Home > Cover Story (Page 98)

“Asian Brand” เป้าหมายก้าวกระโดดของ MK

“สุขอยู่ที่ใดใด ...สุขอยู่นี่ไง ค้นพบความสุขที่ MK” เมื่อเพลงดังขึ้น พนักงาน MK ที่ตั้งแถวรออยู่ก็เต้นอย่างพร้อมเพรียง แต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้เต้นอยู่ในร้าน MK หากแต่เป็น ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีลูกค้าวีไอพีกิตติมศักดิ์ซึ่งทาน MK มาตลอด 28 ปี อย่าง ท่านอานันท์ ปันยารชุน มาร่วมรับชมการแสดงนี้มีชื่อว่า “MK Step Forward” เป็นส่วนหนึ่งในพิธีเปิดการซื้อขายหุ้นวันแรกของ บมจ. เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยเข้าทำการซื้อขายในตลาดฯ ในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ใช้ชื่อย่อว่า “M” เนื่องจากในตลาดฯ มีผู้ใช้ “MK” ไปก่อนแล้ว คือ “มั่นคงเคหะการ” ซึ่งทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก่อนหน้านี้ MK ได้ขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ในราคาหุ้นละ 49

Read More

ธุรกิจขายตรง แข่งขันสูง…มุ่งเน้น สุขภาพ

 ธุรกิจขายตรง นับเป็นหนึ่งในธุรกิจอุตสาหกรรมที่เติบโตสวนกระแสของสภาวะเศรษฐกิจ โดยในปีนี้ธุรกิจขายตรงยังคงมีความคึกคัก และเติบโตพอสมควร โดยในครึ่งปีแรกยังมีอัตราการเติบโตประมาณ 6-7% จากมูลค่าตลาดรวม 60,000 ล้านบาทต่อปี หากประเมินให้ลึกลงไปพบว่าผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพและความงามยังครองแชมป์การเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10% โดยมีมูลค่าการตลาดมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท และเป็นตลาดที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูงระหว่างธุรกิจขายตรงยักษ์ใหญ่ อาทิ แอมเวย์ มิสทิน และกิฟฟารีน ล่าสุด แอมเวย์ ธุรกิจเครือข่ายอันดับหนึ่งของโลกและในไทย โดยกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า แนวโน้มการให้ความสำคัญต่อสุขภาพ ร่างกาย และยอมรับของกลุ่มผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในฐานะที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการดูแลสุขภาพ เป็นปัจจัยที่ช่วยทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ทั่วโลกเติบโตสูงขึ้นถึง 147,000 ล้านบาทขณะที่ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ขยายกำลังการผลิตโดยทุ่มงบประมาณอีก 11,250 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงานผลิตเพิ่มเติมอีก 7 แห่งในสหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย และเวียดนาม สำหรับประเทศไทย นิวทริไลท์เติบโตและประสบความสำเร็จเช่นกันโดยมียอดขายทะลุ 6,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา“นอกจากความสำเร็จจากการใส่ใจเรื่องสุขภาพแล้ว ในปีนี้ เพื่อขยายตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มวิตามินและเกลือแร่ให้แข็งแกร่งมากขึ้น เรายังคงใช้กลยุทธ์เดิมพร้อมการมองหาโอกาสใหม่ๆ เพิ่มเติม ซึ่งพบว่าวิตามินและเกลือแร่กลุ่มแคลเซียมเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่มีโอกาสการตลาดสูงมาก” กิจธวัชกล่าว ล่าสุด

Read More

เมียนมาร์ ปูพรมเปิด 3 ด่านหลัก รับ AEC-ท่องเที่ยว-การค้า

 เงื่อนกำหนดของเวลาว่าด้วยการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่กำลังขยับใกล้เข้ามาในปี 2015 กลายเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้แต่ละประเทศต่างเร่งปรับปรุงและปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ ซึ่งรวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อบรรลุสู่เป้าหมายการเชื่อมโยง Connectivity ที่อาเซียนตั้งไว้ความเคลื่อนไหวที่เห็นชัดที่สุดในมิติที่ว่านี้ ปรากฏขึ้นในกรณีของเมียนมาร์ ซึ่งกำลังเร่งเปิดประตูการค้าหลังจากที่เปิดประเทศทั้งในมิติของเศรษฐกิจและการเมือง ไปก่อนหน้านี้ โดยความคลี่คลายดังกล่าวในเมียนมาร์ได้หนุนนำให้เมียนมาร์กลับมาเป็นที่สนใจของประชาคมนานาชาติอย่างกว้างขวางในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาก้าวย่างของรัฐบาลเมียนมาร์คืบหน้าไปสู่การประกาศที่จะเปิดด่านการค้าถาวร 3 จุดหลักกับประเทศไทยทั้งที่ด่านแม่สาย จ.เชียงราย ด่านแม่สอด จ.ตาก และที่เกาะสอง จ. ระนอง ซึ่งหากพิจารณาในมิติทางภูมิศาสตร์ ต้องยอมรับว่านี่คือการเปิดด่านที่นำไปสู่การเชื่อมโยงเมียนมาร์เข้ากับโลกภายนอกโดยผ่านประเทศไทยที่ทรงพลังอย่างยิ่งแม้ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) เชื่อมทะเลจีนใต้ หรือทะเลตะวันออก ผ่านเวียดนาม-สปป.ลาว-ไทย กับอันดามัน เชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดีย ผ่านทางสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ (The Republic of Union of Myanmar) จะถูกพูดถึงกันมานานแต่พื้นที่ปลายทางฝั่งตะวันตกของ EWEC ที่อยู่ในเมียนมาร์ ตั้งแต่เมียวดี กอกาเร็ก หรือกรุกกริก พะอัน รัฐกะเหรี่ยง-เมาะละแหม่ง รัฐมอญ

Read More

จาก “โบนันซ่า” ถึง “เซอเรโน่” แผนบุก “เมือง” ขยายอาณาจักร

 การเดินหน้าเปิดตัวทาวน์โฮม “เดอะ เซอเรโน่ แจ้งวัฒนะ” ของสงกรานต์ เตชะณรงค์ ทายาทเจ้าของธุรกิจ “โบนันซ่า เขาใหญ่” ไม่ใช่แค่การต่อยอดผลงานชิ้นแรกจากโครงการ “โมเมนโต้ เขาใหญ่” แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นแผนรุกตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มตัว เพื่อขยายอาณาจักรจาก “ป่า” สู่ “เมือง” และสร้างเครือข่ายผลักดันบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยมีเป้าหมายใหญ่ปูพรมโครงการทั่วกรุงเทพฯ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมขณะเดียวกันยังเป็นการเปลี่ยนยุคของ “โบนันซ่า” เข้าสู่เจนเนอเรชั่นที่ 2 แบบฟูลทีมพี่น้อง 4 คน คือ สงกรานต์ ไพพรรณี พัทธมน และภูผา ส่วนไพวงษ์ เตชะณรงค์ ประกาศรีไทร์ตัวเองในทุกวงการ เพื่อไปสนุกกับธุรกิจส่วนตัว ตระเวนซื้อสัตว์หายาก สร้าง “The Exotic Zoo” เนื้อที่กว่า 150 ไร่ เพื่อเปิดสวนสัตว์ที่คุยว่าดีที่สุดในเขาใหญ่ปัจจุบันพื้นที่กว่า 5,000 ไร่ของโบนันซ่า เขาใหญ่

Read More

“สะพานแห่งศรัทธา” กับการจัดการของภาครัฐ

 ข่าวการพังถล่มของสะพานมอญ สะพานไม้สุดคลาสสิก และสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา สร้างความใจหายให้กับหลายๆ คน ทั้งนักท่องเที่ยว คนทั่วไป และโดยเฉพาะกับคนในพื้นที่ พร้อมกับคำถามที่ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเพราะภัยธรรมชาติอย่างที่เข้าใจ หรือจริงๆ แล้วเป็นผลพวงจากพฤติกรรมของมนุษย์“สะพานมอญ” มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “สะพานอุตตมานุสรณ์” ตั้งตามชื่อของหลวงพ่ออุตตมะ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม พระเกจิซึ่งเป็นดังศูนย์รวมจิตใจของทั้งชาวไทย ชาวมอญและชาวกะเหรี่ยงแห่งเมืองสังขละ และเป็นผู้ริเริ่มสร้างสะพานดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างตัวอำเภอสังขละบุรีกับหมู่บ้านชุมชนชาวมอญอีกฝั่งหนึ่งเข้าด้วยกันการสร้างสะพานเริ่มขึ้นตั้งแต่ ปี 2529 แล้วเสร็จในปี 2530 วัสดุที่ใช้สร้างเป็นไม้ทั้งหมด โดยอาศัยเพียงแรงกายและความร่วมแรงร่วมใจของชาวไทยและชาวมอญที่มีศรัทธาต่อองค์หลวงพ่ออุตตมะในการดำเนินการก่อสร้างเท่านั้น จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “สะพานแห่งศรัทธา”สะพานมอญแห่งนี้ มีความยาว 850 เมตร ถือว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นสะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสะพานไม้อูเบ็งในประเทศพม่าเท่านั้น ตัวสะพานทอดข้ามลำน้ำซองกาเลียเชื่อมระหว่างตัวอำเภอสังขละบุรีกับหมู่บ้านชุมชนชาวมอญอีกฝั่งหนึ่งเข้าด้วยกัน ถือเป็นเส้นทางสัญจรหลักของชาวมอญและชาวไทยตามแนวชายแดน แม้ว่าจะมีสะพานคอนกรีตที่ กฟผ. และกรมทางหลวงสร้างข้ามแม่น้ำรันตีเพื่อข้ามไปฝั่งมอญก็ตาม แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงใช้สะพานไม้เป็นหลักในการสัญจร “ทุกชีวิตใน อ.สังขละบุรี มีความผูกพันกับสะพานไม้แห่งนี้มาก เพราะทำให้ชาวไทย

Read More

“ช้าง-สิงห์” อัดงบลุยแหลก ท้าดวลสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง

 การทุ่มทุนยกขบวนทัพนักเตะสโมสรทีมดังระดับโลกมาดวลแข้งฟุตบอลนัดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น เชลซี แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล และล่าสุด บาร์เซโลน่า ที่เตรียมเปิดฉากปะทะทีมชาติไทยในศึก “ช้างแชมเปี้ยนส์คัพ” วันที่ 7 สิงหาคมนี้ สร้างปรากฏการณ์สะท้อนสงครามกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งอย่างดุเดือดเลือดพล่าน โดยเฉพาะสองค่ายธุรกิจเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ “ไทยเบฟเวอเรจ” และ “สิงห์ คอร์ปอเรชั่น” ที่มองไกลไปถึงการปลุกกระแสต่อเนื่องรับบิ๊กแคมเปญ “ฟุตบอลโลก 2014” ในปีหน้าด้วย เป้าหมายหลักไม่ใช่แค่การสร้างแบรนด์ช่วงชิงฐานตลาดในประเทศ แต่ทั้งสองค่ายต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อรุกตลาดโลกและรองรับการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 เพราะตลาดจะเปลี่ยนแพลตฟอร์มใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเบียร์จะมีผู้เล่นกลุ่มเบียร์นำเข้าบุกตลาดมากขึ้นขณะเดียวกัน หากเปรียบเทียบกับกลยุทธ์ “มิวสิกมาร์เก็ตติ้ง” แล้ว “สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง” สร้างแรงส่งได้มากกว่า ได้กว้างกว่า และแรงกว่า โดยเฉพาะการใช้สโมสรฟุตบอลระดับอินเตอร์ที่มีแฟนเบสทั่วโลก สื่อสารภาพลักษณ์และสร้างแบรนด์ได้ชัดเจนกว่าสำหรับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ชิมลางการเป็นสปอนเซอร์สโมรสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ “เอฟเวอร์ตัน” เมื่อ 8 ปีก่อน เพื่อผลักดัน “ช้าง” เป็น “โกลบอลแบรนด์”

Read More

ล่องนทีความคิดผ่านวิถีอาหารไทย กับนักธุรกิจที่ชื่อ Walter Lee

เพราะสีสันของสถาปัตยกรรมเลียบริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืนนั้นนับได้ว่ามีเสน่ห์ ไม่เฉพาะในสายตาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แม้แต่คนไทยเองก็ยังหลงใหลและใฝ่ฝันที่จะได้ล่องเรือชื่นชมบรรยากาศแสนโรแมนติก พร้อมดินเนอร์เหนือสายน้ำเจ้าพระยาดูสักครั้งปัจจุบันธุรกิจเรือภัตตาคารล่องแม่น้ำเจ้าพระยาเติบโตและคึกคัก เรียกได้ว่า ตั้งแต่ 19.00-21.00 น. ของทุกค่ำคืน ตลอด 2 ชั่วโมงแห่งมื้อค่ำสุดโรแมนติกจะมีเรือภัตตาคารล่องผ่านวัดอรุณฯ แทบจะทุกๆ 10-15 นาทีไม่ว่าจะเป็น เรือภัตตาคารยักษ์เหล็กอย่าง “เจ้าพระยาปริ๊นเซส”, “ไวท์ ออร์คิด”, “แกรนด์เพิร์ล”, “เจ้าพระยาครุยส์”, “ริเวอร์ สตาร์ ปริ๊นเซส”, “ริเวอร์ไซด์” และ “เจ้าพระยาปริ๊นเซส” หรือจะเป็นเรือภัตตาคารสร้างจากไม้สักดัดแปลงจากเรือบรรทุกข้าวในอดีตอย่าง “แว่นฟ้า”, “ยกยอ” และ “มโนราห์” ที่ทำให้สายน้ำเจ้าพระยาคึกคักทั้งค่ำคืนล่าสุด นับแต่เดือนมีนาคม ที่เพิ่งผ่านมา สายน้ำเจ้าพระยาเพิ่งได้รับสมาชิกใหม่เป็นเรือไม้สักทองอายุ 50 ปี ลำใหญ่สุดของแม่น้ำแห่งนี้ ชื่อว่า “ณ เบญจรงค์” เรือภัตตาคารขนาดย่อมรับนักท่องเที่ยว 40 คน เพิ่มขึ้นอีกรายขณะที่เรือภัตตาคารส่วนใหญ่เสิร์ฟอาหารบุฟเฟต์ ราคาตั้งแต่ 900-1,400 บาท

Read More

ค่ายอสังหาฯ ปรับกลยุทธ์ รับมือ “แข่งเดือด” ครึ่งปีหลัง

 ท่ามกลางหลากหลาย “สัญญาณลบ” ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีแรกต่อเนื่องมาถึงช่วงครึ่งปีหลัง แต่หลายผู้ประกอบการยังเดินหน้าส่งโครงการใหม่ออกสู่ตลาดกันอย่างครึกโครมเพื่อผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้า ส่งผลให้การแข่งขันในช่วงโค้งสุดท้ายของปีน่าจะร้อนแรงถึงขั้น “เดือด”ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวนับเป็นสัญญาณลบตัวแรกของธุรกิจอสังหาฯ เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ขณะที่ค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้น นอกจากจะทำให้ผู้บริโภคและนักเก็งกำไรชะลอการตัดสินใจซื้ออสังหาฯ ยังทำให้การขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยของบุคคลเป็นไปได้ยากขึ้น“เอพี” เผยว่า ครึ่งปีที่ผ่านมามีลูกค้าของบริษัทที่ขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยจากธนาคารไม่ผ่านราว 15% โดยธนาคารกสิกรไทยยอมรับว่า แนวโน้มในการปฏิเสธสินเชื่อบ้านของธนาคารเพิ่มขึ้นจากช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ส่วนตัวเลขจากแบงก์ชาติระบุว่า ปัจจุบันมีอัตราการปฏิเสธคำขอสินเชื่อบ้านสูงถึง 25% เนื่องมาจากการออกนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น ขณะที่มาตรการกำหนดเงินดาวน์ให้สูงขึ้น ก็เป็นอีกแรงกดดันที่จะทำให้การซื้อขายอสังหาฯ ในช่วงครึ่งปีหลังยิ่งฝืดเคืองหนักขึ้นฟากฝั่งผู้ประกอบการ สัญญาณลบรุนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นปัญหาต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่พื้นดินจนถึงหลังคา โดยเฉพาะราคาที่ดินที่สูงขึ้นเฉลี่ย 10-20% ขณะที่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 10% บวกกับค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เหล่านี้ล้วนส่งผลให้ราคาอสังหาฯ เมื่อเทียบกับพื้นที่ใช้สอยที่ได้รับแพงขึ้นกว่าปีก่อนปัจจัยลบอีกประการในภาคอสังหาฯ ได้แก่ ปัญหาแรงงานขาดแคลน ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายมองเป็นปัญหาสำคัญที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้การผลิตในภาคอสังหาฯ ต้องชะลอตัวในอนาคตอันใกล้นอกจากนี้ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย มองว่าในครึ่งปีหลัง ภาคอสังหาฯ ยังมีอีกสิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ “ภาวะล้นตลาด (Over Supply)” ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดใหม่ที่มีภาวะล้นตลาดในหลายพื้นที่ปัจจัยลบทั้งหมดนี้ สะท้อนออกมาเป็นผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ ที่ลดลงจากไตรมาสก่อน

Read More

เปิดโครงการ “เจพาร์ค” สหพัฒน์ระดม “แม็กเน็ต” พรึ่บ

 บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ปักหมุดตัวแรกเปิดตัวโครงการ “เจพาร์ค” เพื่อเร่งเครื่องยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนธุรกิจครั้งใหม่ของเครือสหพัฒน์ การรุกสู่ธุรกิจค้าปลีกแบบเต็มระนาบ ตั้งแต่การขยายเครือข่ายคอนวีเนียนสโตร์ “ลอว์สัน 108” และ “108 ช็อป” ปูพรมดรักสโตร์ “ซูรูฮะ” กระจายร้านจำหน่ายสินค้าในเครือ ไอ.ซี.ซี. “His&Her” และล่าสุด ผุดบิ๊กโปรเจ็กต์ คอมมูนิตี้มอลล์สไตล์ญี่ปุ่น ที่ตั้งเป้าสร้าง “เจแปนทาวน์” รองรับกลุ่มนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นในเขตอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นนักลงทุนต่างชาติติดอันดับ 1 ในไทยมาอย่างยาวนานตามแผนเบื้องต้น โครงการเจพาร์คศรีราชา 2 เฟสแรก มีพื้นที่รวม 22 ไร่ เงินลงทุนประเดิม 800 ล้านบาท โดยรูปแบบโครงการจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ศูนย์การค้า แหล่งชอปปิ้งรวมร้านค้าทั้งของไทยและญี่ปุ่น ร้านอาหารญี่ปุ่น คอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โรงแรม โรงพยาบาล โรงเรียน ศูนย์การศึกษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น  ซึ่งมีสถานศึกษาในเครือสหพัฒน์ คือ โรงเรียนภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นวาเซดะ และสถาบันแฟชั่นระดับโลกของประเทศญี่ปุ่น “บุนกะแฟชั่น”

Read More

“ฮอร์โมน เดอะซีรีส์” ภาพสะท้อน สังคมไทยยุค 4G

 “แม่กำลังจะมีน้อง...” คุณแม่ Single Mom เอื้อนเอ่ยความในใจ“แล้วเม่ท้องกับใคร... แม่ไม่ได้ป้องกันหรือ...แม่ไม่ได้มีแฟนนิ” เด็กวัยรุ่นเพศหญิงถามกลับด้วยความสงสัยข้อความที่ดูเหมือนจะกลับตาลปัตร สลับข้างนี้ เป็นส่วนหนึ่งของบทละครที่ดำเนินไปด้วยบทสนทนาและประโยคแรงๆ โดนๆ และตรงไปตรงมาจาก “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” ซึ่งอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่หนุนส่งให้ซีรีส์วัยรุ่นเรื่องนี้กลายเป็นกระแสยอดฮิตที่กำลังเป็น ทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์ ในขณะนี้ปรากฏการณ์ที่สะท้อนผ่านออกมาเป็นบทละครนี้ นอกจากจะกำลังสื่อสารข้อความว่าด้วยความเข้าใจเรื่องเพศศึกษา ความเป็นไปของผู้คนต่างวัย และวิถีชีวิตของวัยรุ่น ที่กำลังถูกทำให้เป็นประหนึ่งเรื่องราวที่หลบมุมและเข้าใจยาก ทั้งที่ความเป็นไปเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องราวปกติธรรมดาของผู้คนในห้วงอายุและช่วงวัยแล้วในอีกมิติหนึ่ง ความเป็นไปและกระแสที่เกิดขึ้นจาก “ฮอร์โมน เดอะซีรีส์” ก็คือ ข้อเท็จจริงที่ว่า ในโลกยุคดิจิตอลนี้ ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงและเสพรับ “คอนเทนต์” ต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง ทั่วถึง ในลักษณะที่อาจกล่าวได้ว่า ไร้ข้อจำกัดกันเลยทีเดียว พัฒนาการและการมาถึงของเครื่องมือในยุคสมัยใหม่ได้ทลายกำแพงและข้อจำกัดด้านเวลาการออกอากาศในลักษณะดั้งเดิมลงอย่างสิ้นเชิง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ผลิตสื่อ เจ้าของผลิตภัณฑ์ และผู้บริโภคที่เสพงานได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้อย่างเต็มที่ ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ดำเนินไปควบคู่กับพัฒนาการของอุปกรณ์-เครื่องมือ และระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นมารองรับกับยุคสมัยแห่งดิจิตอลนี้ไม่ว่าจะเป็น 3G หรือ 4G ซึ่งเป็นประหนึ่งประตูที่เปิดกว้างให้ผู้คนผ่านเข้าออกได้อย่างสะดวกและเป็นปัจจัยให้เกิดการผลิตซ้ำที่ช่วยกระตุ้นให้ยอดผู้เข้าชม “ฮอร์โมน เดอะซีรีส์” มีสูงถึงในระดับเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5 ล้านครั้งในแต่ละสัปดาห์ จำนวนยอดผู้เข้าชมคลิปรายการจำนวนมากขนาดดังกล่าวนี้

Read More