระ การเดินทางมายังเมืองหนองเขียวก็เช่นกัน ผู้โดยสารและข้าวของเต็มรถ ที่นั่งไม่สบายนักแต่กลับไม่มีเสียงบ่นของคนบนรถ ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวนั่งเบียดๆ กันไป ที่ไหนพอจะนั่งได้ก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน เป็นความเอื้ออาทรที่เห็นได้น้อยเต็มทีในสังคมเมือง หนองเขียว ชุมทาง Backpacker เมืองหนองเขียว หรือเมืองงอยใหม่ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมน้ำอู แม่น้ำใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศลาว จุดเด่นของเมืองหนองเขียวคือเป็นทั้งชุมทางรถ ชุมทางเรือ และชุมทางของเหล่า Backpackerหนองเขียวอยู่ห่างจากหลวงพระบางเมืองมรดกโลกและแหล่งท่องเที่ยวทอปฮิตเพียง 150 กิโลเมตร

Read More

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ ถ้ำผู้นำ เมืองเวียงไซย

นอกจากความงดงามของธรรมชาติที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนแขวงหัวพัน แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวยอมเดินทางเป็นระยะทางไกลเพื่อมายังแขวงหัวพัน คือ อนุสรณ์สถาน “ถ้ำท่านผู้นำ” เมืองเวียงไซย สถานที่ที่มีร่องรอยของเรื่องราวในประวัติศาสตร์สมัยสงครามอินโดจีน ที่ยังหลงเหลือให้ชนรุ่นหลังได้สัมผัส หลังจากชาร์จแบตเตอรี่ให้กับตัวเองด้วยธรรมชาติที่งดงามของเมืองซำเหนือ แขวงหัวพันแล้ว เป้าหมายต่อไปของเราคือ “เมืองเวียงไซย (Vieng Xia)” เมืองเล็กๆ ที่อยู่ในแขวงหัวพัน อดีตศูนย์บัญชาการใหญ่ของกองทัพปลดปล่อยประเทศลาว เมืองเวียงไซย อยู่ห่างจากซำเหนือซึ่งเป็นเมืองเอกของแขวงหัวพันเพียง 30 กิโลเมตร มีรถสองแถวขนาดเล็กวิ่งรับส่งจากซำเหนือไปเวียงไซยวันละหนึ่งรอบในตอนเช้า ถึงแม้จะเป็นรถประจำเส้นทางแต่ก็ไม่ได้วิ่งทุกวันขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสาร เพราะความที่เมืองเวียงไซยอยู่ไม่ไกลจากซำเหนือ ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงใช้พาหนะส่วนตัวและรถอีแต๋นเอาเสียมากกว่า อีกทางหนึ่งคือเช่ารถสองแถวที่วิ่งบริการในเมืองซำเหนือ คล้ายกับรถแท็กซี่จะแชร์ค่าโดยสารกับคนอื่นหรือจะเหมาทั้งคันก็ได้ รถสองแถวลักษณะนี้มีอยู่เยอะ ตกลงนัดแนะเวลาและเจรจาค่าโดยสารได้กับคนขับโดยตรง มีทั้งแบบเหมาทั้งคันเพื่อไปส่งที่เวียงไซยอย่างเดียว แบบนำเที่ยวด้วย หรือจะพาไปส่งและรอรับกลับ สนนราคาแตกต่างกันออกไป แต่ไม่ได้แพงจนเกินไปนัก นักท่องเที่ยวที่ต้องการไปเที่ยวเมืองเวียงไซยแบบเช้าไปเย็นกลับ การเลือกใช้บริการเหมารถสองแถวถือว่าสะดวกทีเดียว แต่มีอีกหนึ่งทางเลือกที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวผมทองคือการเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับไปเอง ขับรถขึ้นเขาได้สัมผัสธรรมชาติแบบไม่มีอะไรปิดกั้น แต่ด้วยความที่เส้นทางจากซำเหนือไปยังเมืองเวียงไซยยังคงเป็นถนนที่ตัดเลียบเลาะเทือกเขา ดังนั้นความชำนาญในการขับขี่และคำนึงถึงความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อการเดินทางจะได้ไม่หยุดชะงัก จากซำเหนือเราใช้เวลาเดินทางไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงเมืองเวียงไซย ซึ่งตลอดเส้นทางยังคงเป็นป่าเขาและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์งดงามอันเป็นเสน่ห์ของแขวงหัวพัน เมืองเวียงไซย เมืองเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกล แต่ถือเป็นเมืองที่เป็นหัวใจของการท่องเที่ยวของแขวงหัวพัน เพราะเป็นเมืองที่มีลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงาม ป่าไม้เขียวขจี ทุ่งนายาวเหยียดที่ทอดไปตามแนวภูผา ภูเขาหินปูนที่ตั้งเรียงรายเสมือนหนึ่งเป็นกำแพงทางธรรมชาติที่โอบล้อมเมืองทั้งเมืองไว้ มีบึงขนาดใหญ่อยู่กลางเมือง และเป็นเมืองที่มีอากาศเย็นสบายตลอดปีแม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนก็ตาม ถ้ำผู้นำ แม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวแห่งเมืองเวียงไซย สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนเมืองเวียงไซยไม่ได้มีเฉพาะธรรมชาติที่งดงามเท่านั้น

Read More

ยลธรรมชาติกลางขุนเขา จากเชียงขวางสู่หัวพัน

เสียงเพลงลาวที่บรรยายถึงความงดงามของธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของแขวงหัวพัน ดังแว่วอยู่ในรถโดยสารระหว่างเมืองที่มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่เมืองซำเหนือ แขวงหัวพัน ภาษาที่ตรงไปตรงมา บวกกับท่วงทำนองของเครื่องดนตรีที่ดูเรียบง่าย ผสานกับทิวทัศน์สองข้างทาง ทำให้เราอิ่มเอมไปกับความงดงามของแขวงหัวพัน แม้จะยังเดินทางไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางก็ตาม จากนครหลวงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของประเทศลาว ศูนย์กลางความเจริญ และจุดตั้งต้นสำหรับการเดินทางต่อไปยังเมืองต่างๆ ของลาว เรามุ่งหน้าสู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศตามรอยเส้นทางยุทธศาสตร์สมัยสงครามอินโดจีน ผ่านเมืองโพนสะหวัน แขวงเชียงขวาง ก่อนเข้าสู่แขวงหัวพัน ระยะทางจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปยังแขวงหัวพันราวๆ 640 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยทางรถเกือบ 22 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลามาตรฐานสำหรับการเดินทางโดยทางรถในลาว ดังนั้นเราเลือกจึงเลือกแวะพักเก็บบรรยากาศตามเมืองต่างๆ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และทอนเวลาการเดินทางไม่ให้แต่ละครั้งยาวนานเกินไป จากเวียงจันทน์เราแวะพักที่เมืองโพนสะหวัน แขวงเชียงขวาง อดีตเมืองที่ถูกทิ้งระเบิดอย่างหนักช่วงสงครามอินโดจีน เมืองที่มีประวัติศาสตร์และร่องรอยของสงครามให้เราได้เห็นจนถึงทุกวันนี้ ต่อจากเมืองโพนสะหวัน แขวงเชียงขวาง เราเดินทางด้วยรถโดยสารระหว่างเมืองจากสถานีขนส่งของแขวงเชียงขวาง สปป.ลาว เพื่อเดินทางไปยังเมืองซำเหนือ แขวงหัวพัน การเดินทางด้วยวิธีนี้ ดูจะเป็นวิธีการเดินทางหลักของทั้งชาวลาวและนักท่องเที่ยว ดังจะเห็นได้จากจำนวนผู้โดยสารที่อัดแน่นกันอยู่ภายในรถที่มีทั้งชาวลาว ชาวเขา และนักท่องเที่ยว ไม่เพียงแต่จำนวนผู้โดยสารที่เต็มทุกที่นั่งของรถเท่านั้น แต่ปริมาณและขนาดของสัมภาระที่แต่ละคนนำมามีปริมาณมากจนเราไม่เชื่อว่าทั้งหมดนั้นจะสามารถเดินทางไปพร้อมเจ้าของได้ สัมภาระทั้งหมดถูกจัดวางไว้ทุกซอกมุมของทั้งในตัวรถและบนหลังคา และทุกที่ที่พอจะวางได้ เป็นการจัดสรรพื้นที่ได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ ด้วยความที่เมืองโพนสะหวันเป็นเมืองใหญ่ มีตลาดขนาดใหญ่ บรรดาชาวบ้านต่างเมืองจึงนิยมมาซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่เมืองนี้ ไปใช้และขายต่อในหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไป จึงไม่แปลกที่รถโดยสารจะอัดแน่นด้วยสัมภาระเหล่านั้น รถโดยสารระหว่างเมืองดูจะเป็นที่นิยมของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว สำหรับคนท้องถิ่นมันคือการเดินทางที่มีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากนัก สำหรับนักท่องเที่ยวมันคือการได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านและเสพความงามของธรรมชาติด้วยต้นทุนที่ถูกแสนถูก

Read More

เยือนถิ่นเมืองลาว ในท่ามกลางจินตนาการ AEC

เทศกาลสงกรานต์ใกล้เข้ามา หลายคนเตรียมตัวสนุกกับการสาดน้ำดับร้อน หลายคนวางแผนเดินทางท่องเที่ยว เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ชีวิตให้กับตัวเองในช่วงวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึง หลากหลายสถานที่ท่องเที่ยวคงผุดขึ้นมาเป็นตัวเลือกให้กับผู้ที่แสวงหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ วันนี้เราจะขอนำเสนออีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับการเติมพลังชีวิตให้กับตัวเอง กับประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงกับไทย อย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็น...Battery of Asia การเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศลาวสำหรับคนไทยแล้วถือว่าสะดวกเพราะเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ ห่างกันแค่ลำน้ำโขงกั้นกลางเท่านั้น และมีความคล้ายคลึงกันในหลายๆ ด้านทั้งภาษา วัฒนธรรม แต่ในความคล้ายกันนั้นก็มีความต่างซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์และเป็นเสน่ห์เฉพาะของลาว ภายใต้ความสะดวกในการเดินทางเข้าไปเยี่ยมเยือนประเทศเพื่อนบ้านนั้น เราต้องให้ความเคารพต่อระเบียบ กฎหมาย วัฒนธรรม และประเพณีอันดีงามของชาวลาว สิ่งใดที่เป็นข้อห้ามไม่พึงกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายเวลาเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ มารยาทที่ไม่ควรกระทำ ข้อห้ามในการถ่ายภาพในสถานที่บางแห่ง สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวพึงตระหนัก เพื่อไม่ทำผิดต่อกฎระเบียบของบ้านเมืองที่เราไปเยือน เพราะหากทำในสิ่งที่ไม่พึงกระทำแล้ว การต้องแก้ปัญหาขณะเดินทางท่องเที่ยวคงไม่ใช่เรื่องสนุกเป็นแน่ สำหรับจุดหมายปลายทางของเราในครั้งนี้คือ “นครเวียงจันทน์” เมืองหลวงแห่งประเทศลาว ซึ่งการเดินทางไปยังนครเวียงจันทน์นั้นสามารถเลือกเดินทางได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบประหยัดเวลาแต่ความสะดวกสบายสูงอย่างเครื่องบินซึ่งมีหลายสายการบินให้เลือกใช้บริการ หรือถ้าอยากจะขับรถไปเองก็สามารถทำได้ อีกทั้งยังสามารถใช้บริการการรถไฟไทยเส้นทาง กรุงเทพฯ–หนองคาย แล้วข้ามไปยังฝั่งลาวด้วยรถไฟระหว่างประเทศ หนองคาย-ท่านาแล้ง ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาทีจากฝั่งไทย ก็ได้อีกบรรยากาศหนึ่ง อีกหนึ่งวิธีการเดินทางที่เราอยากแนะนำคือ รถทัวร์ เส้นทางกรุงเทพฯ–เวียงจันทน์ ของบริษัท ขนส่ง จำกัด

Read More