Home >

เมื่อพังผืดเกิดติดยึดขมวดเป็นปม

Column: Well – Being พังผืดเป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันสำคัญอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งสามารถทำให้เกิดความรู้สึกเป็นปมตึงเขม็งเกลียวขึ้นได้ นิตยสาร shape ให้ความกระจ่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับพังผืดไว้ดังนี้ เครือข่ายของพังผืด พังผืดมีลักษณะเหมือนสายรัดแบบเต็มตัวที่ยึดโยงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนังให้อยู่ในที่ในทาง มีหน้าที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อ กระดูก อวัยวะ เส้นประสาท และหลอดเลือด ให้อยู่ในเครือข่ายของคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติกที่เชื่อมต่อกัน ดังนั้น การเคลื่อนไหวทุกฝีก้าว และการนั่งนอนนานๆ ล้วนส่งผลกระทบต่อพังผืดของคุณ อาร์คาดี้ ลิปนิตสกี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการจัดกระดูก (chiropractor) แห่งศูนย์ Rebalance NYC อธิบายว่า “หลังจากนั่งเป็นเวลานาน เวลาที่ลุกขึ้น ถ้าคุณรู้สึกว่าเกิดอาการข้อติด พูดได้เลยว่า เป็นเพราะพังผืดสูญเสียคุณสมบัติยืดหยุ่นของตัวเองไปชั่วคราว” ซู ฮิทซ์มานน์ นักกายภาพบำบัดและผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมการวิจัยพังผืด ให้คำแนะนำว่า “ให้เคลื่อนไหวไปรอบๆ ความรู้สึกว่าข้อติดนั้นจะหายไปเอง นี่คือเหตุผลสำคัญที่ตอกย้ำว่า ทำไมการเคลื่อนไหวอยู่เสมอจึงจำเป็นมาก” เมื่อเกิดการติดยึด จอร์แดน เม็ทเซิล แพทย์ด้านการกีฬากล่าวไว้ในหนังสือ The Athlete’s Book of Home Remedies ว่า เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า (หรือเพราะอาการบาดเจ็บ) พังผืดสามารถฉีกขาด อักเสบ หรือหดตัวสั้นลง

Read More

เป็นมิตรกับไขมันกันดีกว่า & กินมากไปทำไงดี

Column: Well – Being ที่พูดกันว่า ไขมันทำให้คุณอ้วนได้นั้น เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะไขมันให้พลังงานสูงกว่าคาร์โบไฮเดรตหรือโปรตีน แต่ร่างกายของคุณจำเป็นต้องได้รับไขมันเพื่อทำหน้าที่ให้ได้ดีที่สุด และไขมันบางชนิดก็มีคุณสมบัติและคุณภาพดีกว่าชนิดอื่นๆ ในการช่วยค้ำจุนสุขภาพโดยรวมของคุณ การตรวจสอบปริมาณไขมันที่กินเข้าไปอย่างระมัดระวังจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังพยายามลดน้ำหนักตัว แต่การกินอะโวคาโดสักสองสามชิ้น เนยถั่วสักหนึ่งช้อนพูน หรือเหยาะน้ำมันมะกอกลงในสลัดสักหน่อย สามารถทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น หรือสามารถช่วยให้ร่างกายของคุณเผาผลาญไขมันได้มากขึ้นด้วยซ้ำ และที่ไม่อาจปฏิเสธได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ ไขมันทำให้อาหารมีรสชาติดีขึ้นเสียด้วย หนังสือ Prevention Guide: Eat Clean กล่าวว่า หัวใจสำคัญอยู่ที่การเลือกกินไขมันให้ถูกชนิด เพราะไขมันที่มีอยู่ทั้งหมดไม่ได้ถูกผลิตขึ้นอย่างเท่าเทียมหรือเหมือนกัน แล้วคุณจะแยกแยะได้อย่างไรล่ะว่าไขมันชนิดไหนดีหรือไม่ดีอย่างไร วิธีที่ง่ายที่สุดคือ นึกถึงไขมันในรูปของสัญญาณไฟจราจรนั่นเอง ไขมันบางชนิดจัดอยู่ในประเภทไฟเขียว บางชนิดเป็นไฟเหลือง และบางชนิดเป็นไฟแดง ไขมันประเภทไฟเขียว เป็นไขมันไม่อิ่มตัว เช่น ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (monounsaturated fat) ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (polyunsaturated fat) และกรดไขมันโอเมก้า–3 ซึ่งสามารถช่วยให้คุณลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจได้ ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดของคุณให้คงที่ ซึ่งช่วยลดอาการอยากอาหารขยะที่มีรสหวานได้ด้วย คุณแสวงหาไขมันประเภทไฟเขียวนี้ได้จากอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูปที่มีอยู่มากมาย รวมทั้งอาหารประเภทธัญพืชเต็มเมล็ดด้วย ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ได้แก่ น้ำมันมะกอก ผลมะกอก อะโวคาโด ถั่วเปลือกแข็ง และเนยถั่ว ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน

Read More

เปิดข้อมูลใหม่…ช่วยหนีไกลจากไข้หวัด

Column: Well – Being แม้เรายังอยู่ในอิทธิพลของฤดูหนาว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณต้องป่วยเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่เสมอไป นิตยสาร Shape นำเสนอกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่มีวิทยาศาสตร์หนุนหลัง ทำให้คุณแข็งแรงดี รอดพ้นจากการถูกโรคภัยไข้เจ็บตามฤดูกาลเล่นงานได้ เลือกออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกที่คุณสามารถทำได้ เพื่อรักษาร่างกายให้มีสุขภาพดี ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร British Journal of Sports Medicine พบว่า คนที่ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 5 ครั้งหรือมากกว่า มีแนวโน้มป่วยน้อยกว่าคนที่ออกกำลังกายเพียงสัปดาห์ละครั้งถึงร้อยละ 43 และการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออาจเป็นประโยชน์มากเป็นพิเศษ ดร.เดวิด ไนแมน หัวหน้าทีมวิจัยและผู้เขียนรายงานการวิจัยชิ้นนี้กล่าวว่า “ระหว่างออกกำลังกายแบบแอโรบิก เซลล์ภูมิคุ้มกันของคุณจะเคลื่อนที่ไปทั่วร่างกายและเคลื่อนที่ไปในกระแสเลือดได้มากกว่า ผลคือคุณสามารถตรวจพบและทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่า” เขายังเพิ่มเติมว่า การออกกำลังกายอย่างการวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และพายเรือ ดูเหมือนจะมีประสิทธิภาพที่สุด นอนเพิ่มขึ้นอีกหน่อย วารสาร Sleep รายงานผลการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ที่ระบุว่า หลังจากให้กลุ่มตัวอย่างสัมผัสเชื้อไวรัสก่อไข้หวัด ปรากฏว่าร้อยละ 39 ของผู้ที่นอนวันละ 6 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า ถึงกับล้มป่วยเมื่อเทียบกับผู้ที่นอนวันละมากกว่า 6 ชั่วโมง ที่ป่วยเพียงร้อยละ 18 ดร.เอริค

Read More

อาหารกระตุ้นโรควิตกกังวล

Column: Well – Being คุณเคยรู้หรือไม่ว่า สิ่งที่คุณรับประทานสามารถส่งผลต่ออารมณ์และโรควิตกกังวลของคุณได้เช่นกัน ดังที่นิตยสาร Prevention :Relieve Anxiety Naturally แจกแจงดังนี้ พาสต้า คาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดขาว เช่น พาสต้าสีขาว ขนมปังขาว โดนัท ลูกกวาด และเครื่องดื่มใส่น้ำตาล สามารถทำลายอารมณ์ของคุณด้วยการทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นและลดระดับลงอย่างรวดเร็ว เมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มนักวิจัยประจำมหาวิทยาลัยโคลัมเบียพบว่า ยิ่งผู้หญิงที่บริโภคน้ำตาลและธัญพืชขัดขาวแล้วมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นมากเท่าไร ก็ยิ่งมีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้นเท่านั้น และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันยังพบด้วยว่า หนูที่เลี้ยงด้วยอาหารรสหวานจะมีอาการตื่นตระหนกและวิตกกังวลเมื่อดึงน้ำตาลออกจากอาหาร ซึ่งคล้ายกับประสบการณ์ของคนเมื่อถูกให้ถอนตัวจากยาเสพติด อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือ มหาวิทยาลัยโคลัมเบียยังพบด้วยว่า อาหารที่มีธัญพืชเต็มเมล็ดสูง (เช่น ข้าวกล้อง และควินัว) รวมทั้งมีผักและผลไม้หลากหลายชนิด ยังช่วยลดความเสี่ยงของผู้หญิงจากโรคซึมเศร้าได้ กาแฟ เราไม่ได้บอกให้คุณหยุดดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มกาเฟอีนอื่นๆ แต่ถ้าคุณรู้สึกวิตกกังวลอาจโทษว่าเป็นเพราะการดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้หลายๆ แก้วติดต่อกันก็ได้ อาลี มิลเลอร์ นักกำหนดอาหาร อธิบายว่า กาเฟอีนมีผลกระตุ้นระบบประสาท ทั้งยังเป็นสาเหตุให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด คือ คอร์ติซอล ที่ทำให้โรควิตกกังวลแย่ลง และทำให้มีปัญหาการนอน โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคตื่นตระหนกและโรคกลัวการเข้าสังคม แม้จะมีข้อเท็จจริงอันหนึ่งที่กล่าวว่า กาเฟอีนช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเซโรโทนินที่ทำให้คุณรู้สึกดี แต่การหลั่งเซโรโทนินตลอดเวลาอันเป็นผลจากการบริโภคกาแฟมากเกินไปในช่วงเวลาหนึ่งนั้น แท้จริงแล้วสามารถทำให้คุณเกิดอาการสารสื่อประสาทด้อยประสิทธิภาพได้ จึงควรลดอิทธิพลของกาเฟอีนด้วยการดื่มกาแฟถ้วยขนาด

Read More

แช่แข็งกระบวนการชราภาพ

Column: Well – Being ฟังดูเหมือนมาจากภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ยังไงยังงั้น แต่ปัจจุบันการชะลอวัยก็เป็นจริงแล้ว เพราะความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการวิจัย ผลการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า ชาวอเมริกันมีอายุยืนยาวขึ้นและอ่อนวัยขึ้น ดังที่ ดร.เลียวนาร์ด เดวิส แห่งโรงเรียนผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยยูเอสซี อธิบายว่า “เราวัดอายุทางชีวภาพของคนผ่านเครื่องบ่งชี้การมีสุขภาพดีที่แตกต่างกัน และพบว่า อัตราเร่งของการชราภาพได้ชะลอตัวลงในรอบ 20 ปีที่ผ่านมานี้” นั่นคือ การที่คนไม่เพียงอายุยืนขึ้น แต่ยังมีความสุขกับพลังจิตและพลังกายที่สำคัญยาวนานขึ้นด้วย นิตยสาร Shape รายงานความคืบหน้าด้านศาสตร์ชะลอวัยนี้ว่า จริงอยู่ที่พันธุกรรมมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดว่า เราจะแก่ชราลงเร็วแค่ไหน แต่การวิจัยใหม่ๆ ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมก็มีส่วนสำคัญพอกัน “เราสามารถควบคุมกระบวนการชราภาพผ่านอาหาร การออกกำลังกาย และวิถีชีวิต” ดร.เจย์ โอลชานสกี้ ศาสตราจารย์ประจำโรงเรียนการสาธารณสุขแห่งมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ให้ความเห็น ต่อไปนี้คือคำแนะนำ 5 หัวข้อที่คุณสามารถทำได้ เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดของการชะลอวัยที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และอยู่บนรากฐานของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สร้างสมดุลการบริโภคไขมัน วารสาร Brain, Behavior and Immunity รายงานว่า เป็นที่รู้กันว่ากรดไขมันโอเมก้า–3 มีผลต่อเครื่องบ่งชี้ของวัยทางชีวภาพ 2 อย่างด้วยกัน นั่นคือ

Read More

โรควิตกกังวลคุกคามคุณหรือเปล่า

Column: Well – Being ถ้าคุณมีชีวิตเหมือนคนส่วนใหญ่ที่อยู่กับข้อผูกมัดทางครอบครัว กำหนดเส้นตายในการทำงาน ความยุ่งเหยิงทางการเมือง หรือข่าวประจำวันอะไรก็ตามที่ทำให้คุณไม่เป็นสุขอยู่ตลอดเวลา และปัจจัยเหล่านี้ทำให้คุณเกิดความรู้สึกตึงเครียดเล็กน้อย หรือาจถึงขั้นตึงเครียดมากด้วยซ้ำ รีด วิลสัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตเวช แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ท แคโรไลนา กล่าวว่า มีผลการศึกษาชี้ว่า ชาวอเมริกันเป็นคนขี้ตื่นเต้นไม่เบา ผู้ใหญ่เกือบทุก 1 ใน 5 คนป่วยจากโรควิตกกังวล ในจำนวนนี้ผู้หญิงเป็นมากกว่าถึง 4 เท่า นิตยสาร Prevention : Relieve Anxiety Naturally ประมาณการว่า มีชาวอเมริกันราว 40 ล้านคนต้องทุกข์ทรมานจากโรคนี้ และให้วิธีสังเกตตัวเองง่ายๆ ว่า คุณถูกคุกคามจากโรควิตกกังวลนี้บ้างหรือไม่ ดังนี้ ความวิตกกังวลออกอาการทางร่างกาย เรากำลังพูดถึงความเจ็บปวดทางร่างกายที่เกิดขึ้นจริง แหล่งที่มานั้นหลากหลายขึ้นกับแต่ละบุคคล รอยซ์ ลี จิตแพทย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตเวช แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก อธิบายว่า คนจำนวนมากที่เป็นโรควิตกกังวลต้องทนทุกข์กับภาวะโซมาติก เช่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ชีพจรเต้นเร็ว ปวดท้อง

Read More

ธรรมชาติ – ยาที่ดีที่สุด

Column: Well – Being ยุคนี้เป็นยุคที่คนในสังคมต้องแบกรับภาระหน้าที่การงาน ครอบครัว และข้อมูลข่าวสารพร้อมกันในคราวเดียวชนิดที่เรียกว่าหนักเกินกำลังก็ว่าได้ และมักขาดแรงสนับสนุนจากสังคมที่จะช่วยให้ภาระที่แบกรับเอาไว้ทั้งหมดเดินหน้าไปพร้อมๆ กันได้ด้วยดี และเพราะงานที่ทำต้องใช้คอมพิวเตอร์รวมทั้งสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ทำให้เราเผชิญหน้ากับประสบการณ์ของการผิดที่ผิดทางครั้งมโหฬารในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ นั่นคือ การแยกห่างจากโลกธรรมชาติทั้งด้านกายภาพและอารมณ์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นิตยสาร Prevention : Relieve Anxiety Naturally รายงานว่า มนุษย์รู้สึกมานานแล้วว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องค่อยๆ เชื่อมโยงกับธรรมชาติ และนักวิจัยก็ค้นพบข้อดีที่เป็นรูปธรรมมากมายในการกลับไปเชื่อมโยงกับธรรมชาติใหม่ เพราะธรรมชาติเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของเรา Prevention จึงเสนอแนะวิธีออกไปใช้เวลากลางแจ้งที่สามารถแก้ปัญหาการเจ็บไข้ได้ป่วยของคุณดังนี้ อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยเสียงดังอึกทึกมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่การจราจรบนท้องถนนไปจนถึงเสียงเครื่องบินเจ็ตบนท้องฟ้าเหนือหัวเรา ยาถอนมลพิษทางเสียงคืออะไรรึ เสียงจากธรรมชาตินั่นเอง ตลอดระยะเวลาแห่งวิวัฒนาการของมนุษย์เรา เสียงนกร้องย้ำเตือนเราว่า จะไม่มีพายุพัดกระหน่ำ โจชัว สมิธ ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเพนน์ สเตท ผู้ศึกษาเรื่องความสงบจากเสียงธรรมชาติส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจและระดับฮอร์โมน แนะนำให้เราหาเวลาวันละ 20 นาที ปลีกตัวไปอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ ในกรณีที่คุณไม่สามารถออกไปข้างนอก ให้ใช้แอปหรือเทปบันทึกเสียงจากธรรมชาติ เช่น เสียงนกร้อง เสียงลม หรือเสียงคลื่นแทน ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน จมูกของเราทำหน้าที่เหมือนหู คือสร้างช่องทางเชื่อมต่อไปสู่สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ของเรา นักวิจัยญี่ปุ่นพบว่า สารไพนีนที่ต้นไม้เขียวชอุ่มปล่อยออกมา มีผลในการลดอัตราการเต้นของหัวใจของทารกอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่น้ำมันหอมระเหยจากต้นสนฮิโนกิออกฤทธิ์ให้เซลล์นักฆ่าตามธรรมชาติในผู้ใหญ่ทำงานแข็งขันขึ้นหรือเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกายนั่นเอง

Read More

มิติใหม่…ออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์

Column: Well – Being การออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์ ไม่เพียงส่งผลดีต่อคุณ แต่ยังช่วยให้ทารกน้อยในครรภ์แข็งแรงด้วย นิตยสาร Shape นำเสนอคำแนะนำใหม่ๆ ว่า ว่าที่คุณแม่ควรออกกำลังกายหนักแค่ไหน ให้ลองศึกษากันดู ภาควิชาสูตินรีเวชวิทยาแห่งอเมริกากล่าวว่า ตราบเท่าที่หมอประจำตัวตรวจสุขภาพของคุณโดยละเอียดแล้ว และไฟเขียวให้โดยตลอด สิ่งที่หญิงตั้งครรภ์ต้องทำโดยไม่คำนึงถึงระดับความฟิตของร่างกาย คือ คุณสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยลดอาการปวดหลัง ช่วยให้น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์เป็นไปอย่างแข็งแรง และลดความเสี่ยงจากโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ภาวะครรภ์เป็นพิษ หรือลดอันตรายจากการผ่าตัดคลอด แพทย์หญิงไดอานา รามอส ผู้ช่วยศาสตราจารย์คลิกนิกวุฒิคุณด้านสูตินรีเวชวิทยาแห่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย แนะนำว่า “แน่นอน คุณจำเป็นต้องออกกำลังกายให้ช้าลงเล็กน้อย และเชื่อฟังร่างกายของคุณด้วย” ต่อไปนี้คือคำแนะนำเพื่อให้ระยะ 9 เดือนของการตั้งครรภ์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและแข็งแรง ทำ resistance training และแอโรบิกต่อไป ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Physical Activity and Health แสดงว่า ผู้หญิงที่ออกกำลังกายแบบ resistance training ร่วมกับแอโรบิกขนาดปานกลาง–หนัก (ประมาณสัปดาห์ละ 3 วัน ครั้งละ 30 นาที)

Read More

ตัวช่วยบำรุงผิวที่มองไม่เห็น

Column: Well – Being แค่คิดว่ามีจุลินทรีย์อาศัยอยู่บนใบหน้า คงทำให้คุณฝันร้ายอย่างสยดสยอง แต่นั่นคือภาวะที่เกิดขึ้นจริง อย่างน้อยที่สุดก็ในระดับที่ส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ ในลำไส้ของคุณก็มีไมโครไบโอมหรือจุลินทรีย์จำนวนมหาศาลนับร้อยล้านตัวอาศัยอยู่ ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวข้องกับทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่การทำงานของสมอง ไปจนถึงน้ำหนักตัวของคุณ นิตยสาร Shape รายงานว่า ปัจจุบันนักวิจัยค้นพบว่า ผิวหนังของคนเราเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียชนิดพิเศษที่มีผลต่อสุขภาพของผิวหนัง จุลินทรีย์แข็งแรงราวหนึ่งล้านล้านตัวบนผิวหนังนี้ แตกต่างจากจุลินทรีย์ในลำไส้ รวมทั้งมีลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกันในแต่ละคนด้วย ดร.วิทนีย์ บาว แพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังและผู้เขียนหนังสือ The Beauty of Dirty Skin อธิบายว่า “เหมือนกับที่ตะบองเพชรสายพันธุ์หนึ่งเจริญเติบโตได้ดีตามธรรมชาติในรัฐแอริโซนา แต่ไม่ใช่ที่มิดเวสต์ แบคทีเรียแต่ละสายพันธุ์ต่างต้องการสภาพแวดล้อมที่มันเจริญเติบโตได้” ทำความรู้จักแบคทีเรียผิวหนังของคุณ ดร.เจฟฟรีย์ โดเวอร์ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังกล่าวว่า ในอดีตผู้เชี่ยวชาญต่างคิดเพียงว่า จุลินทรีย์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นได้แค่ศัตรูหรือไม่ก็มีประโยชน์ต่อมนุษย์เท่านั้น แต่ปัจจุบันพวกเขาค้นพบสิ่งดีๆ ทั้งหมดที่แบคทีเรียได้ทำมา เช่น แบคทีเรียสายพันธุ์หนึ่งทำหน้าที่เป็นตัวส่งสัญญาณให้เซลล์ผลิตไขมันและเซราไมด์ที่จำเป็นต่อการปกป้องผิวหนังจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก ซึ่งทั้งไขมันและเซราไมด์ล้วนจำเป็นต่อการรักษาความชุ่มชื้นและทำให้ผิวหนังไม่ระคายเคือง เขายังอธิบายเพิ่มเติมว่า ผลการวิจัยครั้งล่าสุดจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานดิเอโก ยังพบว่า มีแบคทีเรียสายพันธุ์หนึ่งสามารถสร้างสารที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งด้วย แต่ก็มีแบคทีเรียตัวร้ายด้วยเช่นกัน โดยแบคทีเรียบางชนิดกระตุ้นการอักเสบและมีบทบาททำให้เกิดสิว โรคโรซาเซีย โรคกลาก และโรคสะเก็ดเงิน ข้อควรจำคือ “การพยายามกำจัดแบคทีเรียดังกล่าวหาใช่คำตอบไม่ แม้คุณจะสามารถทำได้ แต่นั่นจะเป็นการกำจัดแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ให้ตายทั้งหมดด้วย ไม่มีแบคทีเรียชนิดไหนที่ดีที่สุด

Read More

ไขความลับ ทำไมจึงอยากอาหาร empty calories

Column: Well – Being คุณคงเคยมีประสบการณ์ที่จู่ๆ อาการอยากน้ำตาลก็เข้าจู่โจมอย่างไม่คาดฝันและไร้ความละเอียดอ่อนสิ้นดี จู่ๆ คุณก็คิดถึงคุกกี้ช็อกโกแลตชิปที่คุณแม่เคยทำให้กิน และอยากขึ้นมาติดหมัดจนไม่นึกถึงอะไรอีกเลย แต่ปัจจัยที่ทรงอิทธิพลสูงสุดคือ ผลของน้ำตาลที่เกิดขึ้นกับระบบชีววิทยาของเรา “เป็นความคิดผิดๆ ที่ว่า เรากินอาหารรสหวานเพราะมันมีรสชาติดี” เดวิด ลุดวิก ศาสตราจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ ที. เอช. ชาน มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และนายแพทย์ประจำโรงพยาบาลเด็กแห่งบอสตัน อธิบาย “อย่างไรก็ตาม เรากินอาหารรสหวานเหล่านั้น เพราะมันก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในร่างกายที่ทำให้เรารู้สึกอยากกินอีกด้วย” หนังสือ Prevention Guide เสนอบทความว่า ผู้เชี่ยวชาญมีความเชื่อในสายใยอันซับซ้อนระหว่างแรงกระตุ้น ความจำ อิทธิพลทางวัฒนธรรม และฮอร์โมน ที่เป็นสาเหตุให้เราอยากอาหารที่มีรสชาติและเนื้อสัมผัสเฉพาะตัว นอกจากนี้ ยีนที่สืบทอดมาก็มีบทบาทเช่นกัน ผลการศึกษาของเดนมาร์กพบว่า ในสองตัวแปรของยีนตัวหนึ่ง ผู้ที่มีตัวแปรเพียงหนึ่งในสองตัวแปรนี้มีแนวโน้มจะโปรดปรานอาหารรสหวานมากกว่าผู้ที่ไม่มีตัวแปรเลย แต่ไม่มีมติที่เป็นเอกฉันท์ว่า แต่ละปัจจัยมีความสำคัญอย่างไร สิ่งหนึ่งที่เรารู้กันเกี่ยวกับว่า ทำไมอาหารบางชนิดจึงทำให้คุณรู้สึกอยากกินได้เหมือนๆ กัน เป็นเพราะเมื่อสมองตรวจพบน้ำตาลโปรตีน หรือไขมันแล้ว สมองจะหลั่งสัญญาณการได้รับรางวัลออกมา “มีเหตุผลเชิงวิวัฒนาการหลายประการที่สารอาหารหลักเหล่านี้ทำให้ทุกคนต่างอยากกินเหมือนกัน เพราะสารอาหารเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายมนุษย์นั่นเอง” มาร์เซีย เพลแชท นักวิจัยด้านความอยากอาหารผู้เป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณแห่งศูนย์ประสาทสัมผัสทางเคมีโมเนลล์ อธิบาย

Read More